จังหวัดของประเทศแอฟริกาใต้

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จังหวัดของประเทศแอฟริกาใต้
South Africa, administrative divisions - th - colored.svg
หมวดหมู่Regional state
ที่ตั้งแอฟริกาใต้
ก่อตั้ง27 เมษายน ค.ศ. 1994 (1994-04-27)
จำนวน9
ประชากร1,145,861 (นอร์เทิร์นเคป) – 12,272,263 (เคาเต็ง)
พื้นที่47,080 ตร.กม. (เคาเต็ง) – 372,890 ตร.กม. (นอร์เทิร์นเคป)
การปกครอง
หน่วยการปกครองอำเภอ

จังหวัด (อังกฤษ: province) เป็นหน่วยการบริหารระดับแรกของประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศแอฟริกาใต้แบ่งออกเป็นเก้าจังหวัด[1] ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปใน ค.ศ. 1994 มาตุภูมิบันตูหรือบันตูสถานต่าง ๆ ถูกรวมกลับเข้ามากับจังหวัดเดิมสี่จังหวัดที่มีอยู่ก่อนและแบ่งออกเป็นเก้าจังหวัดในปัจจุบัน เขตแดนจังหวัดมีการเปลี่ยนแปลงสืบเนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ครั้งที่สิบสอง สิบสาม และสิบหก

ประวัติ[แก้]

แผนที่จังหวัดในช่วงก่อตั้งสหภาพแอฟริกาใต้

สหภาพแอฟริกาใต้จัดตั้งขึ้นใน ค.ศ. 1910 จากการรวมอดีตอาณานิคมของบริเตนสี่แห่งได้แก่อาณานิคมแหลม อาณานิคมนาตาล อาณานิคมทรานส์วาล และอาณานิคมแม่น้ำออเรนจ์ (ก่อนสงครามบูร์ครั้งที่สอง สองอาณานิคมหลังมีฐานะเป็นรัฐอิสระได้แก่สาธารณรัฐแอฟริกาใต้และเสรีรัฐออเรนจ์) อาณานิคมเหล่านี้ได้กลายมาเป็นสี่จังหวัดแรกของสหภาพแอฟริกาใต้ได้แก่จังหวัดเคป จังหวัดทรานส์วาล จังหวัดนาตาล และจังหวัดออเรนจ์ฟรีสเตต

จังหวัดและดินแดนมาตุภูมิในช่วงสิ้นสุดการถือผิว

การแบ่งแยกประชากรผิวดำในประเทศแอฟริกาใต้เริ่มต้นใน ค.ศ. 1913 โดยคนผิวดำสามารถถือครองที่ดินได้เฉพาะบริเวณที่กำหนดซึ่งมีพื้นที่รวมประมาณร้อยละ 13 ของประเทศ นับแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา พื้นที่ดังกล่าวได้รวมกันโดยลำดับกลายเป็นเขตที่เรียกว่า "มาตุภูมิ" หรือ "บันตูสถาน" โดยมาตุภูมิสี่แห่งได้รับการสถาปนาเป็นรัฐชาติกึ่งเอกราช (quasi-independent nation state) ของประชากรผิวดำในช่วงการถือผิว โดยใน ค.ศ. 1976 มาตุภูมิทรานส์เคย์เป็นมาตุภูมิแรกที่ยอมรับสถานะกึ่งเอกราชจากแอฟริกาใต้ ก่อนที่อีกสามแห่งจะยอมรับสถานะเดียวกันได้แก่โบพูทัตสวานา (ค.ศ. 1977) เวนดา (ค.ศ. 1979) และซิสเคย์ (ค.ศ. 1981) สถานะกึ่งเอกราชดังกล่าวนี้ไม่ได้รับการยอมรับจากประเทศอื่นนอกเหนือจากแอฟริกาใต้

ในวันที่ 27 เมษายน ค.ศ. 1994 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกที่สิทธิเลือกตั้งไม่จำกัดเชื้อชาติและวันที่รัฐธรรมนูญเฉพาะกาลมีผลบังคับใช้ จังหวัดและมาตุภูมิดังกล่าวถูกยุบและแบ่งใหม่ออกเป็นเก้าจังหวัด การแบ่งเขตจังหวัดมีขึ้นใน ค.ศ. 1993 โดยคณะกรรมาธิการพิจารณาเขตจังหวัด (Commission on the Demarcation/Delimitation of Regions) ซึ่งจัดตั้งโดยโคเดซาหรือที่ประชุมใหญ่เพื่อแอฟริกาใต้ที่เป็นประชาธิปไตย (CODESA; Convention for a Democratic South Africa) เขตจังหวัดดังกล่าวมีรากฐานมาจากภูมิภาคเพื่อการพัฒนา (planning region) ซึ่งแบ่งโดยธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศแอฟริกาใต้ ในทศวรรษ 1980[2][3] และเขตอำนาจศาลแขวงในประเทศแอฟริกาใต้ โดยมีการเจรจาระหว่างพรรคการเมืองเพื่อสร้างฐานเสียงของพรรคในแต่ละจังหวัดโดยการโอนเขตอำเภอระหว่างจังหวัดที่มีการเสนอ[4][5] เขตจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นใหม่ถูกระบุในภาคผนวก 1 ของรัฐธรรมนูญเฉพาะกาล

การบริหาร[แก้]

ศาลาว่าการนครโจฮันเนสเบิร์ก ซึ่งเป็นที่ตั้งสภาบริหารจังหวัดเคาเต็งในปัจจุบัน

การบริหารราชการของจังหวัดในประเทศแอฟริกาใต้จะแบ่งออกเป็นระดับชาติและระดับจังหวัด[6] โดยในระดับชาติจะบริหารโดยสภาจังหวัดแห่งชาติซึ่งเป็นหนึ่งในสองรัฐสภาของประเทศแอฟริกาใต้ และในระดับจังหวัดจะบริหารโดยสภานิติบัญญัติประจำจังหวัด นอกจากนี้ ในระดับต่ำกว่าจังหวัดยังมีสภาบริหารสำหรับหน่วยย่อยได้แก่อำเภอและเทศบาล

สภาจังหวัดแห่งชาติ[แก้]

ประเทศแอฟริกาใต้มีสองรัฐสภาได้แก่สภาแห่งชาติ (National Assembly) และสภาจังหวัดแห่งชาติ (National Council of Provinces)[6] สภาหลังนี้มีขึ้นเพื่อให้ผลประโยชน์ของแต่ละจังหวัดได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายบัญญัติโดยสภาแห่งชาติ

แต่ละจังหวัดจะมีผู้แทน 10 คนในสภาจังหวัดแห่งชาติ โดย 6 คนเป็นสมาชิกถาวรของสภาจังหวัดแห่งชาติ และ 4 คนเป็นผู้แทนพิเศษ

สภานิติบัญญัติประจำจังหวัด[แก้]

แต่ละจังหวัดจะบริหารโดยใช้ระบบสภาเดียว โดยขนาดของสภาบริหารจะขึ้นกับจำนวนประชากร ตั้งแต่ 30 คนในจังหวัดนอร์เทิร์นเคปไปจนถึง 80 คนในจังหวัดควาซูลู-นาตาล สมาชิกสภาบริหารจะมาจากการเลือกตั้งเมื่อครบวาระห้าปีโดยใช้ระบบสัดส่วนแบบบัญชีรายชื่อ โดยทั่วไปแล้วการเลือกตั้งสภาชิกสภานิติบัญญัติประจำจังหวัดจะจัดขึ้นในวันเดียวกันกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติ[7]

สมาชิกสภานิติบัญญัติจังหวัดจะเลือกนายกสภานิติบัญญัติประจำจังหวัด และนายกสภานิติบัญญัติประจำจังหวัดจะเลือกสมาชิก 5 ถึง 10 คนเพื่อเป็นสมาชิกสภาบริหารจังหวัด ซึ่งเทียบเท่ากับคณะรัฐมนตรีประจำจังหวัดนั้น[7]

อำนาจของสภาระดับจังหวัดจะจำกัดเฉพาะประเด็นที่ระบุในรัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ โดยสภาระดับจังหวัดจะมีอำนาจร่วมกันกับรัฐบาลแห่งชาติในบางประเด็นเช่นการเกษตร การศึกษา สาธารณสุข และการเคหะ เป็นต้น เพื่อให้สามารถกำหนดนโยบายให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ในขณะที่บางประเด็นจะอยู่ภายใต้อำนาจของสภาระดับจังหวัดโดยสมบูรณ์[8]

อำนาจตุลาการจะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของรัฐบาลแห่งชาติ ซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจของสภาระดับจังหวัด

รายชื่อจังหวัดของประเทศแอฟริกาใต้[แก้]

ชื่อภาษาไทย ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อในภาษาที่มีผู้พูดมากที่สุด[9] เมืองหลวง เมืองใหญ่ที่สุด รหัส ISO 3166 พื้นที่
(ตร.กม.)
[10]:9
ประชากร
(ค.ศ. 2022)
[11]:18
ความหนาแน่นประชากร HDI
(ค.ศ. 2003)
[12]
แผนที่
ควาซูลู-นาตาล KwaZulu-Natal iKwaZulu-Natali
(ซูลู)
ปีเตอร์มาริตซ์เบิร์ก
[n 1]
เดอร์บัน ZA-KZN 94,361 10,273,000 108.8 0.63 KwaZulu-Natal in South Africa.svg
เคาเต็ง Gauteng eGoli
(ซูลู)
โจฮันเนสเบิร์ก โจฮันเนสเบิร์ก ZA-GP 18,178 12,353,000 675.1 0.74 Gauteng in South Africa.svg
ตะวันตกเฉียงเหนือ North West Bokone Bophirima
(สวานา)
มาฮิเค็ง
(มาฟิคิง)
รุสเทนเบิร์ก ZA-NW 104,882 3,496,000 33.5 0.61 North West in South Africa.svg
นอร์เทิร์นเคป Northern Cape Noord-Kaap
(อาฟรีกานส์)
คิมเบอร์ลีย์ คิมเบอร์ลีย์ ZA-NC 372,889 1,136,000 3.1 0.69 Northern Cape in South Africa.svg
ฟรีสเตต Free State Freistata
(โซโท)
บลูมฟอนเทน บลูมฟอนเทน ZA-FS 129,825 2,732,000 21.1 0.67 Free State in South Africa.svg
ลิมโปโป Limpopo Limpopo
(โซโทเหนือ)
โพโลควานี
(ปีเตอส์เบิร์ก)
โพโลควานี ZA-LP 125,754 5,396,000 43.0 0.59 Limpopo in South Africa.svg
เวสเทิร์นเคป[n 2] Western Cape Wes-Kaap
(อาฟรีกานส์)
เคปทาวน์ เคปทาวน์ ZA-WC 129,462 5,826,000 45.0 0.77 Western Cape in South Africa.svg
อีสเทิร์นเคป Eastern Cape iMpuma-Koloni
(โคซา)
บีโช พอร์ตเอลิซาเบท ZA-EC 168,966 6,566,000 38.8 0.62 Eastern Cape in South Africa.svg
อึมพูมาลางกา Mpumalanga iMpumalanga
(สวาซี)
อึมบอมเบลา
(เน็ลสปรอยต์)
อึมบอมเบลา ZA-MP 76,495 3,993,000 52.8 0.65 Mpumalanga in South Africa.svg
สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ Republic of South Africa iRiphabhuliki yaseNingizimu Afrika
(ซูลู)
พริทอเรีย
เคปทาวน์
และบลูมฟอนเทน[13]
โจฮันเนสเบิร์ก ZA 1,220,813 51,771,000 42.4 0.67 -

หมายเหตุ:

  1. ปีเตอร์มาริตซ์เบิร์กและอูลุนดีเป็นเมืองหลวงร่วมกันระหว่าง ค.ศ. 1994 และ 2004
  2. สถิติเหล่านี้ไม่รวมหมู่เกาะพรินซ์เอดเวิร์ด (335 ตร.กม. ไม่มีประชากรถาวร) ซึ่งเป็นดินแดนของประเทศแอฟริกาใต้ในมหาสมุทรอินเดียซับแอนตาร์กติกแต่ขึ้นกับจังหวัดเวสเทิร์นเคปในทางกฎหมายและเพื่อการแบ่งเขตเลือกตั้ง

อ้างอิง[แก้]

  1. "The nine provinces of South Africa - South Africa Gateway". South Africa Gateway. 2018-04-06. สืบค้นเมื่อ 2018-04-14.
  2. https://core.ac.uk/download/pdf/37351010.pdf แม่แบบ:Bare URL PDF
  3. Phillips, Laura (2017-07-27). "History of South Africa's Bantustans". Oxford Research Encyclopedia of African History. doi:10.1093/acrefore/9780190277734.013.80. ISBN 978-0-19-027773-4.
  4. "Archived copy". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 18 August 2018. สืบค้นเมื่อ 18 August 2018.{{cite web}}: CS1 maint: archived copy as title (ลิงก์)
  5. Muthien, Yvonne G.; Khosa, Meshack M. (1995). "'The kingdom, the Volkstaat and the New South Africa': Drawing South Africa's new regional boundaries". Journal of Southern African Studies. 21 (2): 303–322. doi:10.1080/03057079508708448.
  6. 6.0 6.1 "The nine provinces of South Africa - South Africa Gateway". South Africa Gateway. 2018-04-06. สืบค้นเมื่อ 2018-04-14.
  7. 7.0 7.1 "Provincial Government of South Africa". สืบค้นเมื่อ 20 November 2017.
  8. 'Constitution of the Republic of South Africa, 1996, "Chapter 6: Provinces". Sections 104 and 146.
  9. http://www.statssa.gov.za/census/census_2011/census_products/Census_2011_Census_in_brief.pdf, p. 25.
  10. Census 2011: Census in brief (PDF). Pretoria: Statistics South Africa. 2012. p. 30. ISBN 9780621413885. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 13 May 2015.
  11. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ cib2022
  12. Adelzadeh, Asghar; และคณะ (2003). South Africa Human Development Report 2003 (PDF). Cape Town: Oxford University Press. p. 282. ISBN 978-0-19-578418-3.
  13. "How Many Capital Cities Does South Africa Have?".