ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของไต้หวัน
บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากแหล่งที่มาใด |
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ในสถานะปัจจุบันของสาธารณรัฐจีนบนเกาะไต้หวันได้รับการรับรองโดยประเทศเพียง 13 รัฐ จาก 193 รัฐสมาชิกสหประชาชาติดังนั้น จึงเน้นเฉพาะความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับประเทศที่รับรองสถานะของไต้หวัน และความสัมพันธ์ในเชิงพฤตินัยกับประเทศอื่น ๆ
ทางด้านสถานะทางการเมืองของไต้หวัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐจีนนั้นมีรายละเอียดอยู่ที่ สถานะทางการเมืองของไต้หวัน
ประวัติศาสตร์[แก้]
![]() | ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
ความขัดแย้งในระดับนานาชาติ[แก้]
![]() | ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
รายชื่อประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน[แก้]
|
|
ทั้ง 14 ประเทศนี้มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันอย่างเป็นทางการ โดยรับรองสถานะเป็นรัฐบาลโดยชอบธรรมเพียงหนึ่งเดียวเหนือแผ่นดินจีนทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะในอาณาเขตของหมู่เกาะในปัจจุบัน ซึ่งประกอบไปด้วย เกาะไต้หวัน, หมู่เกาะเผิงหู, เกาะจินเหมิน และหมู่เกาะหมาจู่ และเกาะเล็กเกาะน้อยอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง
เกาหลีใต้และซาอุดีอาระเบียได้ยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันในปี พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) และแอฟริกาใต้ได้เปลี่ยนไปรับรองสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี พ.ศ. 2541 (ค.ศ. 1998) สาธารณรัฐไลบีเรียเปลี่ยนจากการรับรองสาธารณรัฐประชาชนจีนมารับรองรัฐบาลบนเกาะไต้หวันในปี พ.ศ. 2532 (ค.ศ. 1989) และเปลี่ยนกลับไปรับรองรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2546 (พ.ศ. 2003) ทางเครือรัฐดอมินีกาหลังจากรับรองไต้หวันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2526 (ค.ศ. 1983) ก็ได้ยุติการรับรองลงในวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) เนื่องจากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้เสนอให้ความช่วยเหลือเป็นมูลค่ากว่า 117 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในหกปี ส่วนสาธารณรัฐมาซิโดเนียซึ่งรับรองไต้หวันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) ก็ได้เปลี่ยนไปสานสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีนแทน หลังจากถูกจีนแผ่นดินใหญ่คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และใช้สิทธิ์วีโต้ขัดขวางขบวนการรักษาสันติภาพในการประชุมของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งองค์การสหประชาชาติเมื่อปี พ.ศ. 2544 (ค.ศ. 2001) หลังจากนั้นเซาตูเมและปรินซีปีซึ่งรับรองไต้หวันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 (ค.ศ. 1997) ก็ได้เปลี่ยนไปสานสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีนแทนเมื่อปี พ.ศ. 2559 (ค.ศ. 2016) ต่อมาปานามาซึ่งรับรองไต้หวันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2497 (ค.ศ. 1954) ก็ได้เปลี่ยนไปสานสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีนแทนเมื่อปี พ.ศ. 2560 (ค.ศ. 2017) หลังจากนั้นสาธารณรัฐโดมินิกันซึ่งรับรองไต้หวันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) ก็ได้เปลี่ยนไปสานสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีนแทนเมื่อปี พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018)
ถึงแม้ว่าสิงคโปร์จะเปลี่ยนไปสานสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีนในปี พ.ศ. 2535 (ค.ศ. 1992) แต่ก็ยังคงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและกองทัพกับไต้หวันอย่างใกล้ชิด อันเป็นความพยายามของสิงคโปร์ที่จะวางตัวเป็นกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย และก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนทางการทูตที่มักจะทำให้เกิดความขัดแย้งกันอยู่เสมอ สาธารณรัฐประชาชนจีนและสิงค์โปร์เกิดความขัดแย้งทางการทูตกันอย่างรุนแรงเมื่อนายลี เซียน ลุง ได้เดินทางไปเยือนไต้หวันเพียงหนึ่งเดือนก่อนหน้าที่จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2547 (ค.ศ. 2004) [1] เก็บถาวร 2012-07-16 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน ปัจจุบันสิงคโปร์เป็นประเทศเดียวที่ยังคงมีค่ายฝึกทหารอยู่ในไต้หวัน และยังส่งกำลังพลไปฝึกที่นั่นเป็นประจำทุกปี ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ได้มีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่จะย้ายค่ายฝึกบางส่วนหรือทั้งหมดไปยังไหหนานตามข้อเสนอของสาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงแม้ว่านั่นอาจจะเป็นข้อเสนอที่ไม่สามารถตอบรับได้เนื่องจากอาจเกิดปัญหาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสิงคโปร์กับประเทศเพื่อนบ้านที่ไม่มีเชื้อสายชาวจีน [2] เก็บถาวร 2012-07-16 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน [3]
ประเทศที่มีสถานทูตประจำอยู่ในกรุงไทเป ได้แก่ กัวเตมาลา, เซาตูเมและปรินซิปี, หมู่เกาะโซโลมอน, สาธารณรัฐโดมินิกัน, นิการากัว, บูร์กินาฟาโซ, เบลีซ, ปารากวัย, ปาเลา, หมู่เกาะมาร์แชลล์, มาลาวี, สวาซิแลนด์, นครรัฐวาติกัน, ฮอนดูรัส และเฮติ
ปี | ยอมรับไต้หวัน | ยอมรับจีน |
---|---|---|
1969 | 71 | 48 |
1971 | 68 | 53 |
1973 | 31 | 89 |
1978 | 21 | 112 |
1986 | 23 | 134 |
1990 | 28 | 139 |
2012 | 23 | 172 |
2013 | 22 | 172 |
2016 | 21 | 174 |
2017 | 20 | 175 |
2018 | 17 | 178 |
2019 | 15 | 180 |
2021 | 14 | 181[หมายเหตุ 1] |
ความสัมพันธ์สหรัฐ-ไต้หวัน[แก้]
ตัวแทนความสัมพันธ์ในสหรัฐอเมริกา[แก้]
ในปัจจุบัน ไม่มีการสานสัมพันธ์ทางการทูตในระดับทางการ แต่จะเป็นการประสานสัมพันธ์ทางด้านการค้าและวัฒนธรรมอย่างไม่เป็นทางการแทน โดยดำเนินการผ่านสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ซึ่งโดยพฤตินัยแล้วเทียบได้กับสถานทูต มีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และในอีก 12 เมืองทั่วสหรัฐอเมริกา โดยทางเทคนิคแล้วถือว่าสำนักงานมีสถานะเป็นองค์กรเอกชน แต่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานก็คือ นักการทูตที่ "ออกจากงานชั่วคราว"
ตัวแทนความสัมพันธ์จากสหรัฐอเมริกา[แก้]
เมื่อความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการได้ยุติลงในปี พ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) จากการที่สหรัฐอเมริกาเริ่มกระชับความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐประชาชนจีน แต่ยังคงมีการรักษาความสัมพันธ์ทางด้านการค้าและวัฒนธรรมผ่านองค์กรที่โดยพฤตินัยแล้วถือว่าเป็นสถานทูตในชื่อ สถาบันอเมริกาในไต้หวัน
ในทางเทคนิค สถาบันนี้ก็ถือว่าเป็นองค์กรเอกชน แต่เจ้าหน้าที่จะเป็นนักการทูตจาก|กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาที่อยู่ในสถานะ "ลางาน" เพื่อทำงานให้กับสถาบัน อันเป็นวิธีการเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดปัญหาทางการทูต
ความสัมพันธ์กับสาธารณรัฐประชาชนจีน[แก้]
![]() | ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ |
ความสัมพันธ์กับประเทศอื่น ๆ[แก้]
เพื่อเป็นการรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศต่าง ๆ จึงได้จัดตั้ง 'คณะทำงานทางการค้า' หรือ 'สำนักงานตัวแทน' ขึ้นในไทเปสำหรับการปฏิบัติภารกิจทางด้านการค้าและกงสุล อย่างไรก็ตาม เนื่องจากความอ่อนไหวทางการเมืองทำให้งานทางด้านวีซ่ามักจะไม่ได้ดำเนินการในไต้หวันแต่จะถูกส่งต่อไปยังสถานทูตหรือสถานกงสุลที่ใกล้ที่สุดแทน และในทางกลับกัน ทางไต้หวันก็ได้ดำเนินการจัดตั้ง สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป หรือ สำนักงานตัวแทนไทเป ขึ้นในประเทศต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน
ไต้หวันเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคและการแข่งขันกีฬานานาชาติอื่น ๆ ภายใต้ชื่อ 'จีนไทเป' โดยมีการเปลี่ยนธงชาติและเพลงชาติใหม่ เนื่องจากการกดดันจากสาธารณรัฐประชาชนจีน
ปัญหาในเรื่องสถานะของไต้หวันนั้นยังส่งผลกระทบกับเส้นทางการบินด้วย โดยเฉพาะประเทศในยุโรป, อเมริกาเหนือ และออสเตรเลีย สายการบินแมนดารินแอร์ไลน์ซึ่งเป็นสายการบินลูกของไชน่าแอร์ไลน์อันเป็นสายการบินประจำชาติของไต้หวันได้ให้บริการไปยังจุดหมายปลายทางหลายแห่งในต่างประเทศแทนสายบินแม่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางการเมือง แต่ในปี พ.ศ. 2538 (ค.ศ. 1998) ไชน่าแอร์ไลน์ก็ได้เปลี่ยนเครื่องแบบพนักงานใหม่โดยไม่มีการใช้สีธงชาติของไต้หวันอีกต่อไป และเริ่มบินให้บริการไปยังต่างประเทศภายใต้ชื่อของตัวเอง
สายการบินประจำชาติอื่น ๆ หลายแห่งก็ได้ให้บริการเส้นทางไปยังไทเปโดยใช้ชื่อและเครื่องแบบพนักงานอื่นแทน ตัวอย่างเช่น บริติชแอร์เวย์ไม่มีเส้นทางบินระหว่างลอนดอนกับไทเปเลย แต่ให้บริการโดยสายการบินลูกที่ชื่อ บริติชเอเชียแอร์เวย์ โดยมีตัวอักษรจีนบนหางเครื่องบินแทนรูปธงสหราชอาณาจักรที่บริติชแอร์เวย์ใช้ สายการบินแควนตัสของออสเตรเลียก็มีสายการบินลูกชื่อ ออสเตรเลียเอเชียแอร์ไลน์ ซึ่งมีเส้นทางบินระหว่างซิดนีย์และไทเป และในปัจจุบันก็ใช้วิธีบินร่วมกับอีวีเอแอร์ ซึ่งเป็นสายการบินสัญชาติไต้หวัน
ในช่วงก่อนที่รันเวย์ที่สองของสนามบินนานาชาติโตเกียวแห่งใหม่จะสร้างเสร็จ หรือชื่อในปัจจุบันคือ ท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ สายการบินจากไต้หวันจะต้องบินไปลงที่ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว (รู้จักกันในชื่อ "สนามบินฮะเนะดะ") เพื่อหลีกให้กับสายการบินจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่บินไปลงที่นะริตะ และเช่นเดียวกับสายการบินอื่น ๆ เจแปนแอร์ไลน์ก็ได้จัดตั้งสายการบินลูกชื่อ เจแปนเอเชียแอร์ไลน์ เพื่อบินในเส้นทางไต้หวันแทน
รหัสโทรศัพท์ระหว่างประเทศซึ่งจะกำหนดโดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศให้กับประเทศสมาชิก ทางไต้หวันซึ่งไม่ได้เป็นสมาชิกของสหภาพ แต่ก็ได้รับการกำหนดรหัส 886 ให้อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งเป็นรหัสที่ทางสหภาพระบุไว้ว่า 'สำรอง' ทางสาธารณรัฐประชาชนจีนไม่ได้รับรองการใช้รหัสประเทศ 886 นี้ ถึงแม้ว่าจะรับรองการใช้รหัสประเทศที่กำหนดให้กับฮ่องกงและมาเก๊าก็ตาม โดยได้สำรองหมายเลขโทรศัพท์หมวด 26 ไว้ใช้สำหรับเมืองไทเป และหมวด 06 สำหรับส่วนอื่น ๆ ของไต้หวัน
การเข้าร่วมเป็นสมาชิกในองค์กรนานาชาติ[แก้]
ไต้หวันเป็นสมาชิกของ APEC, AsDB, BCIE, ICC, IOC, WCL และ WTrO
ดูเพิ่ม[แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
- กระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐจีน
- พระราชบัญญัติระเบียบความสัมพันธ์กับฮ่องกงและมาเก๊า เก็บถาวร 2007-12-22 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
![]() |
บทความเกี่ยวกับประเทศ ดินแดน หรือเขตการปกครองนี้ยังเป็นโครง คุณสามารถช่วยวิกิพีเดียได้โดยการเพิ่มเติมข้อมูล |
อ้างอิงผิดพลาด: มีป้ายระบุ <ref>
สำหรับกลุ่มชื่อ "หมายเหตุ" แต่ไม่พบป้ายระบุ <references group="หมายเหตุ"/>
ที่สอดคล้องกัน หรือไม่มีการปิด </ref>