ข้ามไปเนื้อหา

คาร์ล ไฮนซ์ รุมเมนิกเก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คาร์ล ไฮนซ์ รุมเมนิกเก
รุมเมนิกเก้ในปี ค.ศ. 2015
ข้อมูลส่วนตัว
วันเกิด (1955-09-25) 25 กันยายน ค.ศ. 1955 (70 ปี)
สถานที่เกิด ลิพชตัท, เยอรมนีตะวันตก
ส่วนสูง 1.82 m (5 ft 11 12 in)
ตำแหน่ง กองหน้า
สโมสรเยาวชน
1963–1974 เอสเฟา ลิพชตัท 08
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
1974–1984 ไบเอิร์นมิวนิก 310 (162)
1984–1987 อินเตอร์มิลาน 64 (24)
1987–1989 Servette 50 (34)
รวม 424 (220)
ทีมชาติ
1975 West Germany B 1 (0)
1976–1986 เยอรมันตะวันตก 95 (45)
เกียรติประวัติ
ฟุตบอลชาย
ตัวแทนของ  เยอรมนีตะวันตก
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
ชนะเลิศ1980 อิตาลี
ฟุตบอลโลก
รองชนะเลิศ1982 สเปน
รองชนะเลิศ1986 เม็กซิโก
*นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น

คาร์ล ไฮนซ์ รุมเมนิกเก (เกิด 25 กันยายน ค.ศ. 1955) เป็นผู้บริหารสโมสรฟุตบอล และอดีตนักฟุตบอลอาชีพชาวเยอรมัน เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะที่มีความโดดเด่น และเป็นนักฟุตบอลชาวเยอรมันที่มีชื่อเสียง เขายังดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารของ FC Bayern München AG ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของไบเอิร์น มิวนิก สโมสรฟุตบอลในบุนเดิสลีกา

ในฐานะนักเตะ รุมเมนิกเกประสบความสำเร็จอย่างยิ่งกับสโมสรไบเอิร์นมิวนิก โดยคว้าแชมป์อินเตอร์คอนติเนนตัลคัพ ยูโรเปียนคัพ 2 สมัย รวมถึงแชมป์ลีก 2 สมัย และถ้วยภายในประเทศอีก 2 รายการ เขายังคว้ารางวัลบาลงดอร์ถึง 2 สมัย ในปี ค.ศ. 1980 และ 1981 ในปี ค.ศ. 2004 รุมเมนิกเกได้รับการเสนอชื่อโดยเปเล่ ให้อยู่ในฟีฟ่า 100 ซึ่งเป็นรายชื่อนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่[1]

ในฐานะนักเตะของทีมชาติเยอรมนีตะวันตก รุมเมนิกเกคว้าแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1980 และเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่จบในตำแหน่งรองแชมป์ในฟุตบอลโลก 1982 และฟุตบอลโลก 1986

รุมเมนิกเกเป็นอดีตประธานสมาคมสโมสรยุโรป (European Club Association; ECA) โดยดำรงตำแหน่งดังกล่าวตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 ถึงปี ค.ศ. 2017 เขายังเป็นตัวแทนของสมาคมสโมสรยุโรปในคณะกรรมการบริหารของยูฟ่า ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2021 ถึงปี ค.ศ. 2024[2]

ระดับสโมสร

[แก้]
คาร์ล ไฮนซ์ รุมเมนิกเก ขณะค้าแข้งกับไบเอิร์น มิวนิก ในปี ค.ศ. 1982

รุมเมนิกเกเกิดที่เมืองลิพชตัท รัฐนอร์ทไรน์-เว็สท์ฟาเลิน[3]

เขาย้ายมาร่วมทีมไบเอิร์นมิวนิกในปี ค.ศ. 1974 โดยย้ายมาจากสโมสรสมัครเล่นในแคว้นเว็สท์ฟาเลินอย่างโบรุสซีอาลิพชตัท ด้วยค่าตัวประมาณ 10,000 ยูโร[4] เขาฉายแววความโดดเด่นในการเลี้ยงลูกฟุตบอล แม้ว่าทักษะการทำประตูของเขาในช่วงแรกจะยังไม่โดดเด่นนัก แต่เขาก็มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในเวลาต่อมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการเข้ามาของพาล แซร์นาย ในฐานะผู้ฝึกสอนในปี ค.ศ. 1979 ในฤดูกาล 1979–80 เขายิงได้ 26 ประตู พร้อมกับครองตำแหน่งดาวซัลโวของบุนเดิสลีกาเป็นสมัยแรก ซึ่งเขาทำสถิติดังกล่าวได้อีกครั้งในปี ค.ศ. 1981 และ ค.ศ. 1984 ด้วยจำนวน 29 และ 26 ประตูตามลำดับ[5]

เขาคว้าแชมป์ยูโรเปียนคัพร่วมกับไบเอิร์นได้สองสมัยติดต่อกันในปี ค.ศ. 1975[5] และ ค.ศ. 1976 ในปี ค.ศ. 1975 เขาไม่ได้ลงสนามในนัดชิงชนะเลิศ ขณะที่ในปีถัดมา รุมเมนิกเกซึ่งอยู่ในอาการประหม่าได้ดื่มบรั่นดีหนึ่งแก้วเพื่อเตรียมความพร้อม ก่อนจะมีส่วนช่วยให้ทีมเอาชนะอาแอ็ส แซ็งเตเตียน ได้สำเร็จ[6] ในปีเดียวกันนั้น เขายังเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดคว้าแชมป์อินเตอร์คอนติเนนตัลคัพ หลังสามารถเอาชนะครูเซโรจากเบลูโอรีซองชีได้สำเร็จ[5]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Pele's list of the greatest" (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 4 March 2004. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 3 March 2015. สืบค้นเมื่อ 21 May 2023.
  2. "Karl-Heinz Rummenigge appointed to UEFA Executive Committee". FC Bayern Munich. 20 April 2021.
  3. "Karl-Heinz Rummenigge". DFL (ภาษาเยอรมัน). สืบค้นเมื่อ 15 June 2025.
  4. "Rechts und links". Der Spiegel (ภาษาเยอรมัน). 20 January 1980. สืบค้นเมื่อ 15 June 2025.
  5. 1 2 3 "Karl-Heinz Rummenigge". FC Bayern Munich (ภาษาเยอรมัน). สืบค้นเมื่อ 15 June 2025.
  6. "Von Katsche bis Kahn". Süddeutsche Zeitung (ภาษาเยอรมัน). 20 May 2010. สืบค้นเมื่อ 15 June 2025.