จักษ์ พันธ์ชูเพชร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักษ์ พันธ์ชูเพชร
อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด สระบุรี
วิชาชีพ ข้าราชการ
ศาสนา พุทธ

รองศาสตราจารย์ ดร.จักษ์ พันธ์ชูเพชร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการศึกษาต่อเนื่อง และรักษาการผู้อำนวยการสถานการศึกษาต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นอาจารย์ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร[1][2] วิทยากรให้กับสถาบันพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ บริษัท ทุนมนุษย์ จำกัด อดีตวิทยากรคณะกรรมการการเลือกตั้ง วิทยากรคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการการอำนวยการการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับถาวร เป็นผู้ดำเนินรายการ "ชวนพี่น้องมองบ้านเมือง" และรายการ "เวทีประชาคมเพื่อชุมชุนเข้มแข็ง" ทางสถานีโทรทัศน์ NBT นักจัดรายการวิทยุ รายการ "คุยกัยอาจารย์จักษ์" ที่ FM 107.25 MHz. มหาวิทยาลัยนเรศวร

อ.จักษ์ เริ่มมีชื่อเสียงจากการปราศรัยบนเวทีชุมนุม กปปส. ในเหตุการการคัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรมและการขับไล่รัฐบาลรักษาการยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งมีลีลาการพูดที่ฉะฉาน และสามารถเรียกเสียงฮือฮาให้กับผู้ชุมนุมได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังเคยเป็นวิทยากรพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่ขึ้นปราศรัยได้ไม่กี่ครั้ง ทำให้ไม่มีชื่อเสียงมากนัก

ประวัติ[แก้]

จักษ์ เกิดที่ จ.สระบุรี เป็นบุตรของครูประสิทธิ์ ซึ่งเป็นชาวนครสวรรค์ กับคุณแม่จรูญ ซึ่งเป็นชาวสระบุรี จักษ์ เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 8 คน เริ่มเรียนที่โรงเรียนวัดขอนชะโงก (เขียววิมลราษฏร์อุปถัมภ์) ต.คชสิทธิ์ อ.หนองแค จ.สระบุรี โดยโรงเรียนที่จักษ์เรียน เป็นโรงเรียนเดียวกันกับที่พ่อเป็นครูอยู่ที่นั่น ซึ่งพ่อเป็นครูใหญ่ ชีวิตตอนเด็กของ อ.จักษ์ ต้องนั่งมอเตอร์ไซด์ซ้อนกับพี่ๆ รวม 5 คน บางวันรถเสียก็ต้องเดิน เป็นระยะทางไปและกลับ 6 กิโลเมตร เพื่อไปโรงเรียนทุกวัน ระหว่างทางกลับบ้าน จักษ์ ก็จะแวะเก็บผักตบชวาเพื่อเอามาเลี้ยงหมู ไว้เป็นทุนการศึกษาในเทอมต่อๆไป จนต่อมาพี่สาวคนโตไม่ได้เรียนต่อหลังจบชั้นประถม เพราะต้องออกมาช่วยแม่เลี้ยงน้องๆ ทำให้ จักษ์ นับถือพี่คนนี้เหมือนแม่คนที่ 2 เลยทีเดียว ระหว่างที่ จักษ์ เรียน ม.4 อยู่ที่โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย พ่อก็ได้เสียชีวิตกะทันหัน เมื่อขึ้น ม.6 จักษ์ได้เอนทรานซ์ติดด้านฟิสิกส์ แต่ไม่ศึกษาต่อ เนื่องจากปัญหาเรื่องเงิน จึงตัดสินใจเรียนหลักสูตรประกาศนียบัตรเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์การแพทย์ ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพราะมีงานทำแน่นอน และหลักสูตรก็เพียง 1 ปี หลังจากจบ จักษ์ ก็ได้ไปทำงานที่โรงพยาบาลท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ใช้ทุน 2 ปี ก็สอบชิงทุนไปเรียนที่คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จักษ์ เป็นคนที่ชอบเรียน ส่งตัวเองเรียนมาตั้งแต่ ม.6 จนกระทั่งจบปริญญาเอก จากการสอบชิงทุนและทำงาน

ความเป็นผู้นำของจักษ์เริ่มต้นครั้งแรกเมื่อครั้นเลือกประธานนักเรียนของโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ซึ่งในขณะนั้นจักษ์อยู่ ม.5 ก็ได้รับเลือกเป็นประธานนักเรียนคนแรกของโรงเรียน และตอนอยู่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็ได้เป็นนายกสโมสรนักศึกษาของคณะ และยังได้รับรางวัลนักศึกษากิจกรรมดีเด่น

การทำงาน[แก้]

จักษ์ เริ่มทำงานเป็นหัวหน้างานชันสูตรสาธารณสุขโรงพยาบาลท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา ปี 2528-2530 นักวิทยาศาสตร์การแพทย์กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ปี 2534-2539 นักพยาธิวิทยา โรงพยาบาลโรงงานยาสูบ ปี 2539-2540 อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปี 2540-2543 ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะรัฐศาสตร์และรัฐประศานศาสตร์ มหาวิทยาลัยณิวัฒนา ปี 2544 ผู้อำนวยการสำนักวิจัย มหาวิทยาลัยณิวัฒนา ปี 2544 ผู้เชี่ยวชาญประจำตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรัฐสภา ปี 2544-2545 รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนา โครงการรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต สถาบันราชภัฏสวนดุสิต ปี 2543-2546 อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ปี 2547-2548 แล้วโอนย้ายมาอยู่ที่ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จนถึงปัจจุบัน ภายหลังการรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 2557 เขาเป็นที่รู้จักในฐานะพิธีกรรายการ เดินหน้าประเทศไทย

ประวัติการศึกษา[แก้]

อ้างอิง[แก้]