คิม ยูชิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คิมยูชิน
จอมพลแห่งซิลลา
{{{picture-type}}}
Statue of Kim Yushin.jpg
His statue in Namsan Park, Seoul, South Korea
ชื่อภาษาเกาหลี
อักษรฮันกึล 김유신
อักษรฮันจา 金庾信
อักษรละติน Kim Yushin
หลุมฝังศพของคิมยูชินที่ คยองจู

คิมยูชิน (เกาหลี: 김유신,อังกฤษ: Kim Yushin, 595-673 เดือน 9) เกิดเมื่อปี [[ค.ศ. 495] เป็นลูกของคิมซอฮย็อน และ มานมยอง ปู่ทวดของเขาคือ คิมแฮ กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งอาณาจักรคายา ส่วนมานมยองแม่ของเขาก็เป็นถึงลูกสาวของซุกฮึลจงน้องชายของกษัตริย์จินฮึง การที่มานมยอง ลูกสาวของ ซุกฮึลจง ซึ่งถือเป็นเชื้อสายกษัตริย์ของอาณาจักรชิลลามาแต่งงานกับคิมซอฮย็อนเลือดเนื้อเชื้อไขของกษัตริย์แห่งอาณาจักรคายา [1] ภายหลังได้ก้าวขึ้นสู่ผู้มีอำนาจทางการทหารสูงสุดของอาณาจักรชิลลาและเป็นแม่ทัพผู้มีบทบาทสำคัญในการรวบรวมแผ่นดินเกาหลีของอาณาจักรชิลลาในรัชสมัย พระเจ้ามูยอล และ พระเจ้ามุนมู

ประวัติ[แก้]

ค.ศ. 595 เป็นปีที่เขาเกิด โดยคิมยูชินเป็นลูกของคิมซอฮย็อน และ มานมยอง คุณปู่ทวดของเขาคือ คิมแฮ กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งอาณาจักรคายา ส่วนมานมยองแม่ของเขาก็เป็นถึงลูกสาวของซุกฮึลจงน้องชายของกษัตริย์จินฮึง การที่มานมยอง ลูกสาวของ ซุกฮึลจง ซึ่งถือเป็นเชื้อสายกษัตริย์ของอาณาจักรชิลลามาแต่งงานกับคิมซอฮย็อนเลือด เนื้อเชื้อไขของกษัตริย์แห่งอาณาจักรคายานั้น เป็นเรื่องไม่ง่ายนักที่จะได้รับอนุญาตจากเครือญาติของทั้งสองฝ่ายให้แต่งงานกัน และที่เมืองมานโนคุนนี่เองที่ทั้งคู่ได้ให้กำเนิด คิมยูชิน

ค.ศ. 610 เมื่อเขามีอายุ 15 ปี เขาได้รับราชการในตำแหน่งองครักษ์

ค.ศ. 612 เขาก็เข้าไปฝึกวิชาในถ้ำหินแต่เพียงผู้เดียว คิมยูชินก็ได้เจอกับยอดคนผู้หนึ่ง ซึ่งได้หลีกหนีจากความวุ่นวายของยุคนั้น มาพำพักอยู่บริเวณนั้น ชื่อ นันซึง และด้วยความมุ่งมั่นของเขา จึงได้มีโอกาสเรียนพิชัยสงครามทางการทหารและการปกครองจากนันซึง ซึ่งเมื่อ คิมยูชิน เรียนรู้จนหมดแล้วเขาก็ได้ออกเดินทางต่อไปเพื่อหาที่สงบเป็นที่พำนัก

ค.ศ. 613 เขาถือชุดเกราะเข้าไปในภูเขาอินบักซาน เมื่อเวลาล่วงเลยมา 3 วัน ดาวสองดวงบนฟากฟ้าเปล่งประกายระยิบระยับพร้อมกัน คิมยูชินก็ได้เดินถือดาบลงมาจากภูเขาลูกนั้น ผู้คนจึงกล่าวโจษจันกันไปทั่วว่า คิมยูชิน คือกำลังหลักในการรวบรวมสามอาณาจักรซึ่งแม้แต่ฟากฟ้ายังคอยช่วยเหลือเขา ซึ่งในปีนั้นเขาได้รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าองค์รักษ์ (국선, 國仙; Hwarang leader)

ค.ศ. 629 อาณาจักรชิลลาได้นำกองทัพโจมตีอาณาจักรโคคูรยอ แต่การโจมตีในครั้งนั้นฝ่ายอาณาจักรชิลลาเหมือนจะตกเป็นรอง เนื่องจากไม่มีทั้งพันธมิตรและทหารได้รับบาดเจ็บเพิ่มมากขึ้น ในตอนนั้นคิมยูชินเป็นรองแม่ทัพและพ่อของเขาเป็นแม่ทัพใหญ่ ซึ่ง คิมซอฮย็อน พ่อของเขาอนุญาตให้คิมยูชินโจมตีค่ายศัตรู และเขาก็ได้ตะลุยเข้าไปตัดศีรษะของแม่ทัพฝ่ายข้าศึกได้ ทำให้ทหารฝ่ายอาณาจักรชิลลาฮึกเหิมขึ้น ทำให้สามารถตัดคอทหารของโกคูรยอได้กว่า 5,000 คนและกวาดต้อนทหารโกคูรยอที่เหลืออีกกว่า 1,000 คนมาเป็นเชลยศึกได้ จากการศึกครั้งนี้ทำให้ชื่อเสียงด้านการรบของคิมยูชินเลื่องลือไปไกลในหลายๆ อาณาจักร จึงนับว่าเป็นการรบทีทำให้คิมยูชินสร้างชื่อจนมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ว่าเป็นนักการทหารที่มากความสามารถทางด้านการรบ

ค.ศ. 631 คิมยูชินมีอิทธิพลต่อกองทัพซิลลาเป็นอย่างมาก อันเป็นผลมาจากความสามารถที่ผ่านมา ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ต่อทหารทุกคนในกองทัพซิลลา ค.ศ. 642 เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง คิมยูชินได้รับการเลื่อนตำแหน่งซังชังคุน ซึ่งเป็นยศทางทหารที่ใหญ่เกือบที่สุดรองจากตำแหน่งแทชังคุน และได้นำทหารเข้าโจมตีกำแพงทั้ง 7 ของอาณาจักรแพคเจ ทหารของชิลลาตัดหัวทหารแพคเจได้ถึง 2,000 กว่าคน และเดินทางกลับมาพร้อมกับชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ คิมยูชิน เป็นแม่ทัพที่ไม่เคยลิ้มรสความพ่ายแพ้เลยสักครั้งเดียว โดยอ้างอิงจาก Samguk Sagi ที่มีการรวบรวมโดยรับคำสั่ง พระเจ้าอินจง อันเป็นที่รู้จักกันดีในประเทศเกาหลีว่าเป็นบันทึกประวัติศาสตร์เกาหลีที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีอยู่

ค.ศ. 647 พีดัมกับยอมจงก็วางแผนร่วมมือกันก่อกบฏขึ้น คิมยูชินและคิมชุนชูปราบปรามกบฏพีดัม และราชินีซอนด็อกซึ่งขณะนั้นขึ้นครองราชย์ได้เพียง 16 ปี ก็เสด็จสวรรคต หลังจากนั้นราชินีจินด็อกก็ขึ้นครองราชย์ต่อแต่ก็ครองราชย์ได้เพียง 8 ปีเท่านั้นก็เสด็จสวรรคต

ค.ศ. 654 ตอนแรกนั้นข้าราชบริพารได้แนะนำให้คิมอัลชอนขึ้นครองราชย์ต่อ แต่ด้วยความเกรงใจเขาจึงปฏิเสธไปทำให้คิมชุนชูได้ขึ้นครองราชย์ต่อและได้เปลี่ยนพระนามเป็น พระเจ้ามูยอล เมื่อคิมชุนชูขึ้นครองราชย์ คิมชุนชูได้ยกลูกสาวคนที่ 3 ของตนเองให้แต่งงานกับคิมยูชิน ที่อยู่ในวัย 59 ปีทั้งนี้เพื่อเป็นการสานสัมพันธไมตรี เนื่องจากขณะนั้นอำนาจทางการทหารส่วนมากอยู่ภายใต้อำนาจของคิมยูชิน

ค.ศ. 655 พระเจ้าอึยจาแห่งอาณาจักรแพคเจ จึงเข้าเป็นพันธมิตรกับ พระเจ้ายองยางแห่งอาณาจักรโกคูรยอและร่วมกันโจมตีอาณาจักรซิลลา ซึ่งชิลลาจึงร่วมกับกองกำลังของราชวงศ์ถัง ซึ่งเพิ่งสถาปนาราชวงศ์ขึ้นปกครองจีนเพื่อต่อสู้ แม้ว่าจะไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้บัญชาการกองทัพของราชวงศ์ถัง แต่เชื่อได้อย่างแน่นอนว่า คิมยูชิน บัญชาการกองทัพชิลลาในขณะนั้น ประกอบกับการสนับสนุนจากทางราชวงศ์ถังและกองทัพเรือ 13,000 ลำ คิมยูชินโจมตีเมืองหลวงอาณาจักรแพคเจ ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในสงครามที่มีชื่อเสียงที่สุดของศตวรรษ Battle of Hwangsanbeol

ค.ศ. 660 ภายใต้การปกครองของพระเจ้ามูยอล ที่ครอบครองอำนาจทางการเมืองของอาณาจักรชิลลาได้อย่างเด็ดขาดและการนำทัพของนักการทหารผู้มากความสามารถอย่าง คิมยูชิน ซึ่งได้วางแผนผนึกกำลังกับราชวงศ์ถังเข้าโจมตีอาณาจักรแพคเจ ภายใต้การนำทัพโดยคิมยูชินที่สุดแล้วสงครามก็จบลงโดยความล่มสลายของอาณาจักรแพคเจ

ค.ศ. 661 พระเจ้ามูยอลเสด็จสวรรคต พระเจ้ามุนมูลูกชายของพระเจ้ามูยอลก็ขึ้นครองราชย์สืบต่อมา

วาระสุดท้าย[แก้]

คิมยูชินในวัย 73 ปี ซึ่งป่วยกระเสารกระแสะ พระเจ้ามุนมูก็ส่งหมอหลวงมารักษาเขา ทั้งยังออกรบด้วยตัวพระองค์เองแทนคิมยูชินอีกด้วย เนื่องจากตระหนักถึงความภักดีของคิมยูชินที่แม้ว่าจะป่วยอยู่ก็ยังห่วงการรบกับอาณาจักรโกคูรยอ ในเดือนกันยายนของปีนั้น อาณาจักรโกคูรยอล่มสลายลง แม้ว่าหลังจากนั้นคิมยูชินก็ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น หากเป็นคนอื่นก็คงหลงใหลในอำนาจวาสนา แต่คิมยูชินเองนั้นเป็นผู้ที่จงรักภักดีกับพระเจ้ามุนมูและอาณาจักรชิลลาจงบจนวาระสุดท้ายของชีวิตเขาเลยทีเดียว ซึ่งนับว่า คิมยูชิน ผู้ได้ชื่อว่าเป็นกำลังหลักในการรวบรวมสามอาณาจักร ผู้ที่แม้แต่ฟากฟ้ายังคอยช่วยเหลือเขาได้เสร็จสิ้นภารกิจ และในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 673 คิมยูชิน จอมพลแห่งอาณาจักรซิลลา เสียชีวิตลงอย่างสงบที่บ้านของเขานั่นเองเป็นการปิดฉากชีวิตที่งดงาม ด้วยวัย 78 ปี และเพื่อตอบแทนความภักดีของเขาพระเจ้ามุนมูได้มีพระบรมราชนุญาติให้เขาได้รับเกียรติสูงสุดอีกครั้งคือให้ฝังร่างของเขาไว้ที่เชิงเขา Songhwa ซึ่งเป็นสถานที่ที่อยู่ใกล้สุสานราชวงศ์

อ้างอิง[แก้]

  1. [1] ตามรอยคิมยูชิน สุดยอดแม่ทัพแกร่งของราชินีซอนต๊อก
  • Samguk Sagi Sagi Samguk Yeoljeon 1-3
  • เนื้อหาส่วนใหญ่จาก Samguk Yusa Yusa Samguk vol. 1