จักรพรรดินีเซี่ยวหนิง พระอัยยิกาเจ้า
| จักรพรรดินีเซี่ยวหนิง 孝寧太皇太后 | |||||
|---|---|---|---|---|---|
| สมเด็จพระอัยยิกาเจ้า | |||||
| พระราชสมภพ | ค.ศ. 1565 เขตต้าซิง, ปักกิ่ง | ||||
| สวรรคต | 1630 (อายุ 64–65) พระราชวังต้องห้าม | ||||
| ฝังพระศพ | สุสานหลวงราชวงศ์หมิง, เขตฉางผิง | ||||
| คู่อภิเษก | จักรพรรดิว่านลี่ | ||||
| พระราชบุตร |
| ||||
| |||||
| พระราชบิดา | zhèng chéngxiàn (鄭承憲) | ||||
สมเด็จพระจักรพรรดินีเซี่ยวหนิง พระอัยยิกาเจ้า (孝寧太皇太后; ค.ศ. 1565–ค.ศ. 1630) เป็นพระมเหสี ของจักรพรรดิว่านลี่ แห่งราชวงศ์หมิง พระนางเป็นพระมเหสีที่จักรพรรดิว่านลี่ทรงโปรดมาก จักรพรรดิจึงทรงพยายามสถาปนาพระราชโอรสพระนางเป็นรัชทายาท ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในราชสำนักนานกว่าทศวรรษ[2]
พระราชประวัติ
[แก้]พระนางทรงพระราชสมภพที่เขตต้าซิง ทางตอนใต้ของปักกิ่ง ในปี ค.ศ. 1565 ในปี ค.ศ. 1581 พระนางจึงถูกเลือกเป็นพระมเหสีในจักรพรรดิว่านลี่
พระภรรยาเจ้า
[แก้]หลังจากที่ได้เป็นพระมเหสีของจักรพรรดิไม่นาน พระนางก็ได้รับการสถาปนาเป็นพระมเหสีชั้นเฟยทันที โดยมีพระนามว่า ซู่ (淑) พระบิดาของพระนางได้รับการสถาปนาให้เป็นสมาชิกขององครักษ์เสื้อแพร ซึ่งมีอำนาจเหนือครัวเรือน 1,000 หลังคาเรือน
ปี ค.ศ. 1582 พระนางจึงได้รับการสถาปนาเป็นพระมเหสีขั้นกุ้ยเฟย (德妃 )
เดือนมกราคม ค.ศ. 1584 จักรพรรดิว่านลี่ทรงรับสั่งให้ กระทรวงธรรมการ สถาปนาพระนางเป็นพระมเหสีขั้นหวงกุ้ยเฟย เนื่องในวันประสูติของเจ้าหญิงหยุนเหอ จักรพรรดิว่านลี่ยังพระราชทานเงินอีก 100,000 ตำลึงให้แก่เสนาบดี เนื่องในงานครั้งนี้
ปี ค.ศ. 1585 พระนางมีพระประสูติกาลพระราชโอรสพระองค์ที่สองในจักรพรรดิ เจ้าชายสิ้นพระชนม์ไม่นานหลังจากประสูติ จึงได้รับสถาปนาพระสมัญญานามว่าปินไออ๋อง
ปี ค.ศ. 1586 พระนางจึงให้การประสูติพระราชโอรสพระนามว่าจู ฉางซุน ซึ่งจักรพรรดิว่านลี่ทรงโปรดจะให้เป็นรัชทายาท แต่เซี่ยวติ้งฮองไทเฮาทรงไม่อนุญาต
ปี ค.ศ. 1589 องค์หญิงจู ซวนเย่า พระราชธิดาของพระนางก็สิ้นพระชนม์ ได้รับการสถาปนาพระสมัญญานามว่าองค์หญิงหลิงชิ่ว
ปี ค.ศ. 1630 พระนางสวรรคต พระบรมศพถูกฝังไว้ที่ภูเขาอินฉวน ภายในสุสานหลวงราชวงศ์หมิง แต่ไว้ในพื้นที่สำหรับเฟยผินของจักรพรรดิว่านลี่[3]
ข้อพิพาทเรื่องรัชทายาท
[แก้]ปี ค.ศ. 1586 พระนางทรงครรภ์อยู่ จักรพรรดิว่านลี่จึงทรงมีพระราชโองการสถาปนาพัฒนาขึ้นเป็นพระมเหสีขั้นสูงสุด(หวงกุ้ยเฟย) แต่ขุนนางก็เป็นที่ขัดแย้งกัน ด้วยเพราะมีพระมเหสีที่ให้การประสูติพระราชโอรสพระองค์โตกว่าคือพระมเหสีกงเฟยมีพระประสูติกาลเจ้าชายจู ฉางลั่ว จนเริ่มขัดแย้งมากขึ้น เมื่อจักรพรรดิทรงประกาศว่า ให้องค์ชายจู ฉางซุนพระราชโอรสที่ประสูติจากพระนางให้สถาปนาเป็นพระรัชทายาท โดยให้ทรงข้ามกงเฟย และพระราชโอรสพระองค์โต[2] ขุนนางจึงโต้แย้ง ว่าควรสถาปนาทั้งพระนางและพระนางกงเฟยด้วย แต่จักรพรรดิก็ทรงมิได้สนใจ
ในช่วงทศวรรษต่อมา ขุนนางจึงได้แย้งอีกครั้ง และอ้างถึงการสืบบุตรหัวปี ทำให้พระนางเป็นที่ ไม่ชอบในราชสำนัก
จนในที่สุด จักรพรรดิจึงทรงประกาศให้พระราชโอรสของพระองค์เป็นรัชทายาทในปี ค.ศ. 1601 และสถาปนาเป็นเจ้าชายฝู (福) ให้แก่เจ้าชายจู ฉางซุนแต่เจ้าชายไม่ได้ถูกสั่งให้ออกจากราชสำนักตามประเพณีจนกระทั่งปี ค.ศ. 1614 จึงเสด็จย้ายไปประทับที่ลั่วหยาง
ปี ค.ศ. 1613 เป็นต้นมา จักรพรรดิว่านลี่ ทรงไม่โปรดองค์ชายจู ฉางลั่ว อย่างชัดเจน เช่นทรงขัดขวางการฝังพระบรมศพของพระวรชายากัว ในลักษณะที่เหมาะสมกับพระวรชายา สุดท้ายพระวรชายาก็ถูกฝังในปี ค.ศ. 1615 เจ้าชายจู ฉางซุนจึงเสด็จออกจากวัง กระทั่งปี ค.ศ. 1641 เจ้าชายจู ฉางซุนจึงถูกหลี่จื้อเฉิงปลงพระชนม์
พระอัยยิกาเจ้า
[แก้]หลังจากพระนางสวรรคตได้ 14 ปี จักรพรรดิหงกวงผู้เป็นพระนัดดาธิราช จึงสถาปนาพระนางเป็นสมเด็จพระอัยยิกาเจ้า (ไทฮองไทเฮา) มีพระราชสมัญญานามว่า
จักรพรรดินีเซี่ยวหนิง เหวินมู่ จวงฮุ่ย ฉืออี้ เซียนเทียน หยูเชิ่ง พระอัยยิกาเจ้า
(孝宁温穆庄惠慈懿宪天裕圣太皇太后)
พระอัยยิกาเจ้าแห่งราชวงศ์หมิงใต้
พระเกียรติยศ
[แก้]- ในรัชสมัยจักรพรรดิเจียจิ้ง (ครองราชย์ ค.ศ. 1521–ค.ศ. 1567)
- นางเจิ้ง (鄭氏; ตั้งแต่ ค.ศ. 1565)
- ในรัชสมัยจักรพรรดิว่านลี่ (ครองราชย์ ค.ศ. 1572–ค.ศ. 1620)
- ซู่ผิน (淑嬪; ตั้งแต่ 6 มีนาคม ค.ศ. 1582)
- เต๋อเฟย (德妃; ตั้งแต่ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 1583)
- กุ้ยเฟย (鄭貴妃; ตั้งแต่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 1584)
- ในรัชสมัยจักรพรรดิฉงเจิน (ครองราชย์ ค.ศ. 1627–ค.ศ. 1644)
- กงเค่อ รุ่ยหรง เหอจิ้ง หวงกุ้ยเฟย (恭恪惠荣和靖皇贵妃; ตั้งแต่ ค.ศ. 1630)
- ในรัชสมัยจักรพรรดิหงกวง (ครองราชย์ ค.ศ. 1644–ค.ศ. 1645)
- จักรพรรดินีเซี่ยวหนิง เหวินมู่ จวงฮุ่ย ฉืออี้ เซียนเทียน หยูเชิ่ง พระอัยยิกาเจ้า (孝宁温穆庄惠慈懿宪天裕圣太皇太后; ตั้งแต่ ค.ศ. 1644)
พระราชบุตร
[แก้]- ขณะพระอิสริยยศพระมเหสีชั้นเต๋อผิน:
- เจ้าหญิงหยุนเหอ (雲和公主; ค.ศ. 1584–ค.ศ. 1590) หรืออีกพระนามว่า ซวนซู (軒姝) พระราชธิดาพระองค์ที่สองของจักรพรรดิว่านลี่
- ขณะพระราชอิสริยยศพระมเหสีชั้นกุ้ยเฟย:
- เจ้าชายจู ฉางซู่ อ้ายปินอ๋อง (邠哀王 朱常溆; 19 มกราคม ค.ศ.1585) พระราชโอรสพระองค์ที่สองในจักรพรรดิว่านลี่
- เจ้าชายจู ฉางซุน จงฟู่อ๋อง (福忠王 朱常洵; 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1586–2 มีนาคม ค.ศ. 1641) พระราชโอรสพระองค์ที่สามในจักรพรรดิว่านลี่
- เจ้าชายจู ฉางจือ ไห่หยวนอ๋อง (沅懷王 朱常治; 10 ตุลาคม ค.ศ. 1587–5 กันยายน ค.ศ. 1588) พระราชโอรสองค์ที่สี่ของจักรพรรดิว่านลี่
- เจ้าหญิงหลิงชิ่ว (靈丘公主; ค.ศ. 1588–ค.ศ. 1589) หรืออีกพระนามว่า ซวนเหยา (軒姚) พระราชธิดาพระองค์ที่หกของจักรพรรดิว่านลี่
- เจ้าหญิงโช่วหนิง (壽寧公主; ค.ศ. 1592–ค.ศ. 1634) หรืออีกพระนามว่า ซวนเว่ย (軒媁) พระราชธิดาพระองค์ที่เจ็ดของจักรพรรดิว่านลี่
อ้างอิง
[แก้]- ↑ พระราชสมัญญานามได้รับการสถาปนาโดยราชวงศ์หมิงใต้
- 1 2 Huang (1988).
- ↑ Zhang (1739).
บรรณานุกรม
[แก้]- Huang, Ray (1988). "The Lung-ch'ing and Wan-li reigns, 1567–1620". ใน Mote, Frederick W.; Twitchett, Denis (บ.ก.). The Ming Dynasty, 1368–1644, Part 1. The Cambridge History of China. Vol. 7. Cambridge: Cambridge University Press. pp. 511–584. doi:10.1017/CHOL9780521243322.008. ISBN 978-1-139-05475-1.
- Zhang, Tingyu, บ.ก. (1739). "《明史》卷一百十四 列传第二" [History of Ming, Volume 114, Historical Biography 2]. Lishichunqiu Net (ภาษาจีน). Lishi Chunqiu. สืบค้นเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2017.