คาราเต้ในประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

คาราเต้ (ญี่ปุ่น: 空手 โรมาจิkarate ทับศัพท์คะระเตะ) หรือ คาราเต้โด (ญี่ปุ่น: 空手道 โรมาจิkaratedō ทับศัพท์คะระเตะโด, วิถีมือเปล่า) เป็นศิลปะการต่อสู้ถือกำเนิดที่จังหวัดโอะกินะวะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นการผสมผสานระหว่างการต่อสู้ของชาวโอะกินะวะและชาวจีน คาราเต้ได้เผยแพร่เข้าสู่ญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2464 (ค.ศ. 1921) เมื่อชาวโอะกินะวะอพยพเข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น และได้เผยแพร่เข้าสู่ประเทศไทยในปี พ.ศ. 2508 (ค.ศ. 1965)

ประวัติ[แก้]

คาราเต้เริ่มเข้ามาเผยแพร่เข้ามากับนักท่องเที่ยวในช่วงปี พ.ศ. 2500 ซึ่งจะรู้จักกันในนามของมวยญี่ปุ่น ต่อมาในปี พ.ศ. 2506-2507 ได้มีการจัดแข่งขันมวยไทยปะทะคาราเต้ขึ้น[1] ทำให้เริ่มมีคนรู้จักคาราเต้เพิ่มมากขึ้น

ในปี 2508 ได้มีการจัดการสาธิตคาราเต้ต่อหน้าพระที่นั่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร[2] ในการแข่งขันการแข่งขันยูโดโดยมีสโมสรยูโดช่างกลปทุมวันเป็นเจ้าภาพ ณ อาคารยิมเนเซียม 1 กรีฑาสถานแห่งชาติ โดยเซอิจิ มูราคามิเป็นผู้แสดง พระองค์ทรงสนพระทัยสอบถามเรื่องราวของคาราเต้กับผู้เข้าเฝ้า นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่คาราเต้ได้แสดงต่อหน้าพระที่นั่งและประชาชนทั่วไป เพราะเป็นของแปลกและใหม่ คาราเต้จึงเริ่มเป็นที่สนใจของคนไทย และได้เริ่มฝึกสอนกันในบ้านของนายเซอิจิ มูราคามิ โดยมีลูกศิษย์รุ่นแรกเพียง 4–5 คนเท่านั้น

ต่อมาเท็ตซึโอะ ซาดาฮิโร่[3]ได้มาช่วยสอนอย่างจริงจังในปี พ.ศ. 2509[4] ซึ่งในขณะนั้นได้มีภาพยนตร์ทีวีเกี่ยวกับคาราเต้ออกอากาศในช่องทีวีของไทย ทำให้ชาวไทยสนใจและตื่นตัว หันมาสนใจกีฬาคาราเต้กันมากพอควร

ปี พ.ศ. 2519 ได้ก่อตั้งสมาคมสหพันธ์คาราเต้-โดแห่งประเทศไทย The Federation of All Thailand Karate-do Organizations (FATKO) ขึ้น

สถานที่ฝึกคาราเต้(โดโจ)แห่งแรกอยู่ที่ไปรษณีย์กลาง ต่อมาได้มีการเผยแพร่สู่ระดับมหาวิทยาลัยในรูปชมรม โดยชมรมคาราเต้แห่งแรกของประเทศไทยคือ ชมรมคาราเต้ ม.หอการค้าไทย ในปี พ.ศ. 2513 โดยมีนายอัศวิน ปุณศรี[5]เป็นผู้ก่อตั้งชมรม

ปัจจุบันการจัดการแข่งขันคาราเต้ มีหลายระดับทั้งในและต่างประเทศ เช่น การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ เป็นต้น

อ้างอิง[แก้]