ข้ามไปเนื้อหา

ความตกลงวันศุกร์ประเสริฐ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ความตกลงวันศุกร์ประเสริฐ
ความตกลงเบลฟาสต์
จอร์จ มิตเชลล์ (George J. Mitchell) หนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในการเจรจาความตกลง
ประเภทความตกลงสันติภาพและความตกลงระหว่างรัฐบาล
วันลงนาม10 เมษายน ค.ศ. 1998
ที่ลงนามเบลฟาสต์, ไอร์แลนด์เหนือ
วันมีผล2 ธันวาคม ค.ศ. 1999
ภาคีรัฐบาลไอร์แลนด์
รัฐบาลสหราชอาณาจักร
พรรคการเมืองส่วนใหญ่ในไอร์แลนด์เหนือ
ภาษาภาษาอังกฤษ

ความตกลงวันศุกร์ประเสริฐ หรือ ความตกลงกู๊ดฟรายเดย์ (อังกฤษ: Good Friday Agreement; ย่อ: GFA) หรือ ความตกลงเบลฟาสต์ (อังกฤษ: Belfast Agreement; ไอริช: Comhaontú Aoine an Chéasta หรือ Comhaontú Bhéal Feirste) เป็นความตกลงสันติภาพที่ลงนามเมื่อวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1998 ซึ่งตรงกับวันศุกร์ประเสริฐ มีจุดมุ่งหมายเพื่อยุติความรุนแรงส่วนใหญ่ในความไม่สงบในไอร์แลนด์เหนือ และวางกรอบการเมืองใหม่สำหรับไอร์แลนด์เหนือ[1][2]

ความตกลงนี้ประกอบด้วยเอกสารหลักสองส่วน ได้แก่ ความตกลงหลายฝ่าย ระหว่างพรรคการเมืองส่วนใหญ่ในไอร์แลนด์เหนือ และความตกลงทวิภาคีบริเตน–ไอริช (British–Irish Agreement) ระหว่างรัฐบาลสหราชอาณาจักรกับรัฐบาลประเทศไอร์แลนด์ ระบบการปกครองแบบกระจายอำนาจในไอร์แลนด์เหนือปัจจุบันมีพื้นฐานสำคัญจากความตกลงนี้[3][4]

ภูมิหลัง

[แก้]

หลังการแบ่งไอร์แลนด์ใน ค.ศ. 1921–1922 ไอร์แลนด์เหนือยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะไอร์แลนด์พัฒนาเป็นรัฐไอริชอิสระ ความตึงเครียดระหว่างฝ่ายสหภาพนิยม (unionists) ซึ่งต้องการคงความเป็นส่วนหนึ่งของประเทศสหราชอาณาจักร กับฝ่ายชาตินิยมไอริช ซึ่งต้องการความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับประเทศไอร์แลนด์หรือการรวมเกาะไอร์แลนด์ ทำให้การเมืองในไอร์แลนด์เหนือมีความขัดแย้งเรื้อรัง[5]

ตั้งแต่ปลายคริสต์ทศวรรษ 1960 ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นและกลายเป็นช่วงที่เรียกว่า เดอะทรับเบิลส์ ซึ่งกินเวลานานกว่า 30 ปี และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,500 คน ความพยายามทางการเมืองเพื่อยุติความขัดแย้งเริ่มจริงจังมากขึ้นตั้งแต่ปลายคริสต์ทศวรรษ 1980 และต่อเนื่องตลอดคริสต์ทศวรรษ 1990[5][6]

การเจรจาที่นำไปสู่ความตกลงมีรัฐบาลสหราชอาณาจักร รัฐบาลไอร์แลนด์ และพรรคการเมืองในไอร์แลนด์เหนือเข้าร่วม โดยมีจอร์จ เจ. มิตเชลล์ (George J. Mitchell) อดีตวุฒิสมาชิกสหรัฐ เป็นประธานการเจรจา ผู้นำสำคัญในเวลานั้น ได้แก่ โทนี แบลร์ (Tony Blair) นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร, เบอร์ตี อาเฮิร์น (Bertie Ahern) ทีเชิฆของประเทศไอร์แลนด์ และโม โมว์แลม (Mo Mowlam) รัฐมนตรีว่าการไอร์แลนด์เหนือ[7][6]

เนื้อหา

[แก้]

ความตกลงวันศุกร์ประเสริฐครอบคลุมประเด็นหลักหลายด้าน เช่น อธิปไตย การปกครอง สิทธิพลเมือง ความเสมอภาค การปลดอาวุธกลุ่มกึ่งทหาร การปฏิรูปตำรวจ การปล่อยตัวนักโทษบางส่วน และความร่วมมือระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับไอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร[1][3]

หลักการสำคัญของความตกลงคือ หลักความยินยอม กล่าวคือ ไอร์แลนด์เหนือจะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักรตราบเท่าที่ประชาชนส่วนใหญ่ในไอร์แลนด์เหนือยังต้องการเช่นนั้น แต่หากในอนาคตประชาชนส่วนใหญ่ทั้งในไอร์แลนด์เหนือและไอร์แลนด์เห็นชอบต่อการรวมไอร์แลนด์ รัฐบาลสหราชอาณาจักรและรัฐบาลไอร์แลนด์มีหน้าที่ดำเนินการตามความประสงค์นั้น[3][8]

ความตกลงยังรับรองสิทธิของประชาชนในไอร์แลนด์เหนือในการระบุตนเองว่าเป็นชาวไอริช ชาวบริติช หรือทั้งสองอย่าง และมีสิทธิถือสัญชาติไอริช สัญชาติบริติช หรือทั้งสองสัญชาติได้[1][3]

โครงสร้างสถาบัน

[แก้]

ความตกลงแบ่งการจัดตั้งสถาบันออกเป็นสามด้านหรือ “สามสาย” (three strands)[3]

สายที่ 1 เกี่ยวกับสถาบันการปกครองภายในไอร์แลนด์เหนือ โดยจัดตั้งสภาไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland Assembly) และฝ่ายบริหารไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland Executive) บนหลักการแบ่งปันอำนาจ (power sharing) ระหว่างฝ่ายสหภาพนิยมและฝ่ายชาตินิยม[4][9]

สายที่ 2 เกี่ยวกับความร่วมมือเหนือ–ใต้ ระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับไอร์แลนด์ โดยจัดตั้งคณะมนตรีรัฐมนตรีเหนือ–ใต้ (North/South Ministerial Council) เพื่อประสานงานในประเด็นร่วม เช่น เกษตรกรรม การศึกษา สิ่งแวดล้อม คมนาคม สุขภาพ และการท่องเที่ยว[3][2]

สายที่ 3 เกี่ยวกับความสัมพันธ์ตะวันออก–ตะวันตก ระหว่างไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และดินแดนต่าง ๆ ในหมู่เกาะบริติช โดยจัดตั้งสภาอังกฤษ–ไอริช (British–Irish Council) และการประชุมระหว่างรัฐบาลอังกฤษ–ไอริช (British–Irish Intergovernmental Conference)[3][2]

การลงประชามติ

[แก้]

ความตกลงได้รับการลงประชามติพร้อมกันเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 1998 ทั้งในไอร์แลนด์เหนือและในไอร์แลนด์ ในไอร์แลนด์เหนือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนว่าจะสนับสนุนความตกลงหลายฝ่ายหรือไม่ ส่วนในไอร์แลนด์ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐไอร์แลนด์สามารถลงนามและปฏิบัติตามความตกลงได้[10][11]

ผลการลงประชามติออกมาสนับสนุนความตกลงทั้งสองเขต ในไอร์แลนด์เหนือมีผู้ลงคะแนนเห็นชอบร้อยละ 71 ส่วนในไอร์แลนด์มีผู้ลงคะแนนเห็นชอบร้อยละ 94 การสนับสนุนจากประชาชนทั้งสองฝั่งของเกาะไอร์แลนด์ทำให้ความตกลงมีความชอบธรรมทางประชาธิปไตยสูง[10][11]

การดำเนินการและผลกระทบ

[แก้]

ความตกลงอังกฤษ–ไอริชมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ค.ศ. 1999 และอำนาจบางส่วนถูกถ่ายโอนจากเวสต์มินสเตอร์ไปยังสถาบันการเมืองใหม่ของไอร์แลนด์เหนือ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตามความตกลงไม่ราบรื่นเสมอไป สภาและฝ่ายบริหารไอร์แลนด์เหนือถูกระงับหลายครั้งเนื่องจากความขัดแย้งเรื่องการปลดอาวุธของกลุ่มกึ่งทหาร ความไว้วางใจระหว่างพรรคการเมือง และประเด็นการปฏิรูปตำรวจ[12][13]

ความตกลงนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสำคัญหลายประการ เช่น การจัดตั้งสถาบันแบ่งปันอำนาจในไอร์แลนด์เหนือ การปฏิรูปตำรวจ การลดบทบาททางทหารของอังกฤษ การปล่อยตัวนักโทษที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มกึ่งทหารบางส่วน และการยอมรับความหลากหลายของอัตลักษณ์ไอริชและบริติชในไอร์แลนด์เหนือ[1][14]

แม้ความตกลงไม่ได้แก้ไขความขัดแย้งทั้งหมด และการเมืองไอร์แลนด์เหนือยังคงมีความตึงเครียดเป็นระยะ แต่โดยทั่วไปถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกระบวนการสันติภาพไอร์แลนด์เหนือ และช่วยยุติความรุนแรงส่วนใหญ่ของเดอะทรอบเบิลส์[6][7]

เบร็กซิต

[แก้]

หลังเบร็กซิต ความตกลงวันศุกร์ประเสริฐกลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้ง เนื่องจากการออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักรทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับพรมแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับไอร์แลนด์ ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างสหราชอาณาจักรกับสหภาพยุโรปด้วย[15][16]

เพื่อหลีกเลี่ยงการตั้ง “พรมแดนแข็ง” บนเกาะไอร์แลนด์ สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปตกลงใช้พิธีสารไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland Protocol) และต่อมามีการปรับแก้ผ่านกรอบวินด์เซอร์ (Windsor Framework) ประเด็นนี้ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองในไอร์แลนด์เหนือ โดยเฉพาะในหมู่สหภาพนิยมบางส่วนที่มองว่ามีการสร้างพรมแดนทางการค้าระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับบริเตนใหญ่ในทะเลไอริช[17][16]

มรดก

[แก้]

ความตกลงวันศุกร์ประเสริฐเป็นหนึ่งในเอกสารทางการเมืองที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ไอร์แลนด์เหนือสมัยใหม่ เพราะสร้างกรอบให้ฝ่ายที่มีความเห็นต่างสามารถแบ่งปันอำนาจภายใต้สถาบันเดียวกัน และยอมรับว่าอนาคตของไอร์แลนด์เหนือควรถูกกำหนดโดยความยินยอมของประชาชน[1][13]

ความตกลงยังมีความสำคัญต่อความสัมพันธ์ระหว่างไอร์แลนด์กับสหราชอาณาจักร และมักถูกกล่าวถึงเป็นตัวอย่างของกระบวนการสันติภาพที่ใช้การเจรจา การประนีประนอม และการยอมรับอัตลักษณ์ที่หลากหลาย แม้การดำเนินงานของสถาบันที่เกิดจากความตกลงจะเผชิญปัญหาเป็นระยะ แต่ความตกลงยังคงเป็นพื้นฐานสำคัญของสันติภาพและการเมืองในไอร์แลนด์เหนือ[6][7]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 5 "The Belfast Agreement". Northern Ireland Office, Government of the United Kingdom. 10 เมษายน 1998. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
  2. 1 2 3 "The Good Friday Agreement" (PDF). Government of Ireland. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
  3. 1 2 3 4 5 6 7 "Agreement reached in the multi-party negotiations". CAIN Web Service, Ulster University. 10 เมษายน 1998. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
  4. 1 2 "The Belfast Agreement/Good Friday Agreement 1998". Northern Ireland Assembly Education Service. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
  5. 1 2 "Good Friday Agreement". Encyclopaedia Britannica. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
  6. 1 2 3 4 "The Northern Ireland Peace Process and The Good Friday Agreement". Department of Foreign Affairs, Ireland. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
  7. 1 2 3 "The Good Friday Agreement". BBC History. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
  8. John Darby (2003). "The background to the Peace Process". CAIN Web Service, Ulster University. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
  9. "Power-sharing". Northern Ireland Assembly Education Service. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
  10. 1 2 "The 1998 Referenda on 'The Agreement'". CAIN Web Service, Ulster University. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
  11. 1 2 "After the Agreement". Northern Ireland Assembly Education Service. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
  12. "British-Irish Agreement Act, 1999 (Commencement) Order, 1999". Irish Statute Book. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
  13. 1 2 Austen Morgan (2000). "The Belfast Agreement: A practical legal analysis". CAIN Web Service, Ulster University. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
  14. "Prisoner Release: Northern Ireland Good Friday Agreement". Peace Accords Matrix, University of Notre Dame. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
  15. "Protocol on Ireland/Northern Ireland" (PDF). Government of the United Kingdom. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
  16. 1 2 "The Northern Ireland Protocol and Windsor Framework". House of Commons Library. 1 กุมภาพันธ์ 2024. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.
  17. "The UK's approach to the Northern Ireland Protocol". Government of the United Kingdom. 20 พฤษภาคม 2020. สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2026.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ Good Friday Agreement