คลีโอพัตรา เซเลเนแห่งซีเรีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
คลีโอพัตรา เซเลเน
Jugate coin of Cleopatra Selene I and Antiochus XIII.png
สมเด็จพระราชินีแห่งอียิปต์
ปกครองระหว่าง115–107 ปีก่อนคริสตกาล
107–103 ปีก่อนคริสตกาล
ถัดไปคลีโอพัตราที่ 4
ถัดไปเบเรนิซที่ 3
สมเด็จพระราชินีแห่งซีเรีย
ปกครองระหว่าง103–96 ปีก่อนคริสตกาล
95 ปีก่อนคริสตกาล
95–92 ปีก่อนคริสตกาล
ก่อนหน้าไทรฟาเอนา
สมเด็จพระราชินีนาถแห่งซีเรีย
รัชกาล83–69 ปีก่อนคริสตกาล
ถัดไปแอนติโอคัสที่ 12
ฟิลิปที่ 1 แห่งซีเรีย
ถัดไปแอนติโอคัสที่ 13
ปกครองร่วมกันกับพระราชโอรสของพระองค์ แอนติโอคัสที่ 13
อัครมเหสี
พระราชบุตรแอนติโอคัสที่ 13
ราชวงศ์ราชวงศ์ปโตเลมี
พระราชบิดาปโตเลมีที่ 8
พระราชมารดาคลีโอพัตราที่ 3
ประสูติ135–130 ปีก่อนคริสตกาล
สวรรคต69 ปีก่อนคริสตกาล
ซีลิวเซีย

คลีโอพัตรา เซเลเน (กรีกโบราณ: Κλεοπάτρα Σελήνη; ประสูติ 135 หรือ 130 ปีก่อนคริสตกาล - สิ้นพระชนม์ 69 ปีก่อนคริสตกาล) ซึ่งในราชวงศ์แห่งซีเรียเรียกว่า คลีโอพัตราที่ 2 เซเลเน (83-69 ปีก่อนคริสต์ศักราช) พระองค์เป็นพระราชธิดาของปโตเลมีที่ 8 แห่งอียิปต์กับพระนางคลีโอพัตราที่ 3 ใน 115 ปีก่อนคริสตกาล, พระองค์ได้รับตำแหน่งเป็นพระราชินีแห่งอียิปต์ เมื่อพระองค์ได้อภิเษกสมรสกับพระเชษฐาของพระองค์ กษัตริย์ปโตเลมีที่ 9 โดยพระนางคลีโอพัตราที่สามเข้ามามีอำนาจแทนพระนางคลีโอพัตราที่ 4 ซึ่งเป็นพระธิดาของคลีโอพัตราที่สาม ความตึงเครียดระหว่างกษัตริย์และพระมารดาของพระองค์เติบโตขึ้นและจบลงด้วยการขับไล่ปโตเลมีที่ 9 ออกจากอียิปต์ โดยพระนางคลีโอพัตรา เซเลเนอยู่เบื้องหลัง พระองค์อาจจะอภิเษกสมรสใหม่กับปโตเลมีที่ 10[1]

ใน 103 ปีก่อนคริสตกาล, คลีโอพัตราที่ 3 ตัดสินใจที่จะสร้างความสัมพันธ์กับแอนติโอคัสที่ 8 แห่งอาณาจักรซีลิวซิด พระองค์ได้ถูกส่งมาเป็นพระมเหสีและอยู่กันจนกระทั่งถูกลอบสังหารใน 96 ปีก่อนคริสตกาล และต่อมาจึงตัดสินใจที่จะอภิเษกสมรสกับพระเชษฐาของอดีตพระสวามีคนก่อน ๆ ของพระองค์คือ แอนติโอคัสที่ 9 แต่ก็สิ้นพระชนม์ใน 95 ปีก่อนคริสกกาล ต่อจากนั้นพระองค์ก็อภิเษกสมรสกับแอนติโอคัสที่ 10 ซึ่งเป็นบุตรบุญธรรมของแอนติโอคัสที่ 9 นี้เป็นการอภิเษกสมรสครั้งสุดท้ายของพระองค์ พระสวามีพระองค์สุดท้ายได้หายไปจากบันทึกและสันนิษฐานว่าได้สิ้นพระชนม์ใน 92 ปีก่อนคริสตกาล ภายหลังพระองค์ก็อาศัยอยู่ที่ไหนสักแห่งในซีเรียกับบุตรของพระองค์จนกระทั่ง 83 ปีก่อนคริสตกาล ภายหลังจากการแยกดินแดนอาณาจักรซีลิวซิด ทำให้มีการปกครองที่เมืองแอนติออค ซึ่งปกครองโดยฟิลิปที่ 1 แห่งซีเรีย และที่เมืองดามัสกัสซึ่งปกครองโดย แอนติโอคัสที่ 12 ทำให้อาณาจักรซีลิวซิดว่างกษัตริย์[2][3]

ใน 83 ปีก่อนคริสตกาล พระองค์จึงให้พระราชโอรสของพระองค์นามว่า แอนติโอคัสที่ 13 สถาปนาตนเองเป็นกษัตริย์แห่งอาณาจักรซีลิวซิด เนื่องจากชาวแอนติออคและดามัสกัสเหนื่อยจากสงครามกลางเมืองได้เชิญพระมหากษัตริย์ต่างชาติเข้ามาปกครองพวกเขา โดยไทกราเนสที่ 2 แห่งอาร์เมเนียได้ยึดเมืองแอนติออคในขณะที่อาเรทัสที่ 3 แห่งนาบาเทียได้ยึดเมืองดามัสกัส คลีโอพัตราเซเลเนควบคุมเมืองชายฝั่งหลายแห่งจนถึง 69 ปีก่อนคริสตกาล พระองค์ถูกจับกุมโดยทหารของไทกราเนสในเมืองปโตเลมาอิส และได้สำเร็จโทษพระองค์[4][5]

อ้างอิง[แก้]