ครุยวิทยฐานะในสหราชอาณาจักร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ครุยวิทยาศาสตร/ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต แห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด เป็นเสื้อคลุมสีแดงสด ปลายแขนและสาบหน้าประดับผ้าไหมสีน้ำเงิน ไม่มีผ้าคล้องคอ ประกอบหมวกแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส

ครุยวิทยฐานะในสหราชอาณาจักร หรือครุยวิทยฐานะแบบอังกฤษ (อังกฤษ: academic dress) เป็นเสื้อคลุมสำหรับประกอบวิทยฐานะและตำแหน่งทางบริหารมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร มีที่มาจากเสื้อคลุมของฆราวาสที่อาศัยในโบสถ์ช่วงยุคกลาง ครุยวิทยฐานะสหราชอาณาจักรมีลักษณะที่เด่นชัดคือ ตอนหน้าอกจะเปิดออกตลอดให้เห็นเครื่องแต่งกายที่อยู่ภายใน คล้ายกับครุยวิทยฐานะไทย ต่างจากครุยวิทยฐานะในสหรัฐอเมริกาที่ตอนหน้าอกจะปิดทึบตลอด ครุยวิทยฐานะในแต่ละระดับและมหาวิทยาลัยจะต่างกันตรงที่ความยาวและรูปทรงของแขน ตลอดจนสีและวัสดุที่ใช้ทำ ครุยวิทยฐานะรูปทรงต่าง ๆ ถูกจัดจำแนกตามวิธีการจำแนกของนิโคลัส โกรฟ (Nicholas Groves) [1] ปัจจุบันมีสมาคมเบอร์กอน (Burgon Society) เป็นผู้รวบรวมและดูแลรักษาข้อบังคับในการจัดทำครุยวิทยฐานะทั้งของสหราชอาณาจักรเองและของประเทศอื่น ๆ[2][3][4]

ครุยวิทยฐานะ[แก้]

ครุยครุศาสตรมหาบัณฑิตแห่งมหาวิทยาลัยเปิด

ครุยวิทยฐานะสหราชอาณาจักร มีลักษณะทั่วไปดังนี้[5]

เสื้อคลุม[แก้]

  • ปริญญาตรีควบโท ปริญญาตรี และอนุปริญญา เป็นเสื้อคลุมยาวสีดำหรือสีเข้ม ตอนหน้าอกเปิดออกตลอด ที่สาบอกนิยมทำเป็นพับและอาจมีขลิบสีหรือสำรดตามแบบที่มหาวิทยาลัยกำหนด แขนยาวเสมอข้อมือ บางมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยลอนดอน มหาวิทยาลัยเซาท์แฮมป์ตัน เป็นแขนปลายตัด คือตอนหลังของแขนยาวเสมอชายเสื้อ ตอนหน้าของแขนรวบทำเป็นจีบไว้ ที่สาบบ่า (yoke) และไหล่ของเสื้อทำเป็นจีบ บางมหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้มีเส้นไหมกลมและปุ่มกลมประดับที่สาบบ่าอีกด้วย
  • ปริญญาโท เป็นเสื้อคลุมยาวสีดำหรือสีเข้มเช่นเดียวกับปริญญาตรี แต่แขนเสื้อยาวถึงชายเสื้อด้านล่าง มีรูเจาะตรงกลางสำหรับให้มือสอดออกมาได้ บางมหาวิทยาลัย เช่น มหาวิทยาลัยคิงสตัน ใช้เสื้อแขนยาวเช่นเดียวกับปริญญาตรี
  • ปริญญาเอก เป็นเสื้อคลุมสีสันสดใส นิยมใช้สีแดง แต่บางมหาวิทยาลัยอาจใช้สีอื่น เช่น ฟ้า (มหาวิทยาลัยบอร์นมัท มหาวิทยาลัยแองเกลียรัสกิน มหาวิทยาลัยเปิด ฯลฯ) หรือเขียว (มหาวิทยาลัยลีดส์) ตอนหน้าอกเปิดออกตลอด ที่สาบบ่าและไหล่ทำเป็นจีบ อาจมีปุ่มกลมและเส้นไหมกลมประดับที่สาบบ่าตามสมควร แขนเสื้อมีได้หลายแบบ เช่น แขนเสื้อยาวเสมอข้อมือโดยไม่พับขึ้นแบบปริญญาตรี (เช่น มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด) แขนเสื้อปลายตัดแต่ตอนหน้าพับขึ้น (ใช้กับปริญญากิตติมศักดิ์ของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ปริญญาสามัญของมหาวิทยาลัยลีดส์ และมหาวิทยาลัยแองเกลียรัสกิน) หรือแขนเสื้อแบบเดียวกับปริญญาโท (มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแมนเชสเตอร์ มหาวิทยาลัยเซอร์รีย์

เสื้่อคลุมที่กำหนดไว้ข้างต้นนี้ เรียกว่าครุยเต็มยศ (full-dress gown) หรือครุยสำหรับงานฉลอง (festal gown)[6] บางมหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้มีครุยครึ่งยศ (undress gown) เพิ่มเติมสำหรับบัณฑิตปริญญาเอก ซึ่งมักเป็นครุยปริญญาโทประดับผ้าคล้องคอของปริญญาเอก สำหรับไว้ใช้ในงานไม่เป็นทางการ

ผ้าคล้องคอ[แก้]

ผ้าคล้องคอมีลักษณะดังนี้คือ ตอนหน้าเป็นแถบรูปบั้งสำหรับสวมลงใต้ผ้าผูกคอหรือกลัดไว้กับเสื้อ ตอนหลังทำเป็นทรงคล้ายถุงสำหรับคลุมศีรษะเมื่อมีฝนหรือหิมะตก บางแบบเป็นถุงผ้าชั้นเดียวพร้อมติ่ง (liripipe) บ้างก็เป็นถุงพร้อมแผ่นรองหลัง (cape) บ้างก็มีรูปทรงคล้ายลิ้นที่แลบออกมา ไม่กำหนดตายตัวแตกต่างกันไปในแต่ละมหาวิทยาลัยหรือระดับการศึกษา[7]

หมวก[แก้]

หมวกสำหรับทุกระดับปริญญา ใช้หมวกแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส (trencher หรือ mortarboard) ทำด้วยกำมะหยี่หรือวัสดุอื่นหุ้มด้วยกำมะหยี่ ตอนล่างเป็นกระบอกสำหรับสวมศีรษะ ตอนหลังของกระบอกจะแหลมและยาวกว่าตอนหน้าเพื่อให้รับกับรูปทรงของศีรษะจริง เมื่อนำไปตั้งบนพื้นจะล้มลง

หมวกสำหรับปริญญาเอก มหาวิทยาลัยส่วนมากใช้หมวกทรงอ่อนแบบราชวงศ์ทิวดอร์ (Tudor bonnet) คือ เป็นหมวกรูปกลมมีปีกโดยรอบ ที่เอวหรือส่วนคอดระหว่างหมวกและปีกมีเส้นไหมกลมและพู่สีรัดไว้

บางมหาวิทยาลัย อาทิ วิทยาลัยอิมพีเรียลลอนดอน[8] ราชวิทยาลัยลอนดอน[9] ไม่กำหนดให้บัณฑิตสวมหมวก โดยวิทยาลัยอิมพีเรียลฯ กำหนดให้สวมหมวกเฉพาะดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์เท่านั้น บัณฑิตทั่วไปจะสวมหมวกเฉพาะเวลาถ่ายภาพนอกอาคาร ส่วนราชวิทยาลัยนั้นมีเหตุผลทางศาสนาและสังคม บัณฑิตมุสลิมหญิงและบัณฑิตที่สวมผ้าสะระบั่นมักจะไม่สะดวกหากต้องสวมหมวก

ครุยประจำตำแหน่ง[แก้]

คริส แพทเทน (Chris Patten) ผู้ประสาทการมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ขณะสวมชุดครุยประจำตำแหน่ง

ในหลายมหาวิทยาลัย ตำแหน่งทางบริหารต่าง ๆ จะมีครุยประจำตำแหน่ง โดยนิยมใช้เสื้อแบบปริญญาโทแบบไม่มีผ้าคล้องคอสำหรับตำแหน่งสายปฏิบัติงาน สำหรับอธิการบดีและผู้ประสาทการ (chancellor)[n 1]จะใช้เสื้ออย่างวิจิตร ทำจากผ้าทอซ่อนลายสีดำ ประกอบด้วยหมวกแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสประดับลายทองที่ขอบล่างติดกับหน้าผาก โดยรวมแล้วลักษณะคล้ายครุยพิธีการของผู้พิพากษา ประธานรัฐสภา และรัฐมนตรียุติธรรม บางมหาวิทยาลัย เช่น เคมบริดจ์ อาจใช้เสื้อไม่มีแขนสีแดงแทนก็ได้[10]

ตัวอย่าง[แก้]

มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์[แก้]

ตามหนังสือประมวลข้อบังคับของมหาวิทยาลัย บทที่ 2[6] ระบุว่า เสื้อครุยวิทยฐานะอย่างเต็มยศ มีดังนี้

  • เทววิทยาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Doctor of Divinity honoris causa) เป็นเสื้อคลุมสีแดงชาดบุด้านในด้วยผ้าต่วนสีเทาเงิน แขนเสื้อเป็นแบบปลายตัด คือตอนหลังปลายแหลมยาวลงเสมอชายเสื้อตอนล่าง ตอนหน้าพับขึ้นเสมอศอก มีเส้นไหมกลมสีดำสองเส้นบิดเป็นเกลียวรั้งไว้กับกระดุมสีดำ[11]
  • นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Doctor of Law honoris causa) เป็นเสื้อคลุมแบบเดียวกัน คือผ้าสีแดงชาด แต่ด้านในเป็นผ้าต่วนสีชมพูอ่อน ประกอบด้วยเส้นไหมและกระดุมสีแดง
  • แพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คล้ายนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต แต่สีชมพูที่บุด้านในเข้มกว่า
  • วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คล้ายนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต แต่ด้านในเป็นสีชมพูเจือฟ้า
  • อักษรศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Doctor of Letter honoris causa) คล้ายนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต แต่ด้านในเป็นสีแดงชาดเดียวกับเสื้อ
  • ดุริยศิลปดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมสีขาวนวลทำด้วยผ้าทอซ่อนลาย
  • ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สัตวแพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิต วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อทำด้วยผ้าสีดำ แขนยาวเสมอชายเสื้อ ปลายเย็บปิด เจาะช่องกลางให้มือสอดออกมาได้ คล้ายครุยศิลปศาสตรมหาบัณฑิต แต่สาบหน้าทั้งสองข้างประดับผ้าสีแดงกว้าง 10 เซนติเมตร
  • ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต คล้ายปรัชญาดุษฎีบัณฑิต แต่เหนือช่องสอดแขนมีกระดุมสี่เม็ดเรียงกัน

ปริญญาทั้งหมดนี้อาจสวมผ้าคล้องคอทำด้วยวัสดุภายนอกและภายในแบบเดียวกับเสื้อก็ได้ โดยรวมแล้ว ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จะสวมชุดสีสันสดใส ส่วนดุษฎีบัณฑิตสามัญและบัณฑิตระดับอื่นจะสวมชุดสีดำ

ปริญญาโท เป็นเสื้อสีดำ แขนยาวเสมอข้อเท้าเจาะช่องตรงกลางให้มือสอดออกมา ที่สาบหน้าประดับสีตามปริญญา เช่น นิติศาสตรมหาบัณฑิต ใช้สีแดงอ่อน บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ใช้สีเขียวเข้ม วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต ใช้สีชมพูเหลือบฟ้า ฯลฯ

ปริญญาตรี แพทยศาสตรบัณฑิต เป็นเสื้อสีดำ แขนยาวไม่เกินกว่าเข่า ปลายตัดเฉียง ตอนหน้าของแขนรั้งไว้ด้วยเชือกและกระดุม ครุยลักษณะนี้มีใช้ที่มหาวิทยาลัยลอนดอนด้วย ส่วนศิลปศาสตรบัณฑิต คล้ายแพทยศาสตรบัณฑิตแต่ตอนหน้าของแขนมีช่องเจาะยาวตั้งแต่ไหล่ลงมา

มหาวิทยาลัยที่ใช้ครุยดุษฎีบัณฑิตตามแบบของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้แก่ มหาวิทยาลัยลีดส์ (เสื้อด้านนอกสีเขียวแก่ ด้านในสีเขียวอ่อน ตามรอยเย็บประดับแถบสีแดงชาด)[12] มหาวิทยาลัยแองเกลียรัสกิน (เสื้อสีน้ำเงิน สาบหน้าและด้านในสีเหลืองทอง)[13] มหาวิทยาลัยบรูเนลลอนดอน (เสื้อสีแดงด้านในสีขาบ ผ้าคล้องคอด้านนอกสีแดงด้านในสีขาบ ตะเข็บเป็นแถบสีขาว)[14] และมหาวิทยาลัยบอร์นมัท (เสื้อสีน้ำเงิน สาบหน้าสีเหลืองทอง ผ้าคล้องคอขอบนอกสีขาว)

มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด[แก้]

มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดกำหนดให้มีเสื้อประจำวิทยฐานะสำหรับนักศึกษาที่กำลังเรียน และนักศึกษาที่สำเร็จหลักสูตรแล้วแยกกัน[15][16]

นักศึกษาที่กำลังเรียนจะมีเสื้อคลุมเปิดอกตลอด หากไม่ได้รับทุนการศึกษาจะใช้เสื้อแขนสั้น (commoner's gown) หากได้รับก็จะใช้เสื้อแขนยาว (scholar's gown) เครื่องแต่งกายที่สวมภายในกำหนดว่าต้องเป็นสับฟัสก์ (sub-fusc) คือ เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว ผ้าผูกคอสีขาวหรือดำ ประกอบกระโปรงหรือกางเกง บางโอกาสอาจสวมหมวกแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสหรือหมวกทรงอ่อน

นักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาแล้ว หากเป็นปริญญาตรีหรือโท จะสวมเสื้อแบบเดียวกับเมื่อเรียนก่อนได้รับปริญญา หรืออาจสวมครุยวิทยฐานะก่อนหน้าหากเรียนปริญญาในระดับสูงขึ้น เมื่อประธานประสาทปริญญาแล้ว จึงจะออกไปสวมผ้าคล้องคอหรือครุยใหม่แล้วแต่กรณี แต่หากเป็นปริญญาเอกหรือดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จะสวมครุยวิทยฐานะดังนี้

  • เทววิทยาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ เป็นเสื้อสีแดงความยาวครึ่งแข้งถึงข้อเท้า หลังและไหล่ทำเป็นจีบ ปลายแขนยาวเสมอข้อมือทั้งด้านหน้าและหลัง (เทียบกับแขนปลายตัดของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์) ที่สาบหน้าและแขนตอนล่างประดับกำมะหยี่สีดำ ประกอบเสื้ออย่างนักบวชและหมวกแผ่นสี่เหลียมจัตุรัส
  • นิติศาสตร/แพทยศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คล้ายเทววิทยาดุษฎีบัณฑิต แต่สาบหน้าและแขนตอนล่างเป็นสีแดงชาด ประกอบหมวกทรงอ่อนแบบทิวดอร์
  • อักษรศาสตร/วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ คล้ายเทววิทยาดุษฎีบัณฑิต แต่สาบหน้าและแขนตอนล่างเป็นสีเทา ประกอบหมวกแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส
  • ดุริยศิลปดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อสีขาวนวลทอซ่อนลายดอกแอปเปิล ปลายแขนยาวเสมอข้อมือ ที่สาบหน้าและแขนตอนล่างเป็นสีแดงชาด ประกอบหมวกทรงอ่อนแบบทิวดอร์
  • ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต คล้ายเทววิทยาดุษฎีบัณฑิต แต่สาบหน้าและแขนตอนล่างเป็นสีขาบ (คือ สีน้ำเงินเข้มอมม่วง) ประกอบหมวกแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส

ในโอกาสส่วนมากของทางมหาวิทยาลัย[15] จะไม่กำหนดให้สวมผ้าคล้องคอ ทำให้ไม่มีผ้าคล้องคอจำหน่ายแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด

มหาวิทยาลัยที่ใช้ชุดครุยดุษฎีบัณฑิตตามแบบของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ได้แก่ มหาวิทยาลัยบริสตอล (เสื้อสีแดง แขนและสาบหน้าสีม่วง)[17] มหาวิทยาลัยเซาท์แฮมป์ตัน (เสื้อสีแดงเลือดหมู แขนและสาบหน้าสีฟ้า)[18] มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ (เสื้อสีแดง แขนและสาบหน้าสีม่วง รอยต่อประดับแถบสีเหลือง)[19] มหาวิทยาลัยเหล่านี้กำหนดให้ใช้หมวกทรงอ่อนแบบทิวดอร์สำหรับปริญญาเอกแทนที่จะเป็นหมวกแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่บัณฑิตก็สามารถสวมหมวกแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสได้ในโอกาสอันควร

มหาวิทยาลัยบรูเนลลอนดอน[แก้]

เนื่องจากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดและเคมบริดจ์มีระเบียบว่าด้วยครุยวิทยฐานะที่ซับซ้อนเข้าใจยาก จึงขอยกตัวอย่างครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยรุ่นหลังมาเพื่อเป็นตัวอย่างดังนี้[14]

  • ประกาศนียบัตร เป็นเสื้อคลุมแขนปลายตัดเฉียงไม่มีเชือกรั้ง ทำด้วยผ้าสีขาบหลังและไหล่ทำเป็นจีบ ที่ขอบของสาบหน้าและสาบบ่าประดับแถบสีแดง
  • ปริญญาตรี เป็นเสื้อคลุมสีขาบเช่นเดียวกับประกาศนียบัตร แต่สาบหน้าเป็นพับ ที่ขอบมีแถบสีแดง ประกอบผ้าคล้องคอด้านนอกสีขาบขอบแดง ด้านในสีขาวและแดง
  • ปริญญาตรีควบโท คล้ายปริญญาตรี แต่ด้านในของผ้าคล้องคอสีแดงล้วน
  • ปริญญาโท เป็นเสื้อคลุมสีขาบแขนยาวถึงชายเสื้อ กลางแขนมีช่องสอดมือ ที่ขอบสาบหน้าและช่องสอดแขนมีแถบสีแดงประดับ ผ้าคล้องคอด้านนอกสีขาบ ด้านในสีแดง
  • ปริญญาเอก เป็นเสื้อคลุมด้านนอกสีแดงด้านในและสาบหน้าสีขาบ แขนปลายตัด ตอนหน้ายกขึ้นรั้งด้วยเชือกสีขาว ที่รอยต่อระหว่างสีแดงและสีขาบมีแถบสีขาวเย็บประดับ ผ้าคล้องคอด้านนอกสีแดง ขอบบนสีขาว ขอบล่างสีน้ำเงิน ด้านในสีน้ำเงิน

หมายเหตุ[แก้]

  1. ในสหราชอาณาจักร ผู้ประสาทการหรือชานซเลอร์ คือประธานสูงสุดของมหาวิทยาลัย เป็นผู้นำในพิธีการต่าง ๆ โดยมากมักเป็นบุคคลมีชื่อเสียง ไม่มีอำนาจในทางบริหาร ส่วนนายกสภามหาวิทยาลัย มักตั้งจากคณาจารย์และมีอำนาจในฐานะที่ปรึกษาแก่อธิการบดี (vice chancellor) ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดทางการบริหาร บางมหาวิทยาลัยอาจจัดให้มีอุปถัมภก (visitor) ซึ่งมักเป็นพระมหากษัตริย์เพิ่มเติมด้วย

อ้างอิง[แก้]

  1. The Burgon Society: The Design of Academical Dress (6 May 2007) Classification of Styles
  2. Burgon Society: Introduction (2 Nov 2008)
  3. "Shaw's Academical Dress of Great Britain and Ireland 3rd Revised ed. Edition". Amazon.com. สืบค้นเมื่อ 16 August 2017.
  4. "Shaw's Academical Dress of Great Britain and Ireland - Volume II: Non-degree-awarding Bodies (Volume 2)". Amazon.com. สืบค้นเมื่อ 16 August 2017.
  5. Shaw (1995); pp. 4-7
  6. 6.0 6.1 "Statues and Ordinances of The University of Cambridge Chapter II" (PDF). 2017.
  7. Burgon Annual 2003 (2004); pp. 18–23
  8. "IMPERIAL COLLEGE LONDON: ACADEMIC DRESS" (PDF).
  9. Michael Cottrell (2008-06-12). "The Australian: King's bans mortarboards as old hat". Theaustralian.news.com.au. สืบค้นเมื่อ 2010-04-28.
  10. Shaw (1966); pp. 94-95
  11. His Highness the Aga Khan at the University of Cambridge, where he was awarded an Honorary Doctorate of Divinity, England - June 12, 2009
  12. "Secretariat Coporate Service: Gown". University of Leeds.
  13. Example Anglia Ruskin graduation robes
  14. 14.0 14.1 "Gowns and Dress Code". Brunel University London.
  15. 15.0 15.1 "Regulations relating to Academic Dress made by the Vice-Chancellor, as Authorised by Council". University of Oxford. 2002.
  16. "Academic Dress". University of Oxford.
  17. REGULATIONS FOR ACADEMIC AND OFFICIAL COSTUME
  18. "University Calendar:Section IV : General Information and Regulations". University of Southampton.
  19. "Schedule of General Regulations:XIII Academic Dress". University of Manchester.