คัมภีร์ทานตะวัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

คัมภีร์ทานตะวัน เป็นชื่อของสุดยอดคัมภีร์ยุทธ์วิชาหนึ่งในนิยายกำลังภายในของกิมย้ง ปรากฏครั้งแรกจากเรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร


ประวัติ[แก้]

ในเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักร "คัมภีร์ทานตะวัน" วิชาที่ชาวยุทธ์ร่ำลือกันว่าเป็นยอดเหนือวิทยายุทธ์อื่นใด และต่างแย่งชิงกันครอบครองเพื่อความเป็นใหญ่ คือ

คัมภีร์ทานตะวันเล่มนี้ แต่งโดยขันทีในวังหลวงเมื่อสามร้อยกว่าปีก่อน และสามร้อยกว่าปีมานี้ไม่มีผู้ใดสามารถฝึกวิชาฝีมือในคัมภีร์สำเร็จ แล้วคัมภีร์ก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย จนกระทั่งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน คัมภีร์เล่มนี้ปรากฏว่าตกเป็นของวัดเส้าหลินในมณฑลฟุโจว เจ้าอาวาสวัดตอนนั้นคือ อั้งเฮียะไต้ซือ

ครั้งหนึ่งเมื่อร้อยกว่าปีก่อนมีศิษย์หัวซานสองคนคือ งักเซียว และ ฉั่วจื้อฮง ไปเป็นแขกที่วัดเส้าหลิน ไม่ทราบมีโอกาสอย่างไรได้ขโมยดูคัมภีร์ทานตะวัน

ทั้งสองแบ่งกันท่องคนละครึ่ง เมื่อกลับเข้าสำนักหัวซาน ทั้งสองพอท่องวิทยายุทธในคัมภีร์ออกมากลับไม่ปะติดปะต่อกัน คนทั้งสองต่างเข้าใจว่าอีกฝ่ายหนึ่งท่องผิด ( ต่อมาภายหลัง ทั้งคู่กลับกลายเป็นคู่อริ สำนักหัวซานก็แบ่งเป็นฝ่ายลมปราณ และฝ่ายกระบี่ )

เรื่องที่ งักเซียว และ ฉั่วจื้อฮง แอบดูคัมภีร์ทานตะวัน อีกไม่นานถูกอั้งเฮียะไต้ซือรู้เข้า ท่านไต้ซือทราบว่าวิทยายุทธในคัมภีร์เล่มนี้ร้ายกาจลึกล้ำสุดคาดเดา แต่มีผลเสียหายร้ายแรงต่อผู้ฝึก ดังนั้น ท่านไต้ซือจึงมอบหมายให้ โต่วง้วนไต้ซือซือ ผู้เป็นศิษย์เดินทางสู่หัวซาน เกลี้ยกล่อมงักเซียว และฉั่วจื้อฮง อย่าได้ฝึกวิทยายุทธในคัมภีร์ทานตะวันที่ทั้งสองได้ลักลอบท่องจำออกมา

ศิษย์หัวซานทั้งสองสำนึกผิด และฝึกไม่ได้สักที เลยขอคำชี้แนะ บังเอิญศิย์รักของท่านเจ้าอาวาส ฉลาดปราดเปรื่อง ว่าไปตามความเข้าใจ แนะวิธีโดยหลักการและเหตุผล สุดท้ายตัวเองเกิดความโลภเมื่อเห็นยอดวิชา เลยคัดลอกลงในจีวร และสึกจากการเป็นบรรพชิต ไปคุมสำนักประกันภัย ซึ่งคนผู้นี้คือ ทวดของหลินผิงจื่อ และใช้วิชาดัดแปลงในคัมภีร์ทานตะวันสร้างชื่อ กลายเป็นวิชา เพลงกระบี่ปราบมารเจ็ดสิบสองท่า

ซึ่งความจริง นี่ไม่อาจโทษใครได้ เมื่อพบเห็นวิทยายุทธอันลึกล้ำ ไหนเลยจะห้ามใจไม่ฝึกปรือได้

งักเซียว และ ฉั่วจื้อฮง แห่งสำนักหัวซาน เขียนคัมภีร์ทานตะวันไม่นาน ก็ถูกสิบผู้อาวุโสนิกายตะวันจันทราฆ่าทิ้ง คัมภีร์ทานตะวันฉบับนี้ ก็ถูกช่วงชิงไป ทำให้คัมภีร์ทานตะวันฉบับลักจำซึ่งไม่สมบูรณ์นี้กลายเป็นสมบัติประจำนิกายตะวันจันทรา เมื่อถึงยุคที่ยิ่มอั้วฮั้งเป็นประมุขนิกายสุริยันจันทรา เขาไม่ได้ฝึกวิชาในคัมภีร์ทานตะวันเนื่องจากฝึกวิชามหาเวทดูดดาวอยู่ก่อน อีกทั้งทราบว่าขั้นแรกในการฝึก ผู้ฝึกจะต้องเฉือนความเป็นชายทิ้งไป ต่อมายิ่มอั้วฮั้งได้มอบคัมภีร์ทานตะวันฉบับไม่สมบูรณ์นี้ให้แก่ ตงฟางปุ๊ป้าย ซึ่งต่อมาฝึกวิชานี้จนสำเร็จกลายเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของแผ่นดิน

ไม่นานให้หลัง อั้งเฮียะไต้ซือ ก่อนมรณภาพ ได้เรียกตัวศิษย์ทั้งหมดเข้าพบ บอกต้นสายปลายเหตุของคัมภีร์ทานตะวัน ฉบับสมบูรณ์ เล่มนี้ จากนั้นโยนคัมภีร์เข้าเตาไฟทำลายทิ้ง โดยบอกว่าคัมภีร์เล่มนี้ลึกล้ำพิสดารสุดคาดเดา ซ้ำยังทำให้เกิดปัญหามากมาย เกิดการแย่งชิง เกิดการนองเลือด หากตกทอดถึงชนรุ่นหลังมิใช่วาสนาของยุทธภพ

คัมภีร์ทานตะวันนั้นมีจุดเด่นในเรื่องของความรวดเร็วและพลังลมปราณ เห็นได้จากการบรรยายถึงความรวดเร็วของตงฟางปุ๊ป้ายเมื่อต่อสู้กับ 4 ยอดฝีมือ วิชานี้ไม่เคยปรากฎผู้ฝึกที่เป็นหญิงมาก่อน สำหรับผู้ชายนั้นหากคิดฝึกอุปสรรคแรกที่ต้องทำ คือ ตอนตัวเอง

อ้างอิง[แก้]