ข้ามไปเนื้อหา

ความหมายของชีวิต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ความหมายของชีวิต เป็นคำถามปรัชญาว่าด้วยความสำคัญของชีวิตหรือการดำรงอยู่โดยทั่วไป คำถามนี้สามารถแสดงได้หลายรูปแบบ เช่น "ทำไมเราจึงอยู่ที่นี่" "ชีวิตเกี่ยวกับอะไรกันแน่" และ "อะไรคือจุดประสงค์ของการดำรงอยู่" ความหมายของชีวิตเป็นหัวข้อการคาดคะเนทางปรัชญา วิทยาศาสตร์และเทววิทยามากมายตลอดประวัติศาสตร์ มีการเสนอคำตอบจำนวนมากของคำถามนี้จากภูมิหลังทางวัฒนธรรมและอุดมการณ์ต่าง ๆ

ความหมายของชีวิตอยู่ในแนวคิดทางปรัชญาและศาสนาเรื่องการดำรงอยู่ ความสัมพันธ์ทางสังคม พิชานและความสุข และคล้ายกับประเด็นอื่นอีกมาก เช่น ความหมายเชิงสัญลักษณ์ ภววิทยา คุณค่า จุดประสงค์ จริยศาสตร์ ความดีและความชั่ว เจตจำนงเสรี การดำรงอยู่ของพระเป็นเจ้าหนึ่งหรือหลายองค์ แนวคิดพระเป็นเจ้า วิญญาณและชีวิตหลังความตาย ผลงานวิทยาศาสตร์มุ่งอธิบายข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ที่สัมพันธ์กันเกี่ยวกับจักรวาล สำรวจบริบทและตัวแปรเสริมเกี่ยวกับ "อย่างไร" ของชีวิต (how of life) วิทยาศาสต์ยังศึกษาและสามารถให้การแนะนำการแสวงความเป็นอยู่ดี (well-being) และแนวคิดศีลธรรมที่สัมพันธ์กัน แนวเข้าสู่การศึกษาแบบมนุษยนิยมตั้งคำถามว่า "อะไรคือความหมายของชีวิตฉัน" คุณค่าของคำถามนี้อาจพ้องกับการบรรลุความเป็นจริงอันติมะ (ultimate reality) หรือความรู้สึกรวมเป็นหนึ่ง (oneness) หรือกระทั่งความรู้สึกศักดิ์สิทธิ์ (sacredness)

คำถาม

[แก้]

คำถามเกี่ยวกับความหมายของชีวิตแสดงออกได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งรวมถึง:

  • "อะไรคือความหมายของชีวิต" "ชีวิตนี้เกี่ยวกับอะไร" "เราเป็นใคร"[1][2][3]
  • "ทำไมเราอยู่ที่นี่" "เราอยู่ที่นี่เพื่ออะไร"[4][5][6]
  • "อะไรคือจุดกำเนิดชีวิต"[7]
  • "ธรรมชาติของชีวิตคืออะไร" "ธรรมชาติของความเป็นจริงคืออะไร"[7][8][9]
  • "จุดประสงค์ของชีวิตคืออะไร" "จุดประสงค์ของชีวิตหนึ่งคืออะไร"[8][10][11]
  • "อะไรคือความสำคัญของชีวิต"[11]
  • "อะไรที่มีความหมายและมีคุณค่าในชีวิต"[12]
  • "คุณค่าของชีวิตคืออะไร"[13]
  • "การอยู่มีเหตุผลอะไร" "เราอยู่เพื่ออะไร"[6][14]

คำถามเหล่านี้มีคำตอบและการให้เหตุผลมากมาย ทั้งทฤษฎีวิทยาศาสตร์ ตลอดจนคำอธิบายทางปรัชญา เทววิทยาและจิตวิญญาณ เช่น

  • การเป็นคนสำคัญ สิ่งที่เราทำมีผลต่อคนหมู่มาก เช่น ดารา นักร้อง ศิลปิน นักการเมือง
  • การร่วมเป็นองค์ประกอบในองคาพยบส่วนเล็ก ๆ ที่ทำให้สิ่งสำคัญ เช่นประเพณีที่มีมาอย่างยาวนาน มีอยู่ต่อไป ในลักษณะที่เราเป็นส่วนหนึ่งในคนส่วนมากที่ทำแบบเดียวกัน เหมือนกัน พร้อมกัน ในวันและสถานที่ที่ทำโดยทั่วไปในสังคม เป็นต้น
  • การเป็นคนที่ภูมิใจในหน้าที่ของตนเอง ภูมิใจในอาชีพตัวเอง
  • การได้ดูแลครอบครัวเล็ก ๆ ของตนเองให้มีความสุข
  • การเป็นส่วนเล็ก ๆ ให้สังคมดีขึ้น เช่น มีน้ำใจต่อผู้คน ช่วยเหลือผู้อื่นที่เราพบเห็นบ้าง เท่าที่ไม่เดือดร้อนตัวเองเกินไป
  • การได้ทำตามความเชื่อเพื่อว่าจะมีชีวิตที่ดีในโลกหลังความตาย
  • การได้ทำในสิ่งที่อยากทำสักครั้งในชีวิต

มุมมองที่นิยม

[แก้]

"ความหมายของชีวิตคืออะไร" เป็นคำถามที่คนจำนวนมากถามตนเองในขณะหนึ่งของชีวิต ส่วนมากในบริบท "จุดประสงค์ของชีวิตคืออะไร" คำตอบที่นิยมบางคำตอบรวมถึง:

เพื่อตระหนักศักยะและอุดมคติของตน

[แก้]
  • เพื่อทำตัวเองให้มีคุณค่าหรือสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง
  • เพื่อทำในสิ่งที่ตัวเองรักและศรัทธา
  • เพื่อไล่ล่าความฝัน

เพื่อทำฝันของตนให้เป็นจริง

  • เพื่อใช้ไปกับบางสิ่งที่จะดำรงอยู่นานกว่าชีวิตของเรา
  • เพื่อได้ผจญภัยหรือท่องเที่ยวในโลก รู้จักโลกนี้ด้วยประสบการณ์ตรงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  • เพื่อขยายศักยภาพของตน
  • เพื่อแสวงหาตัวตนหรือสร้างตัวตน ที่มากกว่าสถานะแค่ว่าเราเป็นใคร ชื่อ นามสกุล อายุ อาชีพ วันเกิด อยู่ที่ไหน เรียนที่ไหน เป็นลูกเต้าเหล่าใคร มีเงินและทรัพย์สินเท่าไหร่
  • เพื่อกลายเป็นบุคคลที่คุณปรารถนาจะเป็นตลอดมา
  • เพื่อให้สถาบันหรือองค์กรที่เราอยู่ดำรงค์อยู่ต่อไปผ่านการสืบทอดความรู้และจิตวิญญาณให้กับคนรุ่นต่อไป
  • เพื่อที่จะมีความสุข
  • เพื่อให้ชีวิตมีแต่ความรุ่งเรืองมั่งคั่งสมบูรณ์แบบ
  • เพื่อเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง
  • เพื่อทุ่มเททุกสิ่งอย่างในชีวิตแม้แต่สละชีวิตของตนเพื่อสิ่งที่มีค่ามากพอ
  • เพื่อค้นหาและยอมจำนนต่อพรหมลิขิตของตัวเอง
  • การมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบอันมีเกียรติ
  • เพื่อสร้างสังคมที่มนุษย์ชาติมีศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรมขั้นสูงสุดกลายเป็นสุดยอดสังคมในอุดมคติที่มนุษย์ไม่มีการทำร้ายและเบียดเบียนกัน มีอิสระเสรีภาพที่แท้จริง หรือสร้างสังคมหรือโลกในอุดมคติตามแนวคิดที่ตนเองศรัทธา

เพื่อบรรลุความสมบูรณ์ทางชีววิทยา

[แก้]
  • เพื่อมีชีวิตต่อไป นั่นคือ การอยู่ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมทั้งการแสวงหาการเป็นอมตะ เพื่อมีชีวิตตลอดไป หรือพยายามมีชีวิตให้นานที่สุด จนกว่าจะตาย
  • เพื่อปรับตัวและวิวัฒนาการผ่านแสตมเซลล์ที่ปรับร่างกายให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ให้กับลูกหลานต่อไป
  • เพื่อพัฒนาหรือท้าทายขีดความสามารถของตนเอง
  • เพื่อขยายเผ่าพันธุ์ เพื่อสร้างทายาท เพื่อเพิ่มจำนวน เพื่อสืบพันธุ์ เพราะความฝันของทุกเซลล์คือการกลายเป็นสองเซลล์
  • การดูแลสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมในการดำรงค์อยู่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์อื่นให้สามารถอยู่รอดปลอดภัยอย่างมั่งคงและยั่งยืนบนโลกใบนี้ บ้านเพียงหนึ่งเดียวของเรา

เพื่อแสวงภูมิปัญญาและความรู้

[แก้]
  • เพื่อค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ของโลกใบนี้
  • เพื่อเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ในชีวิตให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
  • เพื่อแสวงหาภูมิปัญญาและความรู้ เพื่อส่งต่อให้กับมนุษย์ชาติ
  • เพื่อเผชิญหน้าความกลัวในใจเราและยอมรับบทเรียนที่ชีวิตมอบให้เรา
  • เพื่อจะได้ทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ เพื่อที่จะได้รู้จักชีวิตในทุกแง่มุมให้ได้มากที่สุด
  • เพื่อหาความหมายหรือวัตถุประสงค์ของการมีชีวิต
  • เพื่อหาเหตุผลที่จะอยู่
  • เพื่อค้นพบสัจจธรรมความจริงของโลก
  • เพื่อได้รู้จักสิ่งที่ไม่มีในโลกนี้ เช่น ดาวดวงอื่น หรือ มิติอื่น

เพื่อทำดี เพื่อทำสิ่งที่ถูกต้อง

[แก้]
  • เพื่อจากไปโดยที่โลกนี้กลายเป็นสถานที่ที่ดีกว่ากว่าตอนที่คุณเกิดมา
  • เพื่อทำคุณประโยชน์แก่ผู้อื่น
  • เพื่อให้มากกว่ารับ
  • เพื่อยุติความทุกข์ยาก
  • เพื่อสร้างความเสมอภาค
  • เพื่อท้าทายการกดขี่
  • เพื่อกระจายความมั่งคั่ง
  • เพื่อเอื้อเฟื้อและช่วยเหลือผู้อื่น
  • เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อื่น
  • เพื่อสร้างสรรค์และคิดสิ่งใหม่
  • เพื่อให้มีประชาธิปไตย
  • เพื่อให้มนุษย์ทุกคนรักกันไม่มีการแบ่งแยกและให้อภัยกัน
  • เพื่อให้เกิดความยุติธรรม
  • เพื่อให้มนุษย์ทุกคนอยู่อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี
  • เพื่อแสวงหาสันติภาพ

ความหมายเกี่ยวกับศาสนา

[แก้]
  • เพื่อออกเดินทางตามคำใบ้[15]
  • เพื่อไปถึงสวรรค์ชั้นสูงสุดและสถิต ณ ใจของพระเจ้า (heart of the Divine)[16]
  • เพื่อมีวิญญาณบริสุทธิ์และสัมผัสพระเจ้า[17]
  • เพื่อเข้าใจความลับของพระเจ้า[18]
  • เพื่อรู้หรือรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า[19][20]
  • เพื่อรู้จักตนเอง รู้จักผู้อื่น และรู้เจตจำนงแห่งสวรรค์[21]
  • เพื่อรักบางสิ่งใหญ่กว่า ยิ่งใหญ่กว่า และเกินกว่าเราเอง ซึ่งเป็นบางสิ่งที่เราไม่ได้สร้างหรือมีพลังจะสร้าง บางสิ่งอันเป็นนามธรรมและศักดิ์สิทธิ์เพราะความเชื่อของเราในสิ่งนั้น[22]
  • เพื่อรักพระเจ้า[19] และสิ่งเนรมิตทั้งหมดของพระองค์[23]
  • เพื่อสรรเสริญพระเจ้าด้วยความยินดีในพระองค์ตลอดกาล[24][25]
  • เพื่อเผยแผ่ศาสนาและเพิ่มสาวกของพระเยซูคริสต์[26]
  • เพื่อกระทำยุติธรรม รักเมตตา และเดินอย่างถ่อมตนกับพระเจ้า[27]
  • เพื่อมีลูกดกและทวีมากขึ้น[28] (Genesis 1:28)
  • เพื่อให้มีเสรีภาพ (Romans 8:20–21)
  • เพื่อเติมเต็มโลกและกำราบมัน[28] (Genesis 1:28)

ชีวิตไม่มีความหมาย

[แก้]
  • ชีวิตหรือการมีอยู่ของมนุษย์ไม่มีความหมายหรือจุดประสงค์ที่แท้จริงเพราะการมีอยู่ของมนุษย์มาจากการสุ่มตามธรรมชาติเท่านั้น และสิ่งใดก็ตามที่เกิดจากการสุ่มไม่มีจุดประสงค์ตั้งแต่แรก
  • ชีวิตไม่มีความหมาย ทว่าด้วยความเป็นมนุษย์ พวกเราพยายามเชื่อมโยงความหมายหรือจุดประสงค์เพื่อที่เราจะได้อธิบายการมีอยู่ของพวกเราเอง
  • ชีวิตไม่มีจุดประสงค์ และสิ่งนี้เองทำให้ชีวิตเป็นสิ่งพิเศษ
  • วิถีไม่เคยมีเพียงวิถีเดียวที่เป็นคำตอบที่ถูกต้อง วิถีมีมากมายนับไม่ถ้วน อยู่ที่ใจของเราเลือกเอง และวิถีนั้นย่อมเป็นคำตอบที่ถูกต้องของคนทุกคน และไม่จำเป็นต้องมีแค่วิถีเดียว
  • ถ้าชีวิตไร้ความหมาย เราก็แค่สร้างขึ้นมาก็ได้ไม่ใช่เหรอ

อ้างอิง

[แก้]
  1. Jonathan Westphal (1998). Philosophical Propositions: An Introduction to Philosophy. Routledge. ISBN 0-415-17053-2.
  2. Robert Nozick (1981). Philosophical Explanations. Harvard University Press. ISBN 0-674-66479-5.
  3. Julian Baggini (September 2004). What's It All About? Philosophy and the Meaning of Life. USA: Granta Books. ISBN 1-86207-661-8.
  4. Ronald F. Thiemann; William Carl Placher (1998). Why Are We Here?: Everyday Questions and the Christian Life. Continuum International Publishing Group. ISBN 978-1-56338-236-9.
  5. Dennis Marcellino (1996). Why Are We Here?: The Scientific Answer to this Age-old Question (that you don't need to be a scientist to understand). Lighthouse Pub. ISBN 0-945272-10-3.
  6. 1 2 Hsuan Hua (2003). Words of Wisdom: Beginning Buddhism. Dharma Realm Buddhist Association. ISBN 0-88139-302-9.
  7. 1 2 Paul Davies (March 2000). The Fifth Miracle: The Search for the Origin and Meaning of Life. Simon & Schuster. ISBN 0-684-86309-X. สืบค้นเมื่อ 2007-07-26.
  8. 1 2 Charles Christiansen; Carolyn Manville Baum; Julie Bass-Haugen (2005). Occupational Therapy: Performance, Participation, and Well-Being. SLACK Incorporated. ISBN 1-55642-530-9.{{cite book}}: CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์)
  9. Evan Harris Walker (2000). The Physics of Consciousness: The Quantum Mind and the Meaning of Life. Perseus Books. ISBN 0-7382-0436-6.
  10. "Question of the Month: What Is The Meaning Of Life?". Philosophy Now. Issue 59. สืบค้นเมื่อ 2007-07-26.
  11. 1 2 Jiddu Krishnamurti (2001). What Are You Doing With Your Life?. Krishnamurti Foundation of America. ISBN 1-888004-24-X.
  12. Puolimatka, Tapio; Airaksinen, Timo (2002). "Education and the Meaning of Life" (PDF). Philosophy of Education. University of Helsinki. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 26 September 2007. สืบค้นเมื่อ 26 July 2007.
  13. Stan Van Hooft (2004). Life, Death, and Subjectivity: Moral Sources in Bioethics. Rodopi. ISBN 90-420-1912-3.
  14. Russ Shafer-Landau; Terence Cuneo (2007). Foundations of Ethics: An Anthology. Blackwell Publishing. ISBN 1-4051-2951-4.{{cite book}}: CS1 maint: multiple names: authors list (ลิงก์)
  15. Chris Grau (2005). Philosophers Explore the Matrix. Oxford University Press. ISBN 978-0-19-518107-4.
  16. Z'ev ben Shimon Halevi (1993). The Work of the Kabbalist. Weiser. ISBN 0-87728-637-X.
  17. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Cook
  18. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Cappannelli
  19. 1 2 Michael Joachim Girard (2006). Essential Believing for the Christian Soul. Xulon Press. ISBN 1-59781-596-9.
  20. Jaideva Singh (2003). Vijñanabhairava. Motilal Banarsidass. ISBN 81-208-0820-7.
  21. T. M. P. Mahadevan (1974). Philosophy: Theory and Practice (Proceedings of the International Seminar on World Philosophy). Centre for Advanced Study in Philosophy, University of Madras.
  22. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ Seaman
  23. John T. Scully (2007). The Five Commandments. Trafford Publishing. ISBN 1-4251-1910-7.
  24. "The Westminster Shorter Catechism". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 11 March 2008. สืบค้นเมื่อ 21 March 2008.
  25. John Piper (2006). Desiring God. Multnomah Books. ISBN 1-59052-119-6.
  26. (Matthew 28:18–20)
  27. (Micah 6:8)
  28. 1 2 Thomas Patrick Burke (2004). The Major Religions: An Introduction with Texts. Blackwell Publishing. ISBN 1-4051-1049-X.