จักรพรรดิมัคซีมีลีอานที่ 1 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
จักรพรรดิมัคซีมีลีอานที่ 1 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
Albrecht Dürer - Portrait of Maximilian I - Google Art Project.jpg

พระอิสริยยศ จักรพรรดิแห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
อาร์ชดยุกแห่งออสเตรีย
ดยุกแห่งเบอร์กันดี
ราชวงศ์ ฮาพส์บวร์ค
ครองราชย์ โรมันอันศักดิ์สิทธิ์:
ค.ศ. 1508 - 12 มกราคม ค.ศ. 1519
ดยุกแห่งเบอร์กันดี:
5 มกราคม ค.ศ. 1477 - 27 มีนาคม ค.ศ. 1482
รัชกาลก่อน จักรพรรดิฟรีดริชที่ 3 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
รัชกาลถัดไป จักรพรรดิคาร์ลที่ 5 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 22 มีนาคม ค.ศ. 1459
ออสเตรีย
สวรรคต 12 มกราคม ค.ศ. 1519
ออสเตรีย
พระราชบิดา จักรพรรดิฟรีดริชที่ 3 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
พระราชมารดา เอเลเนอร์แห่งโปรตุเกส จักรพรรดินีแห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
พระอัครมเหสี แมรีแห่งเบอร์กันดี
บิอังคา มาเรีย สฟอร์ซา
พระราชบุตร พระเจ้าเฟลิเปที่ 1 แห่งคาสตีล
อาร์ชดัชเชสมาร์กาเร็ตแห่งออสเตรีย

จักรพรรดิมัคซีมีลีอานที่ 1 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (เยอรมัน: Maximilian I, Kaiser des Heiligen Römischen Reiches[1]) (เกิด 22 มีนาคม ค.ศ. 1459 - ตาย12 มกราคม ค.ศ. 1519) ทรงเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1508 จนเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 12 มกราคม ค.ศ. 1519 มัคซีมีลีอานทรงปกครองร่วมกับพระราชบิดาระหว่างช่วงสิบปีสุดท้ายของรัชสมัยตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 1483 พระองค์ทรงขยายอิทธิพลของราชวงศ์ฮาพส์บวร์คทั้งในด้านการเสกสมรสและการสงคราม[2] แต่ก็ทรงเสียดินแดนออสเตรียในบริเวณที่เป็นสวิตเซอร์แลนด์ปัจจุบันในยุทธการที่ดอร์นาค (battle of Dornach) เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ค.ศ. 1499 เมื่อฝ่ายสวิสได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด มักซิมิเลียนไม่ทรงมีทางเลือกนอกจากจะทรงต้องยอมลงพระนามในสนธิสัญญาบาเซิล (Treaty of Basel) เมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1499 ที่มอบอิสรภาพให้แก่สวิตเซอร์แลนด์จากอำนาจของราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค พระองค์ทรงมักจะได้รับการขนานพระนามว่า “อัศวินคนสุดท้าย”

นอกจากจะทรงเป็นประมุขของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์แล้วจักรพรรดิมัคซีมีลีอานก็ยังทรงเป็นดยุกแห่งเบอร์กันดีระหว่างวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 1477 จนถึงวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 1482 ด้วย

การขยายอำนาจของราชวงศ์ฮาพส์บวร์ค[แก้]

พระองค์ทรงอภิเษกกับแมรีแห่งเบอร์กันดีผู้ซึ่งเป็นรัชทายาทแห่งบัลลังก์เบอร์กันดีขณะที่มีพระชนมายุได้ 18 พรรษาทำให้ราชวงศ์ฮาพส์บวร์คมีสิทธิที่จะปกครองเบอร์กัดีเป็นหนึ่งในกุศโลบายอันแยบยลของพระองค์ที่จะขยายอำนาจและอาณาเขตการปกครองของราชวงศ์ หลังจากอภิเษกทั้งสองพระองค์มีพระโอรส-ธิดาเพียง 2 พระองค์ได้แก่ พระเจ้าเฟลิเปที่ 1 แห่งคาสตีลและอาร์ชดัชเชสมาร์กาเร็ตแห่งออสเตรีย ก่อนที่พระนางแมรี่จะสิ้นพระชนม์ขณะที่มีพระชนมายุเพียง 25 พรรษา พระองค์ทรงให้พระโอรสเฟลิเปอภิเษกกับเจ้าหญิงโจแอนนาแห่งคาสทิลพระราชธิดาในพระเจ้าเฟร์นันโดที่ 2 แห่งอารากอนและสมเด็จพระราชินีอิซาเบลลาที่ 1 แห่งคาสตีล หรือสมเด็จพระราชินีนาถโจแอนนาแห่งคาสตีลในอนาคตทำให้ราชวงศ์ฮาพส์บวร์คได้อาณาเขตในสเปนเพิ่มโดยหลังจากนั้นหนึ่งในพระโอรสของเฟลิเปกับโจแอนนาได้ครองราชย์เป็นจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์กษัตริย์และจักรพรรดิที่ทรงอำนาจที่สุดในยุโรปในเวลาต่อมา

อ้างอิง[แก้]

  1. Britania.com, Kings of France
  2. World Book Encyclopedia, Field Enterprises Educational Corporation, 1976.

ดูเพิ่ม[แก้]