คาดิลแลคส์แอนด์ไดโนซอส์ (วิดีโอเกม)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
คาดิลแลคส์แอนด์ไดโนซอส์
Cadillacs and dinosaurs flyer.png
ใบปลิวอาร์เคดแสดงให้เห็น (จากซ้ายไปขวา): มุสตาฟา ไคโร, แจ็ก เทนเรค, แฮนนาห์ ดันดี และเมส โอบราโดวิช
ผู้พัฒนาแคปคอม
ผู้จัดจำหน่ายแคปคอม
แต่งเพลงอิซาโอะ อาเบะ
ชุน นิชิงากิ
เครื่องเล่นอาร์เคด
วางจำหน่ายค.ศ. 1993[1]
แนวซัดมันเลย
รูปแบบผู้เล่นเดี่ยว, หลายผู้เล่น
ระบบอาร์เคดซีพี ซิสเตมแดช

คาดิลแลคส์แอนด์ไดโนซอส์ (อังกฤษ: Cadillacs and Dinosaurs) ได้รับการเผยแพร่ในญี่ปุ่นในชื่อ คาดิลแลคส์เคียวริวชินเซกิ (ญี่ปุ่น: キャディラックス 恐竜新世紀) เป็นเกมอาร์เคด ค.ศ. 1993 โดยแคปคอม ซึ่งเป็นเกมแนวซัดมันเลยเลื่อนด้านข้างที่อิงจากหนังสือการ์ตูนซีรีส์ซีโนโซอิกเทลส์ เกมดังกล่าวได้รับการสร้างขึ้นเพื่อเชื่อมโยงกับซีรีส์แอนิเมชันระยะสั้น คาดิลแลคส์แอนด์ไดโนซอส์ ซึ่งออกอากาศในปีเดียวกันกับเกมที่เปิดตัว ส่วนเวอร์ชันสำหรับแคปคอมเพาเวอร์ซิสเตมเชนเจอร์ได้มีการวางแผนและพรีวิว แต่ไม่ได้มีการเปิดตัว[2]

รูปแบบการเล่น[แก้]

แฮนนาห์ต่อสู้กับบอสที่ชื่อไวซ์

สามารถเล่นได้พร้อมกันสูงสุดสามคน โดยควบคุมตัวละครที่เลือกผ่านแปดด่าน, ต่อสู้กับศัตรู และบอสต่าง ๆ ซึ่งมีตัวละครที่เล่นได้สี่ตัว แต่ละตัวมีจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเอง ได้แก่ แจ็ก (ประเภทสมดุล), แฮนนาห์ (ประเภททักษะ), มุสตาฟา (ประเภทความเร็ว) และเมส (ประเภทกำลัง) ส่วนไดโนเสาร์ที่มีชื่อของเกมนี้ปรากฏตัวในฐานะตัวละครที่ไม่เข้าข้างใคร ซึ่งอาจโจมตีทั้งตัวละครผู้เล่นและศัตรู

ผู้เล่นสามารถใช้การโจมตีที่หลากหลาย ตัวละครแต่ละตัวมีสองท่าไม้ตาย รวมไปถึงการโจมตีอีกแบบหนึ่งในตอนที่พลังชีวิตของตัวละครหมดไปเมื่อกลับมาเจอกับศัตรู และเมื่อผู้เล่นสองคนขึ้นไปเล่นด้วยกัน พวกเขาสามารถก่อให้เกิดการโจมตีแบบทีม นอกจากนี้ ผู้เล่นยังสามารถค้นหาและใช้อาวุธปืนต่าง ๆ, การขว้างอาวุธ เช่น หินและวัตถุระเบิด ตลอดจนอาวุธระยะประชิด เช่น ตระบอง

เมื่อผู้เล่นพ่ายแพ้ระหว่างทาง จะมีฉากหนึ่งในวายร้ายถือปืนจ่อใบหน้าของผู้แพ้ในระยะเผาขนในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง หากคุณไม่เล่นเกมต่อหลังจากนับถอยหลัง 20 วินาที คุณจะได้รับลูกปืน ซึ่งทำให้เกมจบลงอย่างถาวร ด้วยคำพูด "กินลูกปืนนะ เด็กน้อย!" ("Eat lead, baby!")

โครงเรื่อง[แก้]

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 26 เมื่อกลุ่มแก๊งที่เรียกว่าแบล็กมาร์เก็ตเทียส์เริ่มตามล่าไดโนเสาร์โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์ กระบวนการล่าอย่างต่อเนื่องทำให้ไดโนเสาร์มีความดุร้าย และตอนนี้พวกมันเริ่มโจมตีหมู่บ้านรวมถึงผู้คน ฮีโรทั้งสี่ ได้แก่ แจ็ก เทนเรค ช่างเครื่องและหมอผี, แฮนนาห์ ดันดี นักการทูตและนักสำรวจโดยอาชีพ, มุสตาฟา ไคโร เพื่อนและวิศวกร รวมถึงเมส โอบราโดวิช ผู้ลึกลับ ได้ตัดสินใจที่จะปะทะกับแบล็กมาร์เก็ตเทียส์

ตัวละครเอกเดินทางไปยัง "เมืองในทะเล" ซึ่งพวกเขาสงสัยว่าเครือข่ายการล่าทั้งหมดกำลังปฏิบัติการจากที่นั่น เมื่อพวกเขาไปถึงจุดสูงสุดของอาคารพวกเขาจะต่อสู้กับไวซ์ เทอร์ฮูน หลังจากสยบ ไวซ์บอกพวกเขาเกี่ยวกับบุตเชอร์ ที่ออกล่าในป่าทางตอนเหนือ ตามข้อมูลดังกล่าว พวกเขาผ่านป่าพรุซึ่งพวกเขาพบไดโนเสาร์ที่ตายแล้วจำนวนมาก ก่อนที่จะไปถึงและเอาชนะบุตเชอร์

ในขณะเดียวกัน ฮอกก์ ซึ่งเป็นคนมีชื่อเสียงอีกคนหนึ่งในเครือข่ายการล่าสัตว์ ก็รู้เรื่องราวว่าแจ็กกำลังยุ่งอยู่ในป่าพรุและตัดสินใจที่จะเข้ายึดอู่รถของแจ็ก ในการปฏิบัติภารกิจ เหล่าฮีโรต้องผ่านทะเลทรายแห่งความตาย ซึ่งพวกเขาใช้รถเพื่อเดินทางอย่างปลอดภัย แต่แล้วรถก็ถูกฮอกก์ไล่ตามด้วยมอเตอร์ไซค์ครุยเซอร์ของเขา หลังจากเอาชนะฮอกก์ แจ็กก็ตระหนักว่าพวกอันธพาลได้เข้ายึดอู่รถของเขา พวกเขาไปที่นั่นและเคลียร์อู่รถจากพวกอันธพาล ในที่สุดก็เผชิญหน้าและเอาชนะผู้นำของพวกมันอย่างสไลซ์ และสามารถควบคุมอู่รถของพวกเขาให้กลับคืนมา

นี่คือตอนที่พวกเขาได้รับข้อความจากชาวบ้านอาวุโสที่บอกพวกเขาเกี่ยวกับพฤติกรรมแปลก ๆ ของไดโนเสาร์และขอความช่วยเหลือ ในการตอบสนองต่อคำเรียกร้อง เหล่าฮีโรไปถึงหมู่บ้านที่พวกเขาสังเกตเห็นว่าไดโนเสาร์โจมตีผู้คนอย่างรุนแรง และหมู่บ้านถูกจุดไฟเผาโดยใครบางคน เมื่อเดินหน้าต่อไป พวกเขาได้พบกับชาวบ้านอาวุโสอีกครั้งในขณะที่เขาบอกเกี่ยวกับเครือข่ายทั้งหมด และทันทีที่เขากำลังจะเปิดเผยชื่อของบุคคลที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนั้น เขาก็ถูกมอร์แกนยิงเสียชีวิต ซึ่งโจมตีกลุ่มนี้เช่นกัน ในระหว่างการต่อสู้ มอร์แกนพูดถึงพลังของ "ดอกเตอร์" ที่เปลี่ยนตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายไดโนเสาร์ที่เรียกว่ามอร์ก ณ ตอนนี้ พวกเขาได้รู้ว่าดอกเตอร์บางคนพยายามสร้างรูปชีวิตใหม่

เมื่อเดินหน้าต่อไป เหล่าฮีโรจะไปถึงเหมืองถ่านหินและอีกป่าหนึ่ง ซึ่งเผชิญหน้ากับไดโนเสาร์ที่พยายามจะกระทืบพวกเขา แล้วในที่สุด พวกเขาก็มาถึงสถานที่ที่พวกเขาต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตที่มีหนวดที่เรียกว่าไทร็อก ซึ่งยึดติดกับร่างของพวกเหล่าร้ายในฐานะลูกผสมไดโนเสาร์กับมนุษย์ที่น่ากลัว ด้วยการนำและคำใบ้ทั้งหมด ในตอนนี้แจ็กได้ตระหนักแล้วว่า ดร.ไซมอน เฟสเซนเดน คือผู้บงการเบื้องหลังทั้งหมดที่เกิดขึ้น

ทีมฮีโรมุ่งหน้าไปยังที่ซ่อนใต้ดิน ซึ่งอยู่ที่ไหนสักแห่งใน "เมืองในทะเล" เหล่าฮีโรมุ่งหน้าไปที่บังเกอร์, ผ่านห้องสมุด และห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีดอกเตอร์ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ โดยเรียกตัวเองว่าเป็นผู้สร้างโลกใหม่ ลึกลงไปคือห้องปฏิบัติการชีวภาพ และด้านล่างเป็นถ้ำ ซึ่งในที่สุดก็นำไปสู่ห้องทดลองของเฟสเซนเดน เมื่อเห็นทีมฮีโร เฟสเซนเดนแปลงร่างตัวเองเป็นสิ่งมีชีวิตคล้ายมอร์ก แต่กลับพ่ายแพ้ ถึงตอนนี้ เอฟเฟกต์ของเซรุ่มเปลี่ยนแปลงไปถึงจุดสูงสุด และเฟสเซนเดนก็แปลงร่างเป็นสิ่งมีชีวิตสามหัว แต่เหล่าฮีโรสามารถเอาชนะเขาได้อีก

เนื่องจากความพ่ายแพ้ของเขา เฟสเซนเดนได้กำหนดให้อาคารซับซ้อนทั้งหมดต้องทำลายตัวเอง ในขณะที่ห้องทดลองเริ่มระเบิด เหล่าฮีโรต่างวิ่งหนีเพื่อชีวิตของพวกเขา แต่แฮนนาห์ล้มลงขณะวิ่ง และแจ็กหยุดวิ่งเพื่อช่วยเธอ มีเพียงมุสตาฟาและเมสเท่านั้นที่สามารถออกมาจากห้องทดลองได้ในขณะที่มันถูกทำลาย ขณะที่พวกเขากำลังเดินกลับบ้าน ในช่วงที่กำลังคิดถึงแจ็กและแฮนนาห์อยู่นั้น ปรากฏว่าทั้งสองได้นั่งรถมาจากข้างหลังโดยที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นอันว่าฮีโรทั้งสี่ได้กลับบ้านกันทุกคน

การตอบรับ[แก้]

การตอบรับ
คะแนนปฏิทรรศน์
สิ่งพิมพ์เผยแพร่คะแนน
ออลเกม3/5 starsStar full.svgStar full.svgStar empty.svgStar empty.svg[3]
คอมพิวเตอร์แอนด์วิดีโอเกมส์89/100[4]

นิตยสารเกมมาสเตอร์ให้มุมมองเชิงบวกกับคาดิลแลคส์แอนด์ไดโนซอส์[5] ส่วนในประเทศญี่ปุ่น เกมแมชชีนได้จัดอันดับเกมดังกล่าวในฉบับวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 1993 ในฐานะที่เป็นหน่วยอาร์เคดตั้งตรงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับเจ็ดของปี[6] และเกมแมชชีนได้จัดอันดับเกมดังกล่าวในฉบับวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ. 1993 ในฐานะที่เป็นชุดอาร์เคดบนโต๊ะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับสิบของปี ซึ่งมีผลงานดีกว่าเกมเช่นวอริเออส์ออฟเฟต[7] ส่วนนิตยสารรีเพลย์รายงานว่าคาดิลแลคส์แอนด์ไดโนซอส์เป็นเกมอาร์เคดที่ได้รับความนิยมสูงสุดอันดับเก้าในเวลานั้น[8]

นิตยสารเพลย์สเตชัน พอร์เทเบิล โกเพลย์ ได้วิจารณ์เกมดังกล่าวควบคู่ไปกับวิลโลว์ และเดอะ พันนิชเชอร์ โดยกล่าวถึงพวกมันว่า "เกมซีพีเอส1 ที่ดิที่สุดบางเกม ที่คุณไม่น่าจะเล่นในชุดที่รวบรวมของแคปคอม"[9]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Cadillacs and Dinosaurs at Capcom of Japan" (ภาษาญี่ปุ่น). คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ December 6, 1998.
  2. "カプコン アーケードオリジナルボード CPSシリーズ+CPSチェンジャー 限定販売決定!!". Club Capcom (ภาษาญี่ปุ่น). No. 2. Capcom. Spring 1994.
  3. Baize, Anthony (1998). "Cadillacs and Dinosaurs (Arcade) - Review". AllGame. All Media Network. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-11-16. สืบค้นเมื่อ 2020-06-22.
  4. Anglin, Paul (May 1993). "Arcade Action - Cadillacs and Dinosaurs". Computer and Video Games. No. 138. EMAP. pp. 116–117.
  5. "Arcadia - Cadillacs and Dinosaurs (Capcom)". GamesMaster. No. 4. Future Publishing. April 1993. pp. 24–25.
  6. "Game Machine's Best Hit Games 25 - アップライト, コックピット型TVゲーム機 (Upright/Cockpit Videos)". Game Machine (ภาษาญี่ปุ่น). No. 450. Amusement Press, Inc. 1 June 1993. p. 25.
  7. "Game Machine's Best Hit Games 25 - テーブル型TVゲーム機 (Table Videos)". Game Machine (ภาษาญี่ปุ่น). No. 451. Amusement Press, Inc. 15 June 1993. p. 29.
  8. "The Player's Choice - Top Games Now in Operation, Based on Earnings-Opinion Poll of Operators: Best Video Software". RePlay. Vol. 18 no. 9. RePlay Publishing, Inc. June 1993. p. 4.
  9. "Retro Reviews - Classic Capcom Arcade Games". Go Play. No. 10. United Kingdom: Imagine Publishing. 2006. p. 102.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]