คาบสมุทรไอเวอราค
คาบสมุทรไอเวอราค
| |
|---|---|
คาบสมุทร / ภูมิภาค | |
ภูมิทัศน์ของคาบสมุทรไอเวอราค | |
![]() แผนที่โต้ตอบของคาบสมุทรไอเวอราค | |
| ประเทศ | |
| จังหวัด | มันสเตอร์ |
| เทศมณฑล | เทศมณฑลเคร์รี |
| บารอนี | ไอเวอราค |
| เมืองและชุมชนสำคัญ | คิลลาร์นีย์, คิลลอร์กลิน, คาเฮอร์ซิฟวีน, เคนแมร์ |
| พื้นที่สำคัญ | ริงออฟเคร์รี, สเกลลิกริง, หมู่เกาะสเกลลิก, เกาะวาเลนเชีย, เทือกเขาแมกกิลลีคัดดีส์รีกส์, อุทยานแห่งชาติคิลลาร์นีย์ |
| การปกครอง | |
| • ประเภท | สภาเทศมณฑล |
| • องค์กร | สภาเทศมณฑลเคร์รี |
| เขตเวลา | UTC±0 (WET) |
| • ฤดูร้อน (เวลาออมแสง) | UTC+1 (IST) |
| ภาษา | ภาษาอังกฤษ, ภาษาไอริช |
| เขตวัฒนธรรมและธรรมชาติ | เกลทัคท์ไอเวอราค; เขตสงวนท้องฟ้ามืดนานาชาติเคร์รี |
| เว็บไซต์ | www |
![]() | |
คาบสมุทรไอเวอราค (Uíbh Ráthach; Iveragh Peninsula) เป็นคาบสมุทรทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไอร์แลนด์ ตั้งอยู่ในเทศมณฑลเคร์รี จังหวัดมันสเตอร์ คาบสมุทรอยู่ระหว่างอ่าวดิงเกิลทางเหนือกับอ่าวเคนแมร์ทางใต้ และยื่นออกไปสู่มหาสมุทรแอตแลนติกทางตะวันตก[1][2] พื้นที่นี้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากเส้นทางท่องเที่ยวริงออฟเคร์รี ซึ่งวนรอบชายฝั่งและชุมชนสำคัญของคาบสมุทร[3][4]
ภูมิประเทศของคาบสมุทรไอเวอราคมีความหลากหลาย ประกอบด้วยภูเขา ทะเลสาบ ป่าพื้นเมือง หุบเขาธารน้ำแข็ง ชายฝั่งเว้าแหว่ง หาดทราย เกาะนอกฝั่ง และชุมชนชนบทชายทะเล ตอนกลางของคาบสมุทรเป็นที่ตั้งของเทือกเขาแมกกิลลีคัดดีส์รีกส์ ซึ่งรวมยอดแคร์รอนทูฮิล ยอดเขาสูงสุดของไอร์แลนด์[5] ทางตะวันตกของคาบสมุทรมีหมู่เกาะสเกลลิก โดยเฉพาะสเกลลิกไมเคิล ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก[6]
คาบสมุทรนี้ยังมีความสำคัญด้านภาษาและวัฒนธรรม เนื่องจากพื้นที่บางส่วนทางตะวันตกเป็นเกลทัคท์ไอเวอราค หรือ Gaeltacht Uíbh Ráthaigh ซึ่งเป็นชุมชนภาษาไอริชของเคร์รีตะวันตกเฉียงใต้[7][8] พื้นที่ตะวันตกของคาบสมุทรยังเป็นที่ตั้งของเขตสงวนท้องฟ้ามืดนานาชาติเคร์รี ซึ่งได้รับการรับรองเป็น International Dark Sky Reserve และเป็นหนึ่งในพื้นที่ชมท้องฟ้ามืดสำคัญของไอร์แลนด์[9][10]
ศัพท์และชื่อ
[แก้]ชื่อภาษาไอริชของไอเวอราคคือ Uíbh Ráthach รูปสัมพันธการกคือ Uíbh Ráthaigh และชื่อภาษาอังกฤษคือ Iveragh[1] ชื่อนี้ใช้ทั้งในบริบทภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และการปกครองท้องถิ่น โดยเฉพาะชื่อบารอนีไอเวอราคในเทศมณฑลเคร์รี
ในบทความภาษาไทยนี้ คำว่า “ไอเวอราค” หมายถึงคาบสมุทรทางภูมิศาสตร์โดยรวม ไม่ได้จำกัดเฉพาะบารอนีไอเวอราคหรือเขตการปกครองหนึ่งโดยเฉพาะ ส่วนคำว่า “เกลทัคท์ไอเวอราค” ใช้แทน Gaeltacht Uíbh Ráthaigh ซึ่งเป็นพื้นที่ภาษาไอริชทางตะวันตกของคาบสมุทร
ภูมิศาสตร์
[แก้]

คาบสมุทรไอเวอราคตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเทศมณฑลเคร์รี ขอบเขตทางเหนือหันสู่อ่าวดิงเกิลและคาบสมุทรดิงเกิล ส่วนขอบเขตทางใต้หันสู่อ่าวเคนแมร์และคาบสมุทรแบรา ทางตะวันออกเชื่อมกับพื้นที่คิลลาร์นีย์และที่ราบตอนในของเคร์รี ขณะที่ทางตะวันตกเปิดออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติกและหมู่เกาะสเกลลิก
แกนภูเขาตอนกลางของคาบสมุทรคือเทือกเขาแมกกิลลีคัดดีส์รีกส์ ซึ่งรวมยอดเขาสูงที่สุดของประเทศ เช่น แคร์รอนทูฮิล บีนเคอราฆ และคาเฮอร์ ภูมิประเทศในเขตนี้มีลักษณะขรุขระกว่าพื้นที่ชายฝั่ง ประกอบด้วยสันเขา หุบเขา ทะเลสาบภูเขา และร่องรอยธารน้ำแข็ง พื้นที่ด้านตะวันออกของคาบสมุทรเชื่อมกับอุทยานแห่งชาติคิลลาร์นีย์ ซึ่งประกอบด้วยภูเขา ป่าไม้ และทะเลสาบคิลลาร์นีย์[5]
ชายฝั่งของคาบสมุทรมีอ่าว แหลม หาดทราย และท่าเรือเล็กจำนวนมาก พื้นที่สำคัญ ได้แก่ เกลนบีห์, รอสส์บีห์, คาเฮอร์ซิฟวีน, เกาะวาเลนเชีย, พอร์ตแมกี, บอลลินสเกลลิกส์, วอเตอร์วิลล์, คาเฮอร์แดเนียล, สนีม และเคนแมร์ ชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้มีบทบาทสำคัญต่อการเดินเรือ ประมง การท่องเที่ยว และการเข้าถึงหมู่เกาะสเกลลิก
เมืองและชุมชน
[แก้]เมืองและหมู่บ้านสำคัญบนหรือรอบคาบสมุทรไอเวอราค ได้แก่ คิลลาร์นีย์, คิลลอร์กลิน, เกลนบีห์, คาเฮอร์ซิฟวีน, พอร์ตแมกี, ไนต์สทาวน์บนเกาะวาเลนเชีย, บอลลินสเกลลิกส์, วอเตอร์วิลล์, คาเฮอร์แดเนียล, สนีม และเคนแมร์[3][4] ชุมชนเหล่านี้เติบโตจากการประมง เกษตรกรรม การค้าในชนบท การเดินเรือ และการท่องเที่ยวริมชายฝั่ง
คิลลาร์นีย์ เป็นเมืองท่องเที่ยวใหญ่ทางตะวันออกของคาบสมุทร และมักทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดของเส้นทางริงออฟเคร์รี เมืองนี้เชื่อมกับทะเลสาบคิลลาร์นีย์ อุทยานแห่งชาติคิลลาร์นีย์ และเส้นทางเข้าสู่เทือกเขาแมกกิลลีคัดดีส์รีกส์
คาเฮอร์ซิฟวีน เป็นเมืองสำคัญทางตะวันตกของคาบสมุทร ตั้งอยู่ใกล้ช่องแคบสู่เกาะวาเลนเชีย พื้นที่นี้เกี่ยวข้องกับมรดกของแดเนียล โอคอนเนลล์ และเป็นประตูสู่สเกลลิกริง เกาะวาเลนเชีย และพื้นที่เกลทัคท์ไอเวอราค
พอร์ตแมกี เป็นหมู่บ้านประมงและท่าเรือที่เชื่อมคาบสมุทรกับเกาะวาเลนเชียด้วยสะพาน และเป็นหนึ่งในจุดออกเรือสำคัญสู่หมู่เกาะสเกลลิก ส่วน เคนแมร์ และ สนีม ทางใต้ของคาบสมุทรมีบทบาทเป็นศูนย์กลางบริการและการท่องเที่ยวริมอ่าวเคนแมร์
ริงออฟเคร์รีและสเกลลิกริง
[แก้]

ริงออฟเคร์รี เป็นเส้นทางท่องเที่ยวแบบวงรอบที่มีชื่อเสียงที่สุดของคาบสมุทรไอเวอราค เส้นทางนี้มีความยาวประมาณ 179 กิโลเมตร วนรอบคาบสมุทร และผ่านภูมิทัศน์ชายฝั่ง หมู่บ้าน ประวัติศาสตร์ และสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง[3] Tourism Ireland ระบุว่าเส้นทางเริ่มและสิ้นสุดที่คิลลาร์นีย์ และผ่านจุดสำคัญ เช่น Moll's Gap, Torc Waterfall และ Gap of Dunloe[4]
สเกลลิกริง เป็นเส้นทางย่อยทางตะวันตกของคาบสมุทร ครอบคลุมพื้นที่ระหว่างคาเฮอร์ซิฟวีน พอร์ตแมกี เกาะวาเลนเชีย บอลลินสเกลลิกส์ และวอเตอร์วิลล์ เส้นทางนี้มีขนาดเล็กกว่าและมักให้ประสบการณ์ชายฝั่งแอตแลนติกที่เงียบกว่าเส้นทางหลักของริงออฟเคร์รี พื้นที่ดังกล่าวยังเป็นส่วนสำคัญของเขตสงวนท้องฟ้ามืดนานาชาติเคร์รีและเป็นจุดชมหมู่เกาะสเกลลิกจากฝั่ง
เดอร์รินาน ใกล้คาเฮอร์แดเนียลเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เนื่องจากเป็นที่ตั้งของเดอร์รินานเฮาส์ บ้านของแดเนียล โอคอนเนลล์ ผู้นำการปลดปล่อยคาทอลิกในคริสต์ศตวรรษที่ 19 พื้นที่นี้ยังมีชายหาด ป่าไม้ และภูมิทัศน์ชายฝั่งที่เป็นส่วนหนึ่งของภาพจำไอเวอราคตอนใต้[10]
หมู่เกาะสเกลลิกและเกาะวาเลนเชีย
[แก้]

หมู่เกาะสเกลลิกตั้งอยู่นอกชายฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรไอเวอราค ประกอบด้วยสเกลลิกไมเคิลและลิตเทิลสเกลลิก สเกลลิกไมเคิลมีชื่อเสียงจากอารามคริสต์ศาสนาไอริชยุคต้นบนยอดเกาะหินสูงชัน และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกในฐานะภูมิทัศน์สงฆ์ที่โดดเด่นของแอตแลนติกเหนือ[6]
เกาะวาเลนเชียตั้งอยู่นอกปลายตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทร เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ที่พอร์ตแมกีด้วยสะพาน และยังเข้าถึงได้ด้วยเรือข้ามฟากจากเรนาร์ดพอยต์ไปยังไนต์สทาวน์ เกาะนี้มีความสำคัญทางธรณีวิทยาจากรอยเท้าเตตระพอดยุคดีโวเนียน ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับสัตว์มีกระดูกสันหลังยุคแรกที่เคลื่อนขึ้นสู่บก[11]
พื้นที่ชายฝั่งตะวันตกของไอเวอราคยังมีเกาะและหน้าผาทะเลที่สำคัญต่อสัตว์ทะเลและนกทะเล เช่น พัฟฟินไอส์แลนด์ ลิตเทิลสเกลลิก และเกาะย่อยรอบช่องแคบพอร์ตแมกี พื้นที่เหล่านี้เชื่อมโยงทั้งการอนุรักษ์ธรรมชาติ การประมง และการท่องเที่ยวทางเรือ
ธรณีวิทยาและภูมิประเทศ
[แก้]คาบสมุทรไอเวอราคเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าทางธรณีวิทยา เนื่องจากมีภูเขา หินทรายเก่า โครงสร้างหินพับ หุบเขาธารน้ำแข็ง และร่องรอยสิ่งมีชีวิตโบราณบนเกาะวาเลนเชีย พื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของการนำเสนอภูมิทัศน์แบบธรณีท่องเที่ยวในเคร์รี โดยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างหิน ภูมิประเทศ มรดก และชุมชน[2]
ธารน้ำแข็งยุคไพลสโตซีนมีบทบาทสำคัญในการปรับรูปภูมิประเทศของคาบสมุทร ทำให้เกิดหุบเขารูปตัวยู ทะเลสาบภูเขา และพื้นผิวหินที่ถูกกัดเซาะ ในเขตคิลลาร์นีย์ หุบเขาและทะเลสาบที่เชิงเทือกเขาแมกกิลลีคัดดีส์รีกส์กลายเป็นส่วนสำคัญของอุทยานแห่งชาติคิลลาร์นีย์และภูมิทัศน์การท่องเที่ยวของไอเวอราคตะวันออก[5]
รอยเท้าเตตระพอดบนเกาะวาเลนเชียเป็นหลักฐานสำคัญด้านบรรพชีวินวิทยา เพราะแสดงร่องรอยการเคลื่อนที่ของสัตว์มีกระดูกสันหลังโบราณบนพื้นตะกอนที่กลายเป็นหินในเวลาต่อมา หลักฐานดังกล่าวทำให้คาบสมุทรไอเวอราคมีความสำคัญไม่เพียงด้านทิวทัศน์ แต่ยังด้านประวัติชีวิตบนโลกด้วย[11]
โบราณคดีและประวัติศาสตร์
[แก้]

คาบสมุทรไอเวอราคมีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ยาวนาน ตั้งแต่โบราณสถานก่อนประวัติศาสตร์ ป้อมหิน ยุคคริสต์ศาสนาไอริชตอนต้น จนถึงภูมิทัศน์เกษตรกรรมและประมงสมัยใหม่ ป้อมหินอย่างสเตกฟอร์ตใกล้สนีมเป็นตัวอย่างของสถาปัตยกรรมป้องกันและการจัดพื้นที่ในสังคมไอร์แลนด์ยุคต้น
สเกลลิกไมเคิลสะท้อนรูปแบบการแสวงหาความสงบของชุมชนสงฆ์บนเกาะหินห่างไกล การก่อสร้างกระท่อมหินแบบรังผึ้ง ทางเดินหิน และพื้นที่สวดมนต์บนเกาะสูงชันแสดงให้เห็นความสามารถของชุมชนศาสนาในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากมาก[6]
ในยุคสมัยใหม่ คาบสมุทรไอเวอราคเกี่ยวข้องกับการอพยพ ความยากจนในชนบท การประมงริมแอตแลนติก การท่องเที่ยว และการฟื้นฟูภาษาไอริช ชุมชนชายฝั่งจำนวนมากต้องปรับตัวจากเศรษฐกิจเกษตรกรรมและประมงไปสู่การท่องเที่ยว บริการ และงานวัฒนธรรมท้องถิ่น
เกลทัคท์และวัฒนธรรม
[แก้]พื้นที่บางส่วนทางตะวันตกของคาบสมุทรไอเวอราคเป็นส่วนหนึ่งของเกลทัคท์ไอเวอราค หรือ Gaeltacht Uíbh Ráthaigh ชุมชนสำคัญเกี่ยวข้องกับพื้นที่บอลลินสเกลลิกส์ Dún Géagáin และชุมชนชายฝั่งใกล้เคียง[7][8] แม้เกลทัคท์ไอเวอราคมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับเกลทัคท์ขนาดใหญ่ในกอลเวย์หรือดันนิกอล แต่มีบทบาทสำคัญต่ออัตลักษณ์ภาษาไอริชในเคร์รีตะวันตกเฉียงใต้
วัฒนธรรมของคาบสมุทรเชื่อมโยงกับภาษาไอริช ดนตรีพื้นบ้าน การเล่าเรื่อง การประมง การเดินเรือ กีฬาเกลิก และมรดกคาทอลิก ชุมชนริมทะเลและหุบเขาภูเขามีบุคลิกแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดสัมพันธ์กับภูมิประเทศแอตแลนติกที่ทั้งงดงามและท้าทาย
ชื่อสถานที่จำนวนมากบนคาบสมุทรยังคงสะท้อนชั้นประวัติศาสตร์ภาษาไอริช เช่น ชื่อภูเขา อ่าว ทาวน์แลนด์ เกาะ และหมู่บ้าน การรักษาชื่อเหล่านี้มีความสำคัญต่อการอธิบายภูมิทัศน์ในฐานะพื้นที่วัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงพื้นที่ธรรมชาติหรือแหล่งท่องเที่ยว
ธรรมชาติและการอนุรักษ์
[แก้]ชายฝั่งของคาบสมุทรไอเวอราคเป็นพื้นที่สำคัญด้านความหลากหลายทางชีวภาพ มีทั้งหน้าผาทะเล เกาะนกทะเล อ่าวตื้น หาดทราย พื้นที่ชุ่มน้ำ ทุ่งหญ้าชายฝั่ง และระบบนิเวศภูเขา National Parks and Wildlife Service กำหนด Iveragh Peninsula SPA รหัสพื้นที่ 004154 เป็นพื้นที่คุ้มครองพิเศษในเทศมณฑลเคร์รี โดยมีชนิดนกสำคัญ เช่น นกฟูลมาร์ เหยี่ยวเพเรกริน นกคิตติเวก นกกิลลีมอต และนกชัฟ[12]
พื้นที่ชายฝั่งและทะเลรอบไอเวอราคยังเกี่ยวข้องกับพื้นที่อนุรักษ์อื่น ๆ เช่น Skelligs SPA, Puffin Island SPA, Valentia Harbour and Portmagee Channel SAC, Ballinskelligs Bay and Inny Estuary SAC และ Kenmare River SAC ซึ่งสะท้อนความสำคัญของระบบนิเวศทะเล นกทะเล และถิ่นอาศัยชายฝั่ง[13]
ใน ค.ศ. 2024 รัฐบาลไอร์แลนด์ประกาศจัดตั้ง Páirc Náisiúnta na Mara, Ciarraí หรืออุทยานแห่งชาติทางทะเลเคร์รี ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรกของไอร์แลนด์และครอบคลุมเกาะ แนวปะการังนอกฝั่ง และพื้นที่ชายฝั่งบางแห่งของเคร์รี รวมถึงพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับชายฝั่งไอเวอราคและหมู่เกาะสเกลลิก[14][15]
ในระดับภูเขาและป่าไม้ อุทยานแห่งชาติคิลลาร์นีย์และพื้นที่แมกกิลลีคัดดีส์รีกส์เป็นแหล่งสำคัญของป่าพื้นเมือง ทะเลสาบ ภูเขา และชนิดพันธุ์เฉพาะถิ่นของไอร์แลนด์ตะวันตกเฉียงใต้[5] การท่องเที่ยวจำนวนมากบนเส้นทางริงออฟเคร์รีและพื้นที่ภูเขาทำให้การจัดการเส้นทาง ขยะ การจราจร และการอนุรักษ์ถิ่นอาศัยเป็นประเด็นสำคัญของภูมิภาค
เขตสงวนท้องฟ้ามืด
[แก้]คาบสมุทรไอเวอราคตะวันตกเป็นที่ตั้งของเขตสงวนท้องฟ้ามืดนานาชาติเคร์รี พื้นที่ดังกล่าวครอบคลุมชุมชนและภูมิภาค เช่น เคลส์ คาเฮอร์ซิฟวีน เกาะวาเลนเชีย พอร์ตแมกี เดอะเกลน บอลลินสเกลลิกส์ วอเตอร์วิลล์ โดรมิด และเดอร์รินาน–คาเฮอร์แดเนียล[10]
DarkSky International ระบุว่าเขตสงวนท้องฟ้ามืดนานาชาติเคร์รีได้รับการรับรองใน ค.ศ. 2014 และเป็น International Dark Sky Reserve แห่งแรกของไอร์แลนด์[9] ท้องฟ้ามืดของพื้นที่เกิดจากความหนาแน่นประชากรต่ำ ระยะห่างจากเมืองใหญ่ และการจัดการมลภาวะทางแสง ทำให้สามารถชมทางช้างเผือก ดาวเคราะห์ ฝนดาวตก และปรากฏการณ์ท้องฟ้าอื่นได้ในคืนที่สภาพอากาศเหมาะสม
เขตสงวนท้องฟ้ามืดช่วยเพิ่มมิติการท่องเที่ยวของไอเวอราคจากการชมภูมิทัศน์กลางวันไปสู่การท่องเที่ยวกลางคืนและการศึกษาดาราศาสตร์ ขณะเดียวกันยังส่งเสริมความตระหนักเรื่องมลภาวะทางแสงและความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนชายฝั่งกับท้องฟ้าแอตแลนติก
เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
[แก้]เศรษฐกิจของคาบสมุทรไอเวอราคผูกกับการท่องเที่ยว เกษตรกรรมชายขอบ การประมง บริการชุมชน งานวัฒนธรรม และธุรกิจขนาดเล็ก พื้นที่หลายแห่งพึ่งพาฤดูกาลท่องเที่ยว โดยเฉพาะเส้นทางริงออฟเคร์รี อุทยานแห่งชาติคิลลาร์นีย์ หมู่เกาะสเกลลิก ชายหาด และหมู่บ้านริมทะเล
การท่องเที่ยวมีบทบาทสูงมากต่อภาพลักษณ์ของคาบสมุทร เนื่องจากเส้นทางริงออฟเคร์รีเป็นหนึ่งในเส้นทางขับรถท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของไอร์แลนด์ และมักถูกนำเสนอควบคู่กับไวลด์แอตแลนติกเวย์[3][4] จุดหมายสำคัญ ได้แก่ คิลลาร์นีย์ ทอร์กวอเทอร์ฟอลล์, Gap of Dunloe, Moll's Gap, แคร์รอนทูฮิล, รอสส์บีห์, เกาะวาเลนเชีย, พอร์ตแมกี, สเกลลิกไมเคิล, เดอร์รินาน และเคนแมร์
อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวจำนวนมากทำให้เกิดความท้าทายด้านการจราจร ถนนแคบ แรงกดดันต่อที่พักและบริการท้องถิ่น ตลอดจนผลกระทบต่อพื้นที่ธรรมชาติและชุมชนชายฝั่ง การท่องเที่ยวร่วมสมัยของไอเวอราคจึงพยายามกระจายผู้มาเยือนสู่เส้นทางเดิน ชุมชนย่อย ธรณีท่องเที่ยว ท้องฟ้ามืด และประสบการณ์วัฒนธรรมท้องถิ่นมากขึ้น
ในวัฒนธรรมและภาพจำ
[แก้]คาบสมุทรไอเวอราคเป็นหนึ่งในภูมิทัศน์ที่สร้างภาพจำของไอร์แลนด์ได้ชัดเจนที่สุด ภาพของถนนริมหน้าผา ภูเขาสูง ทะเลสาบคิลลาร์นีย์ หาดแอตแลนติก หมู่เกาะสเกลลิก และหมู่บ้านหลากสี ทำให้พื้นที่นี้เป็นฉากสำคัญในสื่อท่องเที่ยว ภาพถ่าย วรรณกรรม และภาพยนตร์เกี่ยวกับไอร์แลนด์
การที่สเกลลิกไมเคิลปรากฏในภาพยนตร์ระดับนานาชาติทำให้พื้นที่ตะวันตกของคาบสมุทรได้รับความสนใจจากผู้มาเยือนมากขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 21 แต่ในเชิงวัฒนธรรม ไอเวอราคมีความหมายลึกกว่าการเป็นฉากภาพยนตร์ เพราะเป็นพื้นที่ที่เชื่อมประวัติศาสตร์สงฆ์ ภาษาไอริช ชายฝั่งแอตแลนติก และชีวิตชนบทของเคร์รีไว้ด้วยกัน
แกลอรี
[แก้]- ภูมิทัศน์ของคาบสมุทรไอเวอราค
- เส้นทางริงออฟเคร์รี
- แคร์รอนทูฮิล
- สเกลลิกไมเคิล
- รอยเท้าเตตระพอดบนเกาะวาเลนเชีย
- สเตกฟอร์ต
- เดอร์รินานเฮาส์
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- 1 2 "Uíbh Ráthach / Iveragh". Logainm. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2026.
- 1 2 "About the Iveragh Peninsula". Discover Iveragh. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2026.
- 1 2 3 4 "Plan a Ring of Kerry Road Trip". Fáilte Ireland / Discover Ireland. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2026.
- 1 2 3 4 "Ring of Kerry". Tourism Ireland. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2026.
- 1 2 3 4 "Killarney National Park". National Parks of Ireland. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2026.
- 1 2 3 "Sceilg Mhichíl". UNESCO World Heritage Centre. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2026.
- 1 2 "The Gaeltacht". Údarás na Gaeltachta. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2026.
- 1 2 "Home". Comhchoiste Ghaeltacht Uíbh Ráthaigh. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2026.
- 1 2 "First International Dark Sky Reserve Named In Ireland". DarkSky International. 27 มกราคม 2014. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2026.
- 1 2 3 "Kerry International Dark-Sky Reserve". Fáilte Ireland / Discover Ireland. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2026.
- 1 2 Stössel, I.; Williams, E. A.; Higgs, K. T. (2016). "Ichnology and depositional environment of the Middle Devonian Valentia Island tetrapod trackways, south-west Ireland". Palaeogeography, Palaeoclimatology, Palaeoecology. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2026.
- ↑ "Iveragh Peninsula SPA". National Parks and Wildlife Service. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2026.
- ↑ "Coast". Discover Iveragh. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2026.
- ↑ "Páirc Náisiúnta na Mara, Ciarraí". National Parks of Ireland. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2026.
- ↑ "Ministers announce Ireland's first Marine National Park". National Parks and Wildlife Service. 22 เมษายน 2024. สืบค้นเมื่อ 30 มิถุนายน 2026.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]
วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Iveragh Peninsula- Discover Iveragh
- Uíbh Ráthach / Iveragh จาก Logainm
- Ring of Kerry Road Trip จาก Discover Ireland
- Ring of Kerry จาก Tourism Ireland
- Iveragh Peninsula SPA จาก National Parks and Wildlife Service
- Páirc Náisiúnta na Mara, Ciarraí จาก National Parks of Ireland
- Sceilg Mhichíl จาก UNESCO World Heritage Centre

