ข้ามไปเนื้อหา

คอมมานด์ & คองเคอร์: ยูริส์รีเวนจ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คอมมานด์ & คองเคอร์: ยูริส์รีเวนจ์
ภาพปกเกมยูริสรีเวนจ์ ที่มีอูโด เคียร์ รับบทเป็นยูริ ซึ่งเป็นตัวร้ายของเกม
นักพัฒนาเวสต์วูดแปซิฟิก
ผู้จัดจำหน่ายอีเอ เกมส์
ผู้กำกับจอห์น ไฮ
นักออกแบบท็อด โอเวนส์
ดัสติน บราวเดอร์
นักเขียนโปรแกรมไมเคิล เอส. บูธ
ศิลปินฟิล ร็อบ
จอช เทย์เลอร์
ผู้ประพันธ์เพลงแฟรงก์ เคลอแพคี
ชุดเกมคอมมานด์ & คองเคอร์: เรดอะเลิร์ต
แพลตฟอร์มวินโดวส์
วันวางจำหน่าย
แนวเกมวางแผนเวลาจริง
โหมดการเล่นผู้เล่นเดี่ยว, หลายผู้เล่น

คอมมานด์ & คองเคอร์: ยูริส์รีเวนจ์ (อังกฤษ: Command & Conquer: Yuri's Revenge) เป็นภาคเสริมของคอมมานด์ & คองเคอร์: เรดอะเลิร์ต 2 ที่พัฒนาโดยบริษัทเวสต์วูดสตูดิโอส์ เกมนี้วางจำหน่ายในอเมริกาเหนือเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 2001 ตัวเกมดังกล่าวมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับอดีตทหารโซเวียตผู้ลึกลับที่ชื่อยูริ ผู้ซึ่งก่อตั้งกองทัพลับของตนเองและเป็นภัยคุกคามต่อเจตจำนงเสรีของโลก

โครงเรื่อง

[แก้]

ในคอมมานด์ & คองเคอร์: ยูริส์รีเวนจ์ เรื่องราวเริ่มต้นจากการสันนิษฐานว่าฝ่ายสัมพันธมิตรได้รับชัยชนะในเรดอะเลิร์ต 2 เกมนี้เริ่มต้นด้วยทำเนียบขาวประกาศสถานะเดฟคอน 2 โดยที่ยูริ อดีตหัวหน้าหน่วยพลังจิตของโซเวียต วางแผนที่จะยึดครองโลกโดยใช้การควบคุมจิตใจ ซึ่งทำได้โดยการเปิดใช้งานเครือข่ายไซคิกโดมิเนเตอร์ที่สร้างขึ้นอย่างลับ ๆ ทั่วโลก ฝ่ายสหรัฐเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่อไซคิกโดมิเนเตอร์บนเกาะอัลคาทราซ แม้ว่าจะมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก แต่เครื่องดังกล่าวก็สูญเสียพลังงานหลังจากโรงผลิตกำลังได้รับความเสียหาย กระนั้น ยูริได้เปิดใช้งานเครื่องที่เหลือ และส่วนที่เหลือของโลกก็ตกอยู่ภายใต้การควบคุมจิตใจของยูริอย่างรวดเร็ว

เรื่องราวฝ่ายสัมพันธมิตร

[แก้]

ผู้บัญชาการฝ่ายสัมพันธมิตรได้รับการส่งไปที่ซานฟรานซิสโกเพื่อป้องกันและเปิดใช้งานเครื่องย้อนเวลา โดยฝ่ายสัมพันธมิตรวางแผนที่จะย้อนเวลากลับไปและป้องกันไม่ให้ไซคิกโดมิเนเตอร์ของยูริเชื่อมต่อผ่านระบบเครือข่าย เมื่อได้โรงผลิตกำลังเพียงพอแล้ว ผู้เล่นจะย้อนเวลากลับไป โดยมาถึงช่วงเวลาที่กองกำลังโซเวียตบุกซานฟรานซิสโกเป็นครั้งแรก ฝ่ายโซเวียตพ่ายแพ้อย่างไม่คาดคิด และไซคิกโดมิเนเตอร์ที่กำลังก่อสร้างอยู่บนเกาะอัลคาทราซก็ถูกทำลาย ต่อมา พวกเขาได้ช่วยเหลือพลโทคาร์วิล (จากเกมแรกเริ่ม) ก่อนปฏิบัติการระเบิดพลีชีพ และส่งเขามายังปัจจุบัน

แผนที่ฝ่ายสัมพันธมิตรและฝ่ายโซเวียตที่ไม่ตรงยุคสมัย
สีน้ำเงิน: ฝ่ายสัมพันธมิตร
สีแดง: ฝ่ายโซเวียต
* ไม่แสดงอาณาเขตของยูริ

ผู้บัญชาการฝ่ายสัมพันธมิตรถูกส่งไปประจำการที่ลอสแอนเจลิส ที่ซึ่งยูริกำลังสังหารหมู่ประชากรในเมืองและนำศพไปแปรรูปเป็นวัตถุดิบ ผู้บัญชาการดังกล่าวได้ปลดปล่อยลอสแอนเจลิสด้วยความช่วยเหลือจากเหล่าบุคคลผู้มีชื่อเสียงติดอาวุธหนัก ต่อมา ทางผู้บัญชาการได้เคลื่อนกำลังพลไปประจำการที่ซีแอตเทิล หลังจากได้รับคำร้องขอจากประธานบริษัทแมสซีฟซอฟต์คอร์ปอเรชัน[a] โดยยูริเข้าควบคุมวิทยาเขตของแมสซีฟซอฟต์เพื่อระดมทุนและพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านพันธุศาสตร์ ซึ่งผู้บัญชาการฝ่ายสัมพันธมิตรเข้าสู่การรบในเมืองเพื่อควบคุมสถานีไฟฟ้าในพื้นที่ โดยป้องกันไม่ให้ยูริสามารถจ่ายไฟให้แก่ไซโลนิวเคลียร์ของเขาได้ ในขณะเดียวกันก็จ่ายไฟให้แก่สุดยอดอาวุธของฝ่ายสัมพันธมิตรแทน ครั้นหลังจากได้รับชัยชนะเหล่านี้ ยูริก็จับตัวอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ และบังคับให้เขาทำงานประดิษฐ์ไซคิกโดมิเนเตอร์ใกล้กับมหาพีระมิดแห่งประเทศอียิปต์ อย่างไรก็ตาม ทันยา อดัมส์ หน่วยคอมมานโดของฝ่ายสัมพันธมิตร ได้ช่วยไอน์สไตน์ออกมา ซึ่งเธอได้ก่อวินาศกรรมต่อไซคิกโดมิเนเตอร์ โดยทางผู้บัญชาการได้ใช้มันเพียงครั้งเดียวก่อนที่มันจะระเบิด จากนั้นกองกำลังพันธมิตรก็โจมตีโรงงานโคลนนิงของยูริในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ส่วนยูริมีแผนจะลักพาตัวผู้นำโลกและแทนที่พวกเขาด้วยร่างโคลนที่ถูกควบคุมจิตใจ

ด้วยความปรารถนาที่จะยุติสงครามกับยูริ ผู้นำฝ่ายสัมพันธมิตรและโซเวียตจึงพบกันที่อาคารรัฐสภาในลอนดอนเพื่อลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพและความร่วมมือร่วมกัน ซึ่งร้อยโทหญิงเอวาแห่งกองกำลังสัมพันธมิตรภายใต้การควบคุมจิตใจของยูริได้เปิดเผยสถานที่นัดพบ โดยผู้บัญชาการฝ่ายสัมพันธมิตรถูกบังคับให้ปกป้องอาคารจากการโจมตีของยูริเป็นเวลานานพอจนกว่าจะมีการให้สัตยาบันสนธิสัญญา ก่อนที่จะทำลายฐานทัพของยูริในลอนดอนด้วยความช่วยเหลือจากโซเวียต

ส่วนร้อยโทหญิงเอวาได้ติดตามสัญญาณควบคุมจิตใจของยูริ จนพบฐานทัพของเขาบนคาบสมุทรแอนตาร์กติก กระทั่งปฏิบัติการร่วมระหว่างโซเวียตและฝ่ายสัมพันธมิตรได้เริ่มขึ้น โดยทำลายฐานทัพและจับตัวยูริไปขังไว้ในห้องกักขังพลังจิต ซึ่งเขา "จะไม่สามารถควบคุมจิตใจแม้แต่แมลงวันได้" และในขณะที่นายพลคาร์วิลกำลังแสดงความยินดีกับผู้บัญชาการฝ่ายสัมพันธมิตร ไทม์ไลน์ทั้งสองก็เริ่มผสานเข้าด้วยกัน โดยในไทม์ไลน์ใหม่ แทนที่จะเป็นยูริ กลับเป็นคาร์วิลเองที่ขัดจังหวะการประชุมฉุกเฉินที่ทำเนียบขาว ซึ่งสร้างความตกใจให้แก่ประธานาธิบดีดูแกนเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกัน ทันยาได้เชิญผู้บัญชาการฝ่ายสัมพันธมิตรไปงานเลี้ยงฉลองชัยชนะ เช่นเดียวกับที่เธอเคยทำในไทม์ไลน์ก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม คราวนี้เธอถูกขัดจังหวะโดยร้อยโทหญิงเอวา ซึ่งได้เชิญผู้บัญชาการเข้าร่วมเช่นกัน ทันยาจึงบ่นกับไอน์สไตน์ว่าเขาเรียงลำดับเวลาผิดพลาด และขอให้ย้อนเวลากลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน จากนั้นเธอก็ขยิบตาให้ผู้บัญชาการฝ่ายสัมพันธมิตรแล้วบอกว่าจะจับผิดเขาอีกทีจากภาพรีเพลย์

หมายเหตุ

[แก้]
  1. ↑ เป็นการล้อเลียนบิล เกตส์ และบริษัทไมโครซอฟท์

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ "Yuri Chronosphering to Stores". IGN (ภาษาอังกฤษ). ตุลาคม 9, 2001. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 13, 2023. สืบค้นเมื่อ มีนาคม 13, 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. ↑ "Command and Conquer: Yuri's Revenge". Gameplanet. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กันยายน 29, 2003. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 30, 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. ↑ "2001 Releases". Eurogamer. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ ตุลาคม 29, 2001. สืบค้นเมื่อ กรกฎาคม 30, 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]