คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติ
| คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติ สาธารณรัฐประชาชนจีน 中华人民共和国国家监察委员会 | |
|---|---|
| ข้อมูลองค์กร | |
| ก่อตั้ง | 23 มีนาคม ค.ศ. 2018 |
| โครงสร้างเขตอำนาจ | |
| หน่วยงานแห่งชาติ | จีน |
| เขตอำนาจในการปฏิบัติการ | จีน |
| ส่วนปกครอง | สภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ |
| สำนักงานใหญ่ | 1 ถนนเจิ้งอี้ เขตตงเฉิง ปักกิ่ง ประเทศจีน |
| ได้รับเลือกเป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ | |
| เว็บไซต์ | |
| ccdi.gov.cn | |
| คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| จีนตัวย่อ | 中华人民共和国国家监察委员会 | ||||||
| จีนตัวเต็ม | 中華人民共和國國家監察委員會 | ||||||
| |||||||
| คำย่อ | |||||||
| จีนตัวย่อ | 国家监委 | ||||||
| จีนตัวเต็ม | 國家監委 | ||||||
| |||||||
คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน (อังกฤษ: National Supervisory Commission of the People's Republic of China) เป็นหน่วยงานตรวจสอบและต่อต้านการทุจริตระดับรัฐสูงสุดของประเทศ ปฏิบัติงานร่วมกัน ณ ที่ทำการเดียวกันกับคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP)
คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 2018 โดยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จากการควบรวมกระทรวงการตรวจสอบ สำนักป้องกันการทุจริตแห่งชาติ และสำนักบริหารงานต่อต้านการทุจริตและการรับสินบนของสำนักงานอัยการประชาชนสูงสุด ภารกิจประกอบด้วยการตรวจสอบการดำเนินตามนโยบาย การสืบสวนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ และการตัดสินลงโทษทางปกครองต่อข้ารัฐการพลเรือน เขตอำนาจของคณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติครอบคลุมบุคลากรภาคสาธารณะทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือไม่
คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติมีฐานะตามรัฐธรรมนูญเท่ากับคณะมนตรีรัฐกิจ ศาลประชาชนสูงสุด และสำนักงานอัยการประชาชนสูงสุด คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติปฏิบัติงานร่วมกัน ณ ที่ทำการเดียวกันกับคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบและลงโทษทางวินัยสูงสุดของพรรค และทำหน้าที่เป็นหน่วยงานระดับรัฐของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางอย่างมีประสิทธิผล
ภูมิหลัง
[แก้]คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติก่อตั้งขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบต่อต้านการทุจริตของจีนในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยแรกของสี จิ้นผิง ในฐานะเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ รากเหง้าของคณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติมาจากระบบการตรวจสอบจักรวรรดิจีนซึ่งมีจุดเริ่มต้นในสมัยราชวงศ์ฉินและราชวงศ์ฮั่น ระบบดังกล่าวทำหน้าที่มายาวนานกว่าสองพันปี แม้ชื่อและโครงสร้างของสำนักงานตรวจสอบอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละราชวงศ์ แต่ยังคงไว้ซึ่งค่านิยมเดียวกัน เป็นเวลาหลายศตวรรษที่สำนักงานเหล่านี้มุ่งหวังที่จะผดุงความยุติธรรม บังคับใช้วินัย และตรวจสอบจริยธรรมของรัฐบาล เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เจ้าหน้าที่รัฐจึงสืบสวน ดำเนินการตรวจเยี่ยม และรายงานกรณีการถอดถอนต่อจักรพรรดิเป็นระยะ
หลังการปฏิวัติ ค.ศ. 1911 ซุน ยัตเซ็น ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐจีน สนับสนุนรัฐธรรมนูญห้าอำนาจ โดยต่อยอดจากการแยกใช้อำนาจตามแนวคิดตะวันตก (สามฝ่าย ได้แก่ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ) เขาเพิ่มอำนาจตามประเพณีจีนโบราณอีกสองประการ คือการสอบคัดเลือกและการตรวจสอบ (ควบคุม) เพื่อเสนอรัฐธรรมนูญห้าอำนาจ[1] รัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐจีนประกาศใช้ใน ค.ศ. 1947 ซึ่งกำหนดให้สภาควบคุมมีสถานะเป็นสภาผู้แทนราษฎร จนกระทั่งการปฏิรูปใน ค.ศ. 1991 สภาดังกล่าวจึงกลายเป็นองค์กรตรวจเงินแผ่นดินเพียงแห่งเดียวในไต้หวัน
แม้พรรคคอมมิวนิสต์วางกลไกภายในเชิงสถาบันเพื่อต่อต้านการทุจริตในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งมาตั้งแต่ก่อตั้งพรรคและการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนใน ค.ศ. 1949 แต่เป็นที่ปรากฏชัดว่ากลไกดังกล่าวไม่มีประสิทธิผลในการยับยั้งการทุจริตเชิงระบบ และไม่มีฐานอำนาจทางกฎหมาย เนื่องจากองค์กรหลักที่ได้รับมอบหมายให้ต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางมีสถานะเป็นองค์กรพรรค ไม่ใช่องค์กรรัฐ[2]
ก่อนการปราบปรามการทุจริตในสมัยสี จิ้นผิง การดำเนินคดีความผิดต่าง ๆ มักเกิดขึ้นตามการชี้นำของทางการพรรคระดับท้องถิ่นผ่านการควบคุมคณะกรรมการตรวจสอบวินัย (CDI) และองค์กรอัยการในท้องถิ่น แม้ในทางทฤษฎีองค์กรเหล่านี้จะรายงานต่อคณะกรรมการระดับสูงกว่าในลำดับการบริหารขั้นถัดไป (เช่น องค์กรระดับเทศบาลนครรายงานต่อองค์กรระดับมณฑล องค์กรระดับมณฑลรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลาง) นอกเหนือจากการขึ้นตรงต่อผู้นำพรรคในท้องถิ่น แต่ในความเป็นจริง คณะกรรมการตรวจสอบวินัยระดับท้องถิ่นขึ้นตรงต่อผู้นำพรรคในท้องถิ่นเท่านั้น เนื่องจากผู้นำพรรคเป็นผู้ควบคุมงบประมาณ บุคลากร และทรัพยากรขององค์กรเหล่านี้ ซึ่งมักนำไปสู่การใช้อำนาจตามอธิปไตยและการเลือกปฏิบัติทางการเมืองในเป้าหมายของการปราบปรามการทุจริต[2]
ประวัติศาสตร์
[แก้]ช่วงปลาย ค.ศ. 2016 โครงการนำร่องของคณะกรรมการการตรวจสอบ (SC) เริ่มต้นขึ้นในชานซี ปักกิ่ง และเจ้อเจียง หัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบวินัยระดับมณฑลเริ่มดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะกรรมการการตรวจสอบในท้องถิ่นควบคู่กัน[2]
ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018 มีการเสนอการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อกำหนดให้คณะกรรมการการตรวจสอบระดับชาติและระดับท้องถิ่นเป็นองค์กรรัฐอย่างเป็นทางการ คณะกรรมการระดับท้องถิ่นได้รับการแต่งตั้งโดยสภาผู้แทนประชาชนท้องถิ่นระดับอำเภอขึ้นไป และรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนประชาชนท้องถิ่นดังกล่าว รวมถึงรับผิดชอบต่อคณะกรรมการการตรวจสอบในระดับที่สูงกว่า[3] การแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวผ่านการรับรองเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 2018 และมีผลบังคับใช้ในวันเดียวกัน
วันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 2018 สามหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตรวจสอบ (กระทรวงการตรวจสอบ สำนักป้องกันการทุจริตแห่งชาติ และสำนักบริหารงานต่อต้านการทุจริตและการรับสินบนของสำนักงานอัยการประชาชนสูงสุด) ควบรวมกันเพื่อตั้งคณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติชุดใหม่[4]: 57 การตั้งคณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติรวบรวมอำนาจการควบคุมทรัพยากรด้านการต่อต้านการทุจริตเข้าสู่ส่วนกลางและมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งการแทรกแซงในท้องถิ่นต่อความพยายามต่อต้านการทุจริต[2]
อำนาจหน้าที่
[แก้]คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติได้รับการกำหนดให้เป็นองค์กรทางการเมือง[4]: 57–58 ภารกิจประกอบด้วยการตรวจสอบการดำเนินตามนโยบาย การสืบสวนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ และการตัดสินลงโทษทางปกครองต่อข้ารัฐการพลเรือน[5] เขตอำนาจของคณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติครอบคลุมบุคลากรภาคสาธารณะทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) หรือไม่[6][4]: 57 พยานหลักฐานที่รวบรวมได้สามารถใช้รับฟังในการดำเนินคดีในศาล (ซึ่งในอดีต อัยการต้องดำเนินการสืบสวนแยกต่างหากเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานหลังจากคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางส่งเรื่องมา)[4]: 57 คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติปฏิบัติงานร่วมกัน ณ ที่ทำการเดียวกันกับคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และใช้ทรัพยากรร่วมกัน[4]: 57 [7] นอกจากนี้ ทั้งสององค์กรยังใช้เว็บไซต์ร่วมกัน
โครงสร้างองค์กร
[แก้]ตามรัฐธรรมนูญ ค.ศ. 2018 สภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติเป็นผู้เลือกตั้งผู้อำนวยการคณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติและจะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้ ผู้อำนวยการรายงานตรงต่อสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติและคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ ส่วนรองผู้อำนวยการและกรรมการของคณะกรรมการมาจากการเสนอชื่อโดยผู้อำนวยการ และแต่งตั้งโดยคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ[8]
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Archived copy" (PDF). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2021-01-24. สืบค้นเมื่อ 2021-04-07.
{{cite web}}: CS1 maint: archived copy as title (ลิงก์) - 1 2 3 4 Deng, Jinting (มีนาคม 2018). "The National Supervision Commission: A New Anti-corruption Model in China". International Journal of Law, Crime and Justice. 52: 58–73. doi:10.1016/j.ijlcj.2017.09.005.
{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "CPC proposes listing supervisory commissions as state organs in Constitution". www.xinhuanet.com. Xinhua. 2018-02-25. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กุมภาพันธ์ 25, 2018. สืบค้นเมื่อ 2018-02-25.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 3 4 5 Tsang, Steve; Cheung, Olivia (2024). The Political Thought of Xi Jinping. Oxford University Press. ISBN 9780197689363.
- ↑ "Decoding Chinese Politics: Security". Asia Society. สืบค้นเมื่อ 2 ตุลาคม 2023.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Liang, Xinlu; Zheng, William (11 เมษายน 2025). "The more China investigates corruption, the more it finds. Will the battle ever be won?". South China Morning Post. สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2025.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Horsley, Jamie P. (2018-05-30). "What's so controversial about China's new anti-corruption body?". Brookings Institution (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-04-01. สืบค้นเมื่อ 2023-04-01.
- ↑ "中华人民共和国宪法_国情相关_中国政府网". www.gov.cn. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-05-23. สืบค้นเมื่อ 2023-04-01.