คดีระหว่างโอเบอร์กะเฟลกับฮ็อดจิส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คดีระหว่างโอเบอร์กะเฟลกับฮ็อดจิส
Obergefell v. Hodges
Seal of the United States Supreme Court.svg
ตราศาลสูงสุดสหรัฐ
สาระแห่งคดี
คำฟ้อง ขอให้วินิจฉัยว่า 1. คำสั่งห้ามตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายอุปกรณ์ของรัฐโอไฮโอว่าด้วยการรับรองการสมรสเพศเดียวกันที่เข้าอย่างสมบูรณ์ในเขตอำนาจศาลอื่นขัดต่อวรรควิถีทางที่ถูกต้องและความคุ้มครองเท่าเทียมกันของรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐหรือไม่ 2. คำบอกปัดการรับรองคำวินิจฉัยการรับเป็นบุตรบุญธรรมซึ่งเด็กที่เกิดในรัฐโอไฮโอของคู่สมรสเพศเดียวกันของศาลรัฐพี่น้องขัดต่อวรรคศรัทธาบริบูรณ์และเครดิตของรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐหรือไม่
คู่ความ
โจทก์ เจมส์ โอเบอร์กะเฟลและพวก
จำเลย ริชาร์ด ฮ็อดจิสและพวก
ศาล
ศาล ศาลสูงสุดสหรัฐ
ตุลาการ ประธาน: John Roberts
ตุลาการสมทบ:
  • Antonin Scalia
  • Anthony Kennedy
  • Clarence Thomas
  • Ruth Bader Ginsburg
  • Stephen Breyer
  • Samuel Alito
  • Sonia Sotomayor
  • Elena Kagan
วินิจฉัย
" การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งที่ 14 กำหนดให้จดทะเบียนสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันสองคน และรับรองการสมรสระหว่างบุคคลเพศเดียวกันสองคนเมื่อการสมรสได้จดทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมายและที่ดำเนินการนอกรัฐ "
ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2558
กฎหมาย การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฯ ครั้งที่ 14
หมายเหตุ
  • กลับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์สหรัฐภาค 6
  • กลับคำวินิจฉัยคดีระหว่างเกบอร์กับเนลสัน

คดีระหว่างโอเบอร์กะเฟลกับฮ็อดจิส (อังกฤษ: Obergefell v. Hodges), 576 U.S. 644 (2015) เป็นคดีสิทธิพลเมืองหลักหมุด ซึ่งศาลสูงสุดแห่งสหรัฐวินิจฉัยว่าสิทธิมูลฐานในการสมรสได้รับประกันแก่คู่สมรสเพศเดียวกันทั้งวรรควิถีทางที่ถูกต้อง (Due Process Clause) และวรรคการคุ้มครองเท่าเทียม (Equal Protection Clause) ของการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐ ครั้งที่ 14 คำวินิจฉัยของศาลฯ กำหนดให้รัฐทั้งห้าสิบ เขตโคลัมเบีย และพื้นที่เกาะให้จัดการและรับรองการสมรสของคู่สมรสเพศเดียวกันด้วยกำหนดเวลาและเงื่อนไขเดียวกันกับการสมรสคู่สมรสต่างเพศ โดยมีสิทธิและหน้าที่ดุจกัน[1][2]

ระหว่างเดือนมกราคม 2555 และกุมภาพันธ์ 2557 โจทก์ในรัฐมิชิแกน โอไฮโอ เคนตักกีและเทนเนสซียื่นคำฟ้องคดีในศาลภาคกลางซึ่งลงเอยด้วยคดีระหว่างโอเบอร์กะเฟลกับฮ็อดจิส หลังศาลภาควินิจฉัยให้โจทก์ชนะ มีการอุทธรณ์คำวินิจฉัยไปยังศาลภาค 6 ในเดือนพฤศจิกายน 2557 หลังคำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์ที่ยืดเยื้อในปีนั้นทั้งในศาลภาค 4, ภาค 7, ภาค 9 และภาค 10 ว่าคำสั่งห้ามการสมรสเพศเดียวกันระดับรัฐขัดต่อรัฐธรรมนูญ ศาลภาค 6 วินิจฉัยว่าศาลถูกผูกมัดด้วยคดีระหว่างเบเกอร์กับเนลสัน (Baker v. Nelson) และวินิจฉัยว่าคำสั่งห้ามนั้นชอบด้วยรัฐธรรมนูญ[3] ทำให้เกิดความเห็นต่างระหว่างศาลภาคและนำไปสู่การทบทวนของศาลสูงสุดอย่างเลี่ยงไม่ได้

ศาลฯ มีคำวินิจฉัยในวันที่ 26 มิถุนายน 2558 โอเบอร์กะเฟล ยกเลิก เบเกอร์ และกำหนดให้ทุกรัฐต้องออกทะเบียนสมรสแก่คู่สมรสเพศเดียวกัน และรับรองการสมรสเพศเดีวกันที่กระทำขึ้นในเขตอำนาจศาลอื่น [4] จึงทำให้การสมรสเพศเดียวกันชอบด้วยกฎหมายทั่วสหรัฐและทุกดินแดน

อ้างอิง[แก้]

  1. Obergefell v. Hodges, No. 14-556, slip op. เก็บถาวร 2019-10-02 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน at 22–23 (U.S. June 26, 2015) ("The Court now holds that same-sex couples may exercise the fundamental right to marry. ... [T]he State laws challenged by Petitioners in these cases are now held invalid to the extent they exclude same-sex couples from civil marriage on the same terms and conditions as opposite-sex couples.").
  2. Denniston, Lyle (June 26, 2015). "Opinion Analysis: Marriage Now Open to Same-Sex Couples". SCOTUSblog. สืบค้นเมื่อ July 2, 2015.
  3. Wolf, Richard (June 24, 2015). "Timeline: Same-Sex Marriage through the Years". USA Today. สืบค้นเมื่อ May 29, 2018.
  4. Obergefell, slip op. เก็บถาวร 2019-10-02 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน at 28 ("The Court, in this decision, holds same-sex couples may exercise the fundamental right to marry in all States.").