ฅนเหล็ก 2029 ภาค 2

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฅนเหล็ก 2029 ภาค 2
(Terminator 2: Judgment Day)
โปสเตอร์ต้นฉบับ
กำกับ เจมส์ คาเมรอน
อำนวยการสร้าง เจมส์ คาเมรอน
เกล แอนน์ เฮิร์ด
เขียน เจมส์ คาเมรอน
วิลเลียม ฟิชเชอร์
บรรยาย ลินดา แฮมิลฮัน
นำแสดง อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์
ลินดา แฮมิลตัน
เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง
โรเบิร์ต แพทริค
โจ มอร์ตัน
เอิร์ล โบเอน
ดนตรีประกอบ แบรด ฟีเดล
กำกับภาพ แอดัม กรีนเบิร์ก
ตัดต่อ มาร์ค โกลด์แบลท
คอนราด บัฟฟ์
จำหน่าย/เผยแพร่ ไตรสตาร์พิกเจอส์
สหมงคลฟิล์ม (ไทย)
ฉาย สหรัฐอเมริกา 3 กรกฎาคม ค.ศ. 1991
ไทย 13 กรกฎาคม ค.ศ. 1991
ความยาว 137 นาที (ฉายในโรง)
152 นาที (ฉบับพิเศษ)
ประเทศ ธงของสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา
ภาษา อังกฤษ
งบประมาณ 94-102 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายได้ $519,843,345 (ทั่วโลก)
ข้อมูลจาก All Movie Guide
ข้อมูลจาก IMDb

ฅนเหล็ก 2029 ภาค 2 (อังกฤษ: Terminator 2: Judgment Day หรือ T2) เป็นภาพยนตร์ภาคต่อของเดอะ เทอร์มิเนเตอร์ ออกฉายในปี พ.ศ. 2534 7 ปีหลังจากภาพยนตร์ภาคแรก กำกับโดยเจมส์ คาเมรอน นำแสดงโดย อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์, ลินดา แฮมิลตัน, โรเบิร์ต แพทริค และ เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ชนะเลิศ รางวัลออสการ์ ใน 4 สาขา ได้แก่ บันทึกเสียงยอดเยี่ยม, ลำดับเสียงยอดเยี่ยม, เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม และ แต่งหน้ายอดเยี่ยม ในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 64

เรื่องย่อ[แก้]

สิบปีหลังจากซาราห์ คอนเนอร์ (รับบทโดย แฮมิลตัน) ทำลายหุ่นยนต์สังหาร T-800 ได้ในภาคแรก ในปี ค.ศ. 1991 หุ่นยนต์สังหารรุ่นใหม่ รุ่น T-1000 (รับบทโดย แพทริค) ที่ก้าวหน้ากว่ารุ่นเดิม ถูกส่งย้อนเวลามาเพื่อสังหารจอห์น คอนเนอร์ ผู้นำฝ่ายกบฏต่อต้านหุ่นยนต์ในอนาคต ในวัยเก้าขวบ (รับบทโดย เฟอร์ลอง) ฝ่ายจอห์น คอนเนอร์ในอนาคต ก็ได้ส่งหุ่นยนต์สังหาร T-800 รุ่นเดียวกับในภาคแรก (รับบทโดย ชวาร์เซเน็กเกอร์) ที่ถูกยึดมาได้ และได้รับการตั้งโปรแกรมใหม่ ให้มีภารกิจคุ้มครองจอห์น และซาราห์ คอนเนอร์

ภาพยนตร์ย้อนให้เห็นว่า หลังจากเทอร์มิเนเตอร์ตัวแรกถูกทำลายไปในภาคแรก นักวิทยาศาสตร์สหรัฐได้พบเศษชิ้นส่วนไมโครโปรเซสเซอร์ที่หลงเหลืออยู่ และได้นำไปค้นคว้าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์โดย ดร. ไมล์ เบนเนท ไดสัน (รับบทโดย มอร์ตัน) นักวิทยาการคอมพิวเตอร์ ผู้สร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ SkyNet ซึ่งได้ก่อให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับรัสเซีย เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1997

หลังจากให้กำเนิดจอห์น ซาราห์ คอนเนอร์ ซึ่งเดิมเป็นหญิงสาวที่อ่อนหวาน ได้กลายเป็นคนที่ก้าวร้าว ฝึกฝนการใช้อาวุธ และพยายามลอบสังหาร ดร. ไดสัน พร้อมกับบอกใครต่อใครถึงระเบิดนิวเคลียร์ และหุ่นยนต์ลอบสังหารจากโลกอนาคต เมื่อถูกจับได้ ทำให้ถูกส่งตัวเป็นคนไข้โรงพยาบาลจิตเวช ในการดูแลของนายแพทย์ปีเตอร์ ซิลเบอร์แมน (รับบทโดย โบเอน)

เบื้องหลังและความสำเร็จ[แก้]

เฟรนไชส์เดอะ เทอร์มิเนเตอร์ ภาคนี้ นับว่าเป็นภาคที่ประสบความสำเร็จที่สุด โดยภาคนี้นับว่าสร้างได้ง่ายกว่าภาคแรกมาก เนื่องจากทั้งทีมงานสร้างและนักแสดงประสบความสำเร็จอย่างงดงามมาแล้วจากภาคแรก โดย อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ กลับมาแสดงอีกครั้ง โดยรับบทหุ่นสังหาร T-800 ด้วยค่าตัว 20 ล้านเหรียญ และทำให้ ลินดา แฮมิลตัน นักแสดงสาวผู้รับบท ซาราห์ คอนเนอร์ ได้ร่วมงานกับเจมส์ คาเมรอน และทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันในเวลาต่อมา

ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยขณะที่ออกฉายในสหรัฐอเมริกา ได้ฉายชนกับภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่อีกเรื่องของปี คือ Robin Hood: Prince of Thieves ของวอร์เนอร์บราเธอร์ส แสดงนำโดย เควิน คอสเนอร์ ปรากฏว่า Terminator 2: Judgment Day ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และทำให้ Robin Hood: Prince of Thieves กลายเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความขาดทุนมากที่สุดเรื่องหนึ่งในขณะนั้น[1][2][3][4]

ในส่วนของประเทศไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกนำมาเข้าฉายโดย สหมงคลฟิล์ม และมีทำให้สหมงคลฟิลด์ได้กำไรอย่างมหาศาล ซึ่งมีส่วนทำให้บริษัทเข้มแข็งยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบันในส่วนของภาพยนตร์ต่างประเทศ และเมื่อมีการออกเผยแพร่ในรูปแบบวีดีโอเทปก็มี 2 เวอร์ชัน คือ เวอร์ชันฉบับที่ฉายในโรงภาพยนตร์ และเวอร์ชันฉบับที่ผู้กำกับตัดต่อเอง (Director's cut) นับว่าเป็นเรื่องแรก ๆ เช่นเดียวกันในประเทศไทย[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Robin Hood prince of summer flicks with $18.3 million weekend". Baltimore Sun. สืบค้นเมื่อ 2010-10-02. 
  2. Fox, David J. (1991-06-25). "Robin Hood Still Riding Ahead of Box Office Pack". The Los Angeles Times. สืบค้นเมื่อ 2010-10-02. 
  3. Fox, David J. (1991-06-18). "'Robin' Hits Impressive Box Office Bull's-Eye". The Los Angeles Times. สืบค้นเมื่อ 2010-10-02. 
  4. "Can 'Robin Hood' Keep Up Its Box-office Momentum?". Orlando Sentinel. สืบค้นเมื่อ 2010-10-02. 
  5. วาไรตี้ 07 จุดประกาย, ย้อนรอยคนเหล็ก โดย ณัฏฐชัย วิรุฬห์วชิระ. กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558: ปีที่ 28 ฉบับที่ 9777

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]