ความตกลงวันศุกร์ประเสริฐ
| ความตกลงเบลฟาสต์ | |
|---|---|
จอร์จ มิตเชลล์ (George J. Mitchell) หนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในการเจรจาความตกลง | |
| ประเภท | ความตกลงสันติภาพและความตกลงระหว่างรัฐบาล |
| วันลงนาม | 10 เมษายน ค.ศ. 1998 |
| ที่ลงนาม | เบลฟาสต์, ไอร์แลนด์เหนือ |
| วันมีผล | 2 ธันวาคม ค.ศ. 1999 |
| ภาคี | รัฐบาลไอร์แลนด์ รัฐบาลสหราชอาณาจักร พรรคการเมืองส่วนใหญ่ในไอร์แลนด์เหนือ |
| ภาษา | ภาษาอังกฤษ |
ความตกลงวันศุกร์ประเสริฐ หรือ ความตกลงกู๊ดฟรายเดย์ (อังกฤษ: Good Friday Agreement; ย่อ: GFA) หรือ ความตกลงเบลฟาสต์ (อังกฤษ: Belfast Agreement; ไอริช: Comhaontú Aoine an Chéasta หรือ Comhaontú Bhéal Feirste) เป็นความตกลงสันติภาพที่ลงนามเมื่อวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1998 ซึ่งตรงกับวันศุกร์ประเสริฐ มีจุดมุ่งหมายเพื่อยุติความรุนแรงส่วนใหญ่ในความไม่สงบในไอร์แลนด์เหนือ และวางกรอบการเมืองใหม่สำหรับไอร์แลนด์เหนือ[1][2]
ความตกลงนี้ประกอบด้วยเอกสารหลักสองส่วน ได้แก่ ความตกลงหลายฝ่าย ระหว่างพรรคการเมืองส่วนใหญ่ในไอร์แลนด์เหนือ และความตกลงทวิภาคีบริเตน–ไอริช (British–Irish Agreement) ระหว่างรัฐบาลสหราชอาณาจักรกับรัฐบาลประเทศไอร์แลนด์ ระบบการปกครองแบบกระจายอำนาจในไอร์แลนด์เหนือปัจจุบันมีพื้นฐานสำคัญจากความตกลงนี้[3][4]
ภูมิหลัง
[แก้]หลังการแบ่งไอร์แลนด์ใน ค.ศ. 1921–1922 ไอร์แลนด์เหนือยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะไอร์แลนด์พัฒนาเป็นรัฐไอริชอิสระ ความตึงเครียดระหว่างฝ่ายสหภาพนิยม (unionists) ซึ่งต้องการคงความเป็นส่วนหนึ่งของประเทศสหราชอาณาจักร กับฝ่ายชาตินิยมไอริช ซึ่งต้องการความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประเทศไอร์แลนด์หรือการรวมเกาะไอร์แลนด์ ทำให้การเมืองในไอร์แลนด์เหนือมีความขัดแย้งเรื้อรัง[5]
ตั้งแต่ปลายคริสต์ทศวรรษ 1960 ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นและกลายเป็นช่วงที่เรียกว่า เดอะทรับเบิลส์ ซึ่งกินเวลานานกว่า 30 ปี และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,500 คน ความพยายามทางการเมืองเพื่อยุติความขัดแย้งเริ่มจริงจังมากขึ้นตั้งแต่ปลายคริสต์ทศวรรษ 1980 และต่อเนื่องตลอดคริสต์ทศวรรษ 1990[5][6]
การเจรจาที่นำไปสู่ความตกลงมีรัฐบาลสหราชอาณาจักร รัฐบาลไอร์แลนด์ และพรรคการเมืองในไอร์แลนด์เหนือเข้าร่วม โดยมีจอร์จ เจ. มิตเชลล์ (George J. Mitchell) อดีตวุฒิสมาชิกสหรัฐ เป็นประธานการเจรจา ผู้นำสำคัญในเวลานั้น ได้แก่ โทนี แบลร์ (Tony Blair) นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร, เบอร์ตี อาเฮิร์น (Bertie Ahern) ทีเชิฆของประเทศไอร์แลนด์ และโม โมว์แลม (Mo Mowlam) รัฐมนตรีว่าการไอร์แลนด์เหนือ[7][6]
เนื้อหา
[แก้]ความตกลงวันศุกร์ประเสริฐครอบคลุมประเด็นหลักหลายด้าน เช่น อธิปไตย การปกครอง สิทธิพลเมือง ความเสมอภาค การปลดอาวุธกลุ่มกึ่งทหาร การปฏิรูปตำรวจ การปล่อยตัวนักโทษบางส่วน และความร่วมมือระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับไอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร[1][3]
หลักการสำคัญของความตกลงคือ หลักความยินยอม กล่าวคือ ไอร์แลนด์เหนือจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรตราบเท่าที่ประชาชนส่วนใหญ่ในไอร์แลนด์เหนือยังต้องการเช่นนั้น แต่หากในอนาคตประชาชนส่วนใหญ่ทั้งในไอร์แลนด์เหนือและไอร์แลนด์เห็นชอบต่อการรวมไอร์แลนด์ รัฐบาลสหราชอาณาจักรและรัฐบาลไอร์แลนด์มีหน้าที่ดำเนินการตามความประสงค์นั้น[3][8]
ความตกลงยังรับรองสิทธิของประชาชนในไอร์แลนด์เหนือในการระบุตนเองว่าเป็นชาวไอริช ชาวบริติช หรือทั้งสองอย่าง และมีสิทธิถือสัญชาติไอริช สัญชาติบริติช หรือทั้งสองสัญชาติได้[1][3]
โครงสร้างสถาบัน
[แก้]ความตกลงแบ่งการจัดตั้งสถาบันออกเป็นสามด้านหรือ “สามสาย” (three strands)[3]
สายที่ 1 เกี่ยวกับสถาบันการปกครองภายในไอร์แลนด์เหนือ โดยจัดตั้งสภาไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland Assembly) และฝ่ายบริหารไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland Executive) บนหลักการแบ่งปันอำนาจ (power sharing) ระหว่างฝ่ายสหภาพนิยมและฝ่ายชาตินิยม[4][9]
สายที่ 2 เกี่ยวกับความร่วมมือเหนือ–ใต้ ระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับไอร์แลนด์ โดยจัดตั้งคณะมนตรีรัฐมนตรีเหนือ–ใต้ (North/South Ministerial Council) เพื่อประสานงานในประเด็นร่วม เช่น เกษตรกรรม การศึกษา สิ่งแวดล้อม คมนาคม สุขภาพ และการท่องเที่ยว[3][2]
สายที่ 3 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ตะวันออก–ตะวันตก ระหว่างไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และดินแดนต่าง ๆ ในหมู่เกาะบริติช โดยจัดตั้งสภาอังกฤษ–ไอริช (British–Irish Council) และการประชุมระหว่างรัฐบาลอังกฤษ–ไอริช (British–Irish Intergovernmental Conference)[3][2]
การลงประชามติ
[แก้]ความตกลงได้รับการลงประชามติพร้อมกันเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 1998 ทั้งในไอร์แลนด์เหนือและในไอร์แลนด์ ในไอร์แลนด์เหนือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนว่าจะสนับสนุนความตกลงหลายฝ่ายหรือไม่ ส่วนในไอร์แลนด์ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐไอร์แลนด์สามารถลงนามและปฏิบัติตามความตกลงได้[10][11]
ผลการลงประชามติออกมาสนับสนุนความตกลงทั้งสองเขต ในไอร์แลนด์เหนือมีผู้ลงคะแนนเห็นชอบร้อยละ 71 ส่วนในไอร์แลนด์มีผู้ลงคะแนนเห็นชอบร้อยละ 94 การสนับสนุนจากประชาชนทั้งสองฝั่งของเกาะไอร์แลนด์ทำให้ความตกลงมีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยสูง[10][11]
การดำเนินการและผลกระทบ
[แก้]ความตกลงอังกฤษ–ไอริชมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 1999 และอำนาจบางส่วนถูกถ่ายโอนจากเวสต์มินสเตอร์ไปยังสถาบันการเมืองใหม่ของไอร์แลนด์เหนือ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตามความตกลงไม่ราบรื่นเสมอไป สภาและฝ่ายบริหารไอร์แลนด์เหนือถูกระงับหลายครั้งเนื่องจากความขัดแย้งเรื่องการปลดอาวุธของกลุ่มกึ่งทหาร ความไว้วางใจระหว่างพรรคการเมือง และประเด็นการปฏิรูปตำรวจ[12][13]
ความตกลงนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายประการ เช่น การจัดตั้งสถาบันแบ่งปันอำนาจในไอร์แลนด์เหนือ การปฏิรูปตำรวจ การลดบทบาททางทหารของอังกฤษ การปล่อยตัวนักโทษที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มกึ่งทหารบางส่วน และการยอมรับความหลากหลายของอัตลักษณ์ไอริชและบริติชในไอร์แลนด์เหนือ[1][14]
แม้ความตกลงไม่ได้แก้ไขความขัดแย้งทั้งหมด และการเมืองไอร์แลนด์เหนือยังคงมีความตึงเครียดเป็นระยะ แต่โดยทั่วไปถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกระบวนการสันติภาพไอร์แลนด์เหนือ และช่วยยุติความรุนแรงส่วนใหญ่ของเดอะทรอบเบิลส์[6][7]
เบร็กซิต
[แก้]หลังเบร็กซิต ความตกลงวันศุกร์ประเสริฐกลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง เนื่องจากการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับพรมแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างสหราชอาณาจักรกับสหภาพยุโรปด้วย[15][16]
เพื่อหลีกเลี่ยงการตั้ง “พรมแดนแข็ง” บนเกาะไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปตกลงใช้พิธีสารไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland Protocol) และต่อมามีการปรับแก้ผ่านกรอบวินด์เซอร์ (Windsor Framework) ประเด็นนี้ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองในไอร์แลนด์เหนือ โดยเฉพาะในหมู่สหภาพนิยมบางส่วนที่มองว่ามีการสร้างพรมแดนทางการค้าระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับบริเตนใหญ่ในทะเลไอริช[17][16]
มรดก
[แก้]ความตกลงวันศุกร์ประเสริฐเป็นหนึ่งในเอกสารทางการเมืองที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ไอร์แลนด์เหนือสมัยใหม่ เพราะสร้างกรอบให้ฝ่ายที่มีความเห็นต่างสามารถแบ่งปันอำนาจภายใต้สถาบันเดียวกัน และยอมรับว่าอนาคตของไอร์แลนด์เหนือควรถูกกำหนดโดยความยินยอมของประชาชน[1][13]
ความตกลงยังมีความสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างไอร์แลนด์กับสหราชอาณาจักร และมักถูกกล่าวถึงเป็นตัวอย่างของกระบวนการสันติภาพที่ใช้การเจรจา การประนีประนอม และการยอมรับอัตลักษณ์ที่หลากหลาย แม้การดำเนินงานของสถาบันที่เกิดจากความตกลงจะเผชิญปัญหาเป็นระยะ แต่ความตกลงยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญของสันติภาพและการเมืองในไอร์แลนด์เหนือ[6][7]
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 4 5 "The Belfast Agreement". Northern Ireland Office, Government of the United Kingdom. 10 เมษายน 1998. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
- 1 2 3 "The Good Friday Agreement" (PDF). Government of Ireland. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
- 1 2 3 4 5 6 7 "Agreement reached in the multi-party negotiations". CAIN Web Service, Ulster University. 10 เมษายน 1998. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
- 1 2 "The Belfast Agreement/Good Friday Agreement 1998". Northern Ireland Assembly Education Service. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
- 1 2 "Good Friday Agreement". Encyclopaedia Britannica. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
- 1 2 3 4 "The Northern Ireland Peace Process and The Good Friday Agreement". Department of Foreign Affairs, Ireland. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
- 1 2 3 "The Good Friday Agreement". BBC History. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
- ↑ John Darby (2003). "The background to the Peace Process". CAIN Web Service, Ulster University. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
- ↑ "Power-sharing". Northern Ireland Assembly Education Service. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
- 1 2 "The 1998 Referenda on 'The Agreement'". CAIN Web Service, Ulster University. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
- 1 2 "After the Agreement". Northern Ireland Assembly Education Service. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
- ↑ "British-Irish Agreement Act, 1999 (Commencement) Order, 1999". Irish Statute Book. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
- 1 2 Austen Morgan (2000). "The Belfast Agreement: A practical legal analysis". CAIN Web Service, Ulster University. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
- ↑ "Prisoner Release: Northern Ireland Good Friday Agreement". Peace Accords Matrix, University of Notre Dame. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
- ↑ "Protocol on Ireland/Northern Ireland" (PDF). Government of the United Kingdom. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
- 1 2 "The Northern Ireland Protocol and Windsor Framework". House of Commons Library. 1 กุมภาพันธ์ 2024. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
- ↑ "The UK's approach to the Northern Ireland Protocol". Government of the United Kingdom. 20 พฤษภาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]
วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Good Friday Agreement
- ข้อความความตกลงเบลฟาสต์ ที่รัฐบาลสหราชอาณาจักร
- ข้อความความตกลง ที่รัฐบาลไอร์แลนด์
- ข้อความความตกลง ที่ CAIN Web Service
- ความตกลงเบลฟาสต์/วันศุกร์ประเสริฐ ที่ Northern Ireland Assembly Education Service