ข้ามไปเนื้อหา

ความพยายามรัฐประหารในประเทศลาว พ.ศ. 2516

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ความพยายามรัฐประหารในประเทศลาว พ.ศ. 2516
ส่วนหนึ่งของ สงครามกลางเมืองลาว
วันที่20 สิงหาคม 2516
สถานที่
ผล การรัฐประหารล้มเหลว ท้าวมา ถูกประหารชีวิต
คู่สงคราม
กลุ่มผู้ภักดีท้าวมา กลุ่มผู้ภักดีเจ้าสุวรรณภูมา
ผู้บังคับบัญชาและผู้นำ
ท้าวมา  โทษประหารชีวิต
บุญเลิศ ไซโคซี
สุฤทธิ์ โดนสโสฤทธิ์
กำลัง
ประมาณ 60 นาย ไม่ทราบ
ความสูญเสีย
เสียชีวิต 10 ราย
ถูกจับกุม 14 ราย
เสียชีวิต 10 ราย

ความพยายามรัฐประหารในประเทศลาว พ.ศ. 2516 (อังกฤษ: 1973 Laotian coup d'état attempt) เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายที่จะสกัดกั้นรัฐบาลผสมคอมมิวนิสต์ของพระราชอาณาจักรลาว นายพลท้าวมาซึ่งถูกเนรเทศไปยังราชอาณาจักรไทยเดินทางกลับไปยังลาวเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2516 เพื่อยึดท่าอากาศยานนานาชาติวัตไตนอกกรุงเวียงจันทน์ โดยใช้เครื่องบิน เอที-28 เขาได้โจมตีทางอากาศไปยังสำนักงานและบ้านของนายพลกุประสิทธิ์ อภัย คู่แข่งที่เขาเกลียดชัง ช่วงเวลาเดียวกันที่ท้าวมาทิ้งระเบิดใส่กุประสิทธิ์พลาดเป้า กองกำลังฝ่ายกษัตริย์ที่จงรักภักดีสามารถยึดสนามบินคืนมาได้ ทำให้เมื่อนำเครื่องบินกลับมา ท้าวมาถูกยิงตกและถูกดึงออกมาจากซากเครื่องบินและถูกนำตัวไปประหารชีวิต ข้อตกลงของพันธมิตรได้ลงนามเมื่อวันที่ 14 กันยายน 1973

ภาพรวม

[แก้]

การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมืองภายในทหารระดับสูงกองทัพบกพระราชอาณาจักรลาวทำให้เกิดการรัฐประหารหลายครั้งในพระราชอาณาจักรลาวในช่วงสงครามกลางเมืองลาวในคริสต์ทศวรรษ 1960 เมื่อ พูมี หน่อสะหวัน ถูกบังคับให้ลี้ภัยในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2508 เขาไม่สามารถใช้อิทธิพลของตนเพื่อปกป้องเจ้าหน้าที่ในกลุ่มฝ่ายขวาของเขาได้อีกต่อไป นายพล ท้าวมา ผู้บัญชาการกองทัพอากาศพระราชอาณาจักรลาวเป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่เหล่านั้น เขายังลี้ภัยไปยังประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากการรัฐประหารที่ล้มเหลวในปี พ.ศ. 2509 ของเขา[1]

ประวัติ

[แก้]

ในปี พ.ศ. 2516 อดีตนายพลลาว ท้าวมา ลี้ภัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย โดยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมเครื่องบินให้กับแอร์ฟรานซ์ด้วยเงินเดือน 270 ดอลลาร์ต่อเดือน[2] เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ได้มีการตกลงกันเรื่องรัฐบาลผสมที่จะรวมถึงกลุ่มกบฏคอมมิวนิสต์ลาว เจ้าหน้าที่กองทัพบกพระราชอาณาจักรลาวหลายนายเดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อแจ้งข่าวคราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ท้าวมาทราบ ข่าวลือเกี่ยวกับการก่อรัฐประหารที่อาจเกิดขึ้นของท้าวมาเริ่มแพร่สะพัดในเวียงจันทน์ เมืองหลวงของลาว[3]

การรัฐประหาร

[แก้]

แม้จะมีการเตือนล่วงหน้า แต่ท้าวมาก็ยังสามารถสร้างความประหลาดใจให้กับชาวเวียงจันทน์ได้ เมื่อเวลา 05:00 น. ของวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2516 เขาและผู้ติดตามประมาณ 60 คนได้ล่องเรือข้ามแม่น้ำโขงเข้าสู่เมืองหลวง ท้าวมาได้รับการต้อนรับอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ของกองทัพอากาศลาวที่สนามบินวัตไต และเริ่มแจกผ้าพันคอสีน้ำเงินและสีขาวแสดงความจงรักภักดีให้กับผู้ติดตามของเขา ขณะที่ บุญเลิศ ไซกอสี ขับรถหุ้มเกราะเข้าเมืองเพื่อรักษาความปลอดภัยสถานีวิทยุ กลุ่มกบฏอื่น ๆ ก็ได้ยึดธนาคารและบ้านพักของนายกรัฐมนตรีเจ้าสุวรรณภูมา เมื่อเวลา 07:00 น. บุนเลิศเริ่มออกอากาศคำแถลงต่อต้านคอมมิวนิสต์จากกลุ่มกบฏ[3]

ขณะที่ลูกน้องของเขาเข้ายึดเวียงจันทน์ ท้าวมาได้สั่งการให้เครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิด เอที-28 ขึ้นบิน เรื่องราวเกี่ยวกับจำนวนเที่ยวบินที่ท้าวมาและลูกน้องของเขาบินนั้นไม่ตรงกัน แม้ว่ารายงานข่าวร่วมสมัยจะระบุว่าท้าวมาขึ้นบินอย่างน้อยสามครั้ง แต่นักประวัติศาสตร์สังเกตเพียงว่าเขามีนักบินผู้ภักดีหกคนร่วมเดินทางในการปฏิบัติการนั้นด้วย เป็นที่ตกลงกันว่าเป้าหมายหลักของเขาคือนายพลที่เขาเกลียดชัง นั่นก็คือกุประสิทธิ์ อภัย ทั้งบ้านและสำนักงานของกุประสิทธ์ถูกทิ้งระเบิดโดยเครื่องบิน เอที-28 แต่พลาดเป้า ขณะเดียวกันเมื่อกองกำลังฝ่ายกษัตริย์เริ่มรวมตัวต่อต้านการรัฐประหาร พันเอก อัล เดอโกรต แห่งสหรัฐอเมริกาได้ขับรถไปที่บ้านของผู้บัญชาการกองทัพอากาศ พลเอกสุฤทธิ์ โดนสโสฤทธิ์ ปฏิเสธที่จะออกจากที่ซ่อน และแอบซ่อนอยู่ในบ้านของเขาพร้อมกับผ้าพันคอสีน้ำเงินและสีขาว[2][3][4]

แม้ว่า พลเอกสุฤทธิ์ โดนสโสฤทธิ์ จะปฏิเสธที่จะต่อต้านการรัฐประหาร แต่การรัฐประหารก็เริ่มคลี่คลาย กองกำลังฝ่ายกษัตริย์เข้ายึดสนามบินคืนได้ในทันที ทหารฝ่ายกษัตริย์ที่ใช้งานปืนกลติดรถบรรทุกสามารถยิงเครื่องบินของท้าวมาได้สำเร็จ เขานำเครื่องบินที่มีควันพวยพุ่งลงจอดฉุกเฉินในพื้นที่สนามบินวัดไต ลูกเรือรถบรรทุกของแอร์อเมริกาได้เข้ามาช่วยเขาออกมาจากซากเครื่องบิน เขาสามารถลุกขึ้นนั่งบนเปลหามและขอบคุณผู้ช่วยเหลือ[2][3]

เวลา 11.00 น. การรัฐประหารสิ้นสุดลง ท้าวมาถูกจับโยนขึ้นรถบรรทุกและพาไปที่กองบัญชาการของกุประสิทธิ์ ซึ่งกุประสิทธิ์สั่งการให้องค์รักษ์ยิงท้าวมาจนเสียชีวิต[2][3][5]

ผลสืบเนื่อง

[แก้]

มีผู้เสียชีวิต 10 รายทั้งสองฝ่าย และมีผู้ก่อกบฏ 14 รายถูกจับกุม ขณะที่ บุญเลิศ ไซกอสี ขโมยเฮลิคอปเตอร์เพื่อหลบหนี[2][3]

ในวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2516 ได้มีการลงนามข้อตกลงจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดที่สาม[3]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Conboy, Morrison, pp. 156–158.
  2. 1 2 3 4 5 Neeld, Dennis, "Coup Attempt by Small Band of Laos Rebels Fizzles", Associated Press via Lubbock Avalanche-Journal (Lubbock, Texas) , 22 August 1973, p. 65.
  3. 1 2 3 4 5 6 7 Conboy, Morrison, pp. 406–407.
  4. Anthony, Sexton, p. 365.
  5. Ahern, p. 500.

บรรณานุกรม

[แก้]
  • Ahern, Thomas L. Jr. (2006), Undercover Armies: CIA and Surrogate Warfare in Laos. Center for the Study of Intelligence. Classified control no. C05303949.
  • Anthony, Victor B. and Richard R. Sexton (1993). The War in Northern Laos. Command for Air Force History. OCLC 232549943.
  • Conboy, Kenneth and James Morrison (1995). Shadow War: The CIA's Secret War in Laos. Paladin Press. ISBN 0-87364-825-0.