คัง เชิง
คัง เชิง | |
|---|---|
| 康生 | |
| รองประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีน | |
| ดำรงตำแหน่ง 9 ตุลาคม ค.ศ. 1959 – 16 ธันวาคม ค.ศ. 1975 | |
| ประธาน | เหมา เจ๋อตง |
| รองประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาประชาชนแห่งชาติ | |
| ดำรงตำแหน่ง 3 มกราคม ค.ศ. 1965 – 16 ธันวาคม ค.ศ. 1975 | |
| ประธาน | จู เต๋อ |
| รองประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจีน | |
| ดำรงตำแหน่ง 17 เมษายน ค.ศ. 1959 – 20 ธันวาคม ค.ศ. 1964 | |
| ประธาน | โจว เอินไหล |
| ผู้อำนวยการกรมกิจการสังคมกลาง | |
| ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 1939 – ค.ศ. 1945 | |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 1898 จูเฉิง เหวย์ฟาง ชานตง จักรวรรดิชิง |
| เสียชีวิต | 16 ธันวาคม ค.ศ. 1975 (77 ปี) ปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน |
| พรรคการเมือง | พรรคคอมมิวนิสต์จีน (ถูกขับออกหลังเสียชีวิต) |
| คู่สมรส | เฉิน อี๋ (陳宜) เฉา อี้โอว (曹軼歐) |
| อาชีพ | หัวหน้าหน่วยข่าวกรอง, สายลับ |
| ชื่อเล่น | “เบรียาของจีน” |
คัง เชิง (จีน: 康生; พินอิน: Kāng Shēng; 4 พฤศจิกายน พ.ศ. ค.ศ. 1898 – 16 ธันวาคม ค.ศ. 1975) ชื่อเกิด จาง จงเข่อ (จีนตัวย่อ: 张宗可; จีนตัวเต็ม: 張宗可; พินอิน: Zhāng Zōngkě) เป็นเจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ผู้มีชื่อเสียงที่สุดจากการกำกับดูแลงานด้านความมั่นคงภายในและหน่วยข่าวกรองของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1940 และอีกครั้งในช่วงจุดสูงสุดของการปฏิวัติวัฒนธรรมในปลายคริสต์ทศวรรษ 1960 และต้นคริสต์ทศวรรษ 1970
เขาเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนตั้งแต่ต้นคริสต์ทศวรรษ 1920 เขาใช้เวลาอยู่ในมอสโกในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1930 ที่ซึ่งเขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการของ NKVD โซเวียต และกลายมาเป็นผู้สนับสนุนหวัง หมิงในการเป็นผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีน หลังกลับมายังประเทศจีนในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ 1930 คังเปลี่ยนความภักดีของเขาไปเป็นเหมา เจ๋อตงและกลายเป็นผู้ร่วมงานใกล้ชิดของเหมาในช่วงสงครามจีน–ญี่ปุ่นครั้งที่สอง สงครามกลางเมืองจีน และหลังจากนั้น เขาดำรงตำแหน่งที่จุดสูงสุดหรือใกล้เคียงจุดสูงสุดของอำนาจในสาธารณรัฐประชาชนจีนตั้งแต่การก่อตั้งใน ค.ศ. 1949 กระทั่งเสียชีวิตใน ค.ศ. 1975 หลังจากการเสียชีวิตของเหมาและการจับกุมแก๊งออฟโฟร์ในเวลาต่อมา คังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรับผิดชอบร่วมกับแก๊งในความรุนแรงเกินเลยของการปฏิวัติวัฒนธรรม และใน ค.ศ. 1980 เขาถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนหลังเสียชีวิต[1]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ See, generally, Byron & Pack 1992, Zhong Kan 1982, Lin Qingshan 1988