คอลล์ออฟดิวตี: เวิลด์วอร์ 2

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search
คอลล์ออฟดิวตี: เวิลด์วอร์ 2
Call of Duty WWII Cover Art.jpg
ผู้พัฒนา Sledgehammer Games
Raven Software
ผู้จัดจำหน่าย Activision
กำกับ Glen Schofield
Michael Condrey
ซีรีส์ คอลล์ออฟดิวตี (เกมชุด)
เครื่องเล่น ไมโครซอฟท์ วินโดวส์
เพลย์สเตชัน 4
เอกซ์บอกซ์ วัน
วางจำหน่าย 3 พฤศจิกายน 2017
แนว เกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่ง Edit this on Wikidata
รูปแบบ วิดีโอเกมผู้เล่นคนเดียว
วิดีโอเกมหลายผู้เล่น
cooperative gameplay Edit this on Wikidata

คอลล์ออฟดิวตี: เวิลด์วอร์ 2 (อังกฤษ: Call of Duty: WWII) เป็นวิดีโอเกมยิงมุมมองบุคคลที่หนึ่งซึ่งพัฒนาโดย Sledgehammer Games และผู้จัดจำหน่ายโดยแอกทิวิชัน ซึ่งเป็นวิดีโอเกมที่ 5 ของคอลล์ออฟดิวตีที่มีเนื้อหาเกียวกับ สงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากภาคเวิลด์แอตวอร์ ในปี 2008[1] ซึ่งได้ออกชื่อในวันที่ 21 พฤษภาคม 2017 และออกตัวอย่างเกมในวันที่ 26 พฤษภาคม 2017 โดยได้วางจำหน่ายในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2017 บนเอกซ์บอกซ์วัน , เพลย์สเตชัน 4 และ ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ [2][3]

เนื้อหา[แก้]

โหมดผู้เล่นคนเดียว[แก้]

เกมนี้ จะมุ่งเน้นช่วงที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งจะมีฉากการรบจะพาผู้เล่นยกพลขึ้นบกที่นอร์ม็องดี, เดินทางผ่านฝรั่งเศส, เข้าปลดปล่อยกรุงปารีส, จากนั้นก็เข้าสู่เบลเยี่ยม, ไปจนถึงเยอรมนี ในช่วงเวลาปี 1944 ถึง 1945

บนการเล่นคนเดียวนั้น โดยเรานอกจากเราจะได้สวมบทบาทเป็นพลทหาร Ronald "Red" Daniel แล้ว เราจะได้สวมบทเป็นตัวละครอื่น ๆ และเราจะได้เล่นตัวละครเพศหญิงในช่วงหนึ่งของเกม ซึ่งเราจะได้เล่นเป็นคนในขบวนการต่อต้านฝรั่งเศส[4]

โหมดผู้เล่นหลายคน[แก้]

ในงาน E3 ปี 2017 โดยในเกมนี้จัดงานในวันที่ 13 - 15 มิถุนายน 2017 ซึ่งภาคนี้ จะได้กลับมาในรูปแบบในการเดินบนพื้นเท่านั้น ซึ่งภาคนี้จะไม่ได้ใช้ความสามารถเหมือนคอลล์ออฟดิวตีในภาคแบล็กออฟ 3 และ อินฟินิตวอร์แฟร์ คือ การกระโดดแบบ Double-Jump , ชุดลอยอากาศ Jet-Packing และการเดินไต่กำแพง หรือ Wall-Running และภาคนี้เราจะได้ตัวละครเพศหญิงมาให้เล่นอีกด้วย[4][5]

โหมด Headquarters[แก้]

โดยโหมดนี้จะเป็นการเล่าเรื่องราวก่อนเหตุการณ์ D-Day ที่เหล่าทหารกำลังฝึกซ้อมในค่าย ซึ่งในโหมดนี้จะรองรับผู้เล่นได้ถึง 48 คน โดยมีโหมดการเล่นย่อย 3 แบบได้ดังนี้

  • Training : เป็นการฝึกซ้อมยิงเป้าในหลายรูปแบบทั้งเป้านิ่งและเคลื่อนไหวและจากตัวอย่างดูเหมือนว่าเราจะต้องทำคะแนนแข่งขันกับผู้เล่นคนอื่น ๆ ด้วย
  • 1 vs 1 : เป็นการต่อสู้ระหว่างผู้เล่นด้วยกันแบบ 1 ต่อ 1 สามารถใช้อาวุธอะไรก็ได้เข้าต่อสู้กันในสนามที่เรียกว่า Pit
  • Anti-AirCraft : ป้องกันฐานทัพจากการบุกรุกของเครื่องบินฝ่ายข้าศึกผู้เล่นจะต้องใช้ปืนต่อสู้อากาศยานหยุดยั้งการรุกรานและไม่ให้พวกมันปล่อยพลร่มลงมาให้ได้

นอกจากนี้ภายในโหมด Headquarters จะมีของรางวัล ให้พิชิตทั้งเครื่องแบบอาวุธยุทโธปกรณ์อีกด้วย[6]

การพัฒนา[แก้]

โดยภาคนี้ ผู้พัฒนาเป็นของ Sledgehammer Game ซึ่งเป็นผู้พัฒนาที่เคยพัฒนาในเกม คอลล์ออฟดิวตี: แอดวานซ์วอร์แฟร์ มาก่อนแล้ว โดยจุดเริ่มต้นในการเริ่มพัฒนาเกมนั้น ได้มาจากการโหวดของพนักงาน เพราะพนักงานของสตูดิโอ Sledgehammer Game ก็มีความเห็นแตกเป็นสองฝ่าย ระหว่างจะทำเกมยุคสงครามโลก หรือทำภาคต่อของ คอลล์ออฟดิวตี: แอดวานซ์วอร์แฟร์ ต่อ

ซึ่ง Glen Schofield และ Michael Condrey ผู้ก่อตั้งบริษัท Sledgehammer ได้มาเปิดเผยในงานสัมมนา GamesBeat Summit ว่าวัฒนธรรมขององค์กรนั้น จะต้องการให้พนักงานเลือกเกมที่จะต้องอยู่กับทีมงานให้ได้นาน 3 ปีด้วยพนักงานตัวเราเอง โดยต้องการให้พวกเขาลงทุนในวิสัยทัศน์และเกมเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีที่สุดจากพวกเขา แล้วทางเราจึงได้สรุปหลังจากผ่านการถกเถียงและการโหวตภายในบริษัทไปในหลายรอบ ว่าทางทีมงานจะทำภาค เวิลด์วอร์ 2 แทนที่จะทำ แอดวานซ์วอร์แฟร์ 2[7] ภายหลังจากการโหวด Michael Condrey ได้กล่าวไว้ว่า "ที่ Sledgehammer Games เราเชื่อว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ จะต้องหลงใหลในสิ่งที่พวกเขากำลังทำเกมนี้อยู่" [8]

การวางจำหน่าย[แก้]

โดยเกมนี้ มีทั้งหมด 3 รุ่น คือ Base Edition, Digital Deluxe Edition และ Pro Edition โดยตัวเกมเวอร์ชันจริงจะวางจำหน่ายในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2017 บนเอกซ์บอกซ์วัน เพลย์สเตชัน 4 และระบบปฏิบัติการไมโครซอฟท์ วินโดวส์ ซึ่งคนที่สั่งจองล่วงหน้านั้น จะได้รับสิทธิ์เข้าเวอร์ชัน Beta เป็นการส่วนตัว (Private Beta) ในวันที่ 25 สิงหาคม 2017 บนเพลย์สเตชัน 4 , วันที่ 1 กันยายน 2017 บนเอกซ์บอกซ์วัน และเพลย์สเตชัน 4 และวันที่ 29 กันยายน 2017 บน PC และจะได้รับสิทธิ์การปลดล็อกอาวุธ กับค่าประสบการณ์ 2 เท่า (ภายใน 4 ชั่วโมง) จากนั้น คนที่ซื้อหลังจากนั้น จะได้ฟรี DLC 1 ชุด จาก 4 ชุด[9]

การตอบรับและความนิยม[แก้]

การตอบรับ
Aggregate scores
Aggregator คะแนน
เมตาคริทิค (PS4) 79/100[14]

(XONE) 81/100[15]

(PC) 75/100[16]
Review scores
Publication คะแนน
อิเล็กทรอนิกส์เกมมิงมันธลี 8.5 / 10[10]
เกมอินฟอร์เมอร์ 8.75 / 10[11]
เกมเรโวลูชัน 3.5/5 starsStar full.svgStar full.svgStar half.svgStar empty.svg[20]
เกมส์เรดาร์ 4/5 starsStar full.svgStar full.svgStar full.svgStar empty.svg[13]
เกมสปอต 9 / 10[12]
Giant Bomb 3/5 starsStar full.svgStar full.svgStar empty.svgStar empty.svg[21]
ไอจีเอ็น 8/10[17]
พีซีเกมเมอร์ยูเอส 70/100[18]
Polygon 7/10[19]

ใน YouTube ได้มีประกาศผลวิดีโอเกมยอดนิยม ในช่วงงาน E3 ปี 2017 จากเกมทั้งหมดประมาณ 200 เกม โดยวัดจากยอดวิวรวมทุกคลิปที่เกี่ยวข้อง ทั้งเทรลเลอร์ของบริษัทเอง คลิปโชว์เกมเพลย์ ข่าวจากสื่อ และคลิปจากแฟนๆ ซึ่งอยู่ในเกมยอดนิยมเป็นอันดับที่ 4 เป็นรองจาก Star Wars Battlefront II , Assassin's Creed Origins และ FIFA 18

เกมนี้ได้รับการตอบรับจากเมทาคริติกในด้านบวกที่ 75 ถึง 81 คะแนน[22][23] ด้าน GameSpot ให้ 9 จาก 10 คะแนนเต็ม[24]

อ้างอิง[แก้]

  1. Campbell, Colin (April 21, 2017). "Call of Duty: WWII confirmed, full reveal next week". Polygon. สืบค้นเมื่อ April 26, 2017. 
  2. Webster, Andrew (April 26, 2017). "Call of Duty: WWII is launching November 3rd". The Verge. สืบค้นเมื่อ April 26, 2017. 
  3. Plagge, Kallie (April 26, 2017). "Call Of Duty: WW2 Release Date, First Details And Beta Revealed". GameSpot (ใน English). สืบค้นเมื่อ 26 เมษายน 2017. 
  4. 4.0 4.1 "Call of Duty: WWII มีให้เล่นเป็นตัวละครหญิง ทั้งในโหมดเนื้อเรื่องและมัลติเพลเยอร์". Blognone. สืบค้นเมื่อ 7 มิถุนายน 2560. 
  5. "รายละเอียดเต็มๆ Call of Duty: WWII". Gaming Dose. สืบค้นเมื่อ 7 มิถุนายน 2560. 
  6. "Call of Duty: WW2 เปิดตัวโหมดใหม่สุดมันส์ Headquarters แข่งยิงเป้า/ดวล1-1/ป้องกันฐานพร้อมลุย 3 พฤศจิกายน". NotebookSpac. สืบค้นเมื่อ 24 สิงหาคม 2017. 
  7. "เบื้องหลัง Call of Duty: WWII เลือกทำเกมยุคสงครามโลก มาจากการโหวตของพนักงาน". Blognone. สืบค้นเมื่อ 7 มิถุนายน 2560. 
  8. "Call of Duty studio Sledgehammer wrestled over doing Advance Warfare 2 or WWII". VentureBeat. สืบค้นเมื่อ 7 มิถุนายน 2017. 
  9. "Official Call of Duty®: WWII - Multiplayer Upgrade Trailer". YouTube : Call of Duty. สืบค้นเมื่อ 19 กันยายน 2017. 
  10. Plessas, Nick (2 พฤศจิกายน 2017). "Call of Duty: WWII review". Electronic Gaming Monthly. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2017. 
  11. Tack, Daniel (2 พฤศจิกายน 2017). "Rallying The Shooter On Multiple Fronts - Call of Duty: WWII - PlayStation 4". Game Informer. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2017. 
  12. Concepcion, Miguel (4 พฤศจิกายน 2017). "Call Of Duty: WWII Review". GameSpot. สืบค้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2017. 
  13. Hurley, Leon (2 พฤศจิกายน 2017). "Call of Duty WW2 review". GamesRadar. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2017. 
  14. "Call of Duty: WWII for PlayStation 4 Reviews". Metacritic. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2017. 
  15. "Call of Duty: WWII for Xbox One Reviews". Metacritic. สืบค้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2017. 
  16. "Call of Duty: WWII for PC Reviews". Metacritic. สืบค้นเมื่อ November 2, 2017. 
  17. Sanchez, Miranda (November 7, 2017). "Call of Duty: WW2 Review". IGN. สืบค้นเมื่อ November 7, 2017. 
  18. Davenport, James (November 4, 2017). "Call of Duty WWII review". PC Gamer. สืบค้นเมื่อ November 4, 2017. 
  19. Frushtick, Russ (November 6, 2017). "Call of Duty: WWII review". Polygon. สืบค้นเมื่อ November 6, 2017. 
  20. Faulkner, Jason (November 7, 2017). "Call of Duty WW2 Review – War Has Changed Back". Game Revolution. สืบค้นเมื่อ November 7, 2017. 
  21. Gerstmann, Jeff (November 6, 2017). "Call of Duty: WWII Review". Giant Bomb. สืบค้นเมื่อ November 6, 2017. 
  22. "Call of Duty: WWII for PlayStation 4 Reviews". Metacritic. สืบค้นเมื่อ 2 พฤศจิกายน 2017. 
  23. "Call of Duty: WWII for Xbox One Reviews". Metacritic. สืบค้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2017. 
  24. Concepcion, Miguel (4 พฤศจิกายน 2017). "Call Of Duty: WWII Review". GameSpot. สืบค้นเมื่อ 4 พฤศจิกายน 2017. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]