ข้ามไปเนื้อหา

คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติ
สาธารณรัฐประชาชนจีน
中华人民共和国国家监察委员会
ข้อมูลองค์กร
ก่อตั้ง23 มีนาคม ค.ศ. 2018
โครงสร้างเขตอำนาจ
หน่วยงานแห่งชาติจีน
เขตอำนาจในการปฏิบัติการจีน
ส่วนปกครองสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ
สำนักงานใหญ่1 ถนนเจิ้งอี้ เขตตงเฉิง ปักกิ่ง ประเทศจีน

ได้รับเลือกเป็นเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ
เว็บไซต์
ccdi.gov.cn
คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน
จีนตัวย่อ中华人民共和国国家监察委员会
จีนตัวเต็ม中華人民共和國國家監察委員會
การถอดเสียง
ภาษาจีนมาตรฐาน
พินอินZhōnghuá Rénmín Gònghéguó Guójiā Jiānchá Wěiyuánhuì
คำย่อ
จีนตัวย่อ国家监委
จีนตัวเต็ม國家監委
การถอดเสียง
ภาษาจีนมาตรฐาน
พินอินGuójiā Jiānwěi

คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน (อังกฤษ: National Supervisory Commission of the People's Republic of China) เป็นหน่วยงานตรวจสอบและต่อต้านการทุจริตระดับรัฐสูงสุดของประเทศ ปฏิบัติงานร่วมกัน ณ ที่ทำการเดียวกันกับคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP)

คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติก่อตั้งขึ้นใน ค.ศ. 2018 โดยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ จากการควบรวมกระทรวงการตรวจสอบ สำนักป้องกันการทุจริตแห่งชาติ และสำนักบริหารงานต่อต้านการทุจริตและการรับสินบนของสำนักงานอัยการประชาชนสูงสุด ภารกิจประกอบด้วยการตรวจสอบการดำเนินตามนโยบาย การสืบสวนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ และการตัดสินลงโทษทางปกครองต่อข้ารัฐการพลเรือน เขตอำนาจของคณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติครอบคลุมบุคลากรภาคสาธารณะทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีนหรือไม่

คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติมีฐานะตามรัฐธรรมนูญเท่ากับคณะมนตรีรัฐกิจ ศาลประชาชนสูงสุด และสำนักงานอัยการประชาชนสูงสุด คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติปฏิบัติงานร่วมกัน ณ ที่ทำการเดียวกันกับคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ซึ่งเป็นหน่วยงานตรวจสอบและลงโทษทางวินัยสูงสุดของพรรค และทำหน้าที่เป็นหน่วยงานระดับรัฐของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางอย่างมีประสิทธิผล

ภูมิหลัง

[แก้]

คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติก่อตั้งขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูประบบต่อต้านการทุจริตของจีนในช่วงการดำรงตำแหน่งสมัยแรกของสี จิ้นผิง ในฐานะเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ รากเหง้าของคณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติมาจากระบบการตรวจสอบจักรวรรดิจีนซึ่งมีจุดเริ่มต้นในสมัยราชวงศ์ฉินและราชวงศ์ฮั่น ระบบดังกล่าวทำหน้าที่มายาวนานกว่าสองพันปี แม้ชื่อและโครงสร้างของสำนักงานตรวจสอบอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละราชวงศ์ แต่ยังคงไว้ซึ่งค่านิยมเดียวกัน เป็นเวลาหลายศตวรรษที่สำนักงานเหล่านี้มุ่งหวังที่จะผดุงความยุติธรรม บังคับใช้วินัย และตรวจสอบจริยธรรมของรัฐบาล เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว เจ้าหน้าที่รัฐจึงสืบสวน ดำเนินการตรวจเยี่ยม และรายงานกรณีการถอดถอนต่อจักรพรรดิเป็นระยะ

หลังการปฏิวัติ ค.ศ. 1911 ซุน ยัตเซ็น ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐจีน สนับสนุนรัฐธรรมนูญห้าอำนาจ โดยต่อยอดจากการแยกใช้อำนาจตามแนวคิดตะวันตก (สามฝ่าย ได้แก่ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ) เขาเพิ่มอำนาจตามประเพณีจีนโบราณอีกสองประการ คือการสอบคัดเลือกและการตรวจสอบ (ควบคุม) เพื่อเสนอรัฐธรรมนูญห้าอำนาจ[1] รัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐจีนประกาศใช้ใน ค.ศ. 1947 ซึ่งกำหนดให้สภาควบคุมมีสถานะเป็นสภาผู้แทนราษฎร จนกระทั่งการปฏิรูปใน ค.ศ. 1991 สภาดังกล่าวจึงกลายเป็นองค์กรตรวจเงินแผ่นดินเพียงแห่งเดียวในไต้หวัน

แม้พรรคคอมมิวนิสต์วางกลไกภายในเชิงสถาบันเพื่อต่อต้านการทุจริตในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งมาตั้งแต่ก่อตั้งพรรคและการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนใน ค.ศ. 1949 แต่เป็นที่ปรากฏชัดว่ากลไกดังกล่าวไม่มีประสิทธิผลในการยับยั้งการทุจริตเชิงระบบ และไม่มีฐานอำนาจทางกฎหมาย เนื่องจากองค์กรหลักที่ได้รับมอบหมายให้ต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางมีสถานะเป็นองค์กรพรรค ไม่ใช่องค์กรรัฐ[2]

ก่อนการปราบปรามการทุจริตในสมัยสี จิ้นผิง การดำเนินคดีความผิดต่าง ๆ มักเกิดขึ้นตามการชี้นำของทางการพรรคระดับท้องถิ่นผ่านการควบคุมคณะกรรมการตรวจสอบวินัย (CDI) และองค์กรอัยการในท้องถิ่น แม้ในทางทฤษฎีองค์กรเหล่านี้จะรายงานต่อคณะกรรมการระดับสูงกว่าในลำดับการบริหารขั้นถัดไป (เช่น องค์กรระดับเทศบาลนครรายงานต่อองค์กรระดับมณฑล องค์กรระดับมณฑลรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลาง) นอกเหนือจากการขึ้นตรงต่อผู้นำพรรคในท้องถิ่น แต่ในความเป็นจริง คณะกรรมการตรวจสอบวินัยระดับท้องถิ่นขึ้นตรงต่อผู้นำพรรคในท้องถิ่นเท่านั้น เนื่องจากผู้นำพรรคเป็นผู้ควบคุมงบประมาณ บุคลากร และทรัพยากรขององค์กรเหล่านี้ ซึ่งมักนำไปสู่การใช้อำนาจตามอธิปไตยและการเลือกปฏิบัติทางการเมืองในเป้าหมายของการปราบปรามการทุจริต[2]

ประวัติศาสตร์

[แก้]

ช่วงปลาย ค.ศ. 2016 โครงการนำร่องของคณะกรรมการการตรวจสอบ (SC) เริ่มต้นขึ้นในชานซี ปักกิ่ง และเจ้อเจียง หัวหน้าคณะกรรมการตรวจสอบวินัยระดับมณฑลเริ่มดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะกรรมการการตรวจสอบในท้องถิ่นควบคู่กัน[2]

ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018 มีการเสนอการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อกำหนดให้คณะกรรมการการตรวจสอบระดับชาติและระดับท้องถิ่นเป็นองค์กรรัฐอย่างเป็นทางการ คณะกรรมการระดับท้องถิ่นได้รับการแต่งตั้งโดยสภาผู้แทนประชาชนท้องถิ่นระดับอำเภอขึ้นไป และรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนประชาชนท้องถิ่นดังกล่าว รวมถึงรับผิดชอบต่อคณะกรรมการการตรวจสอบในระดับที่สูงกว่า[3] การแก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าวผ่านการรับรองเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 2018 และมีผลบังคับใช้ในวันเดียวกัน

วันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 2018 สามหน่วยงานรัฐที่มีอำนาจตรวจสอบ (กระทรวงการตรวจสอบ สำนักป้องกันการทุจริตแห่งชาติ และสำนักบริหารงานต่อต้านการทุจริตและการรับสินบนของสำนักงานอัยการประชาชนสูงสุด) ควบรวมกันเพื่อตั้งคณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติชุดใหม่[4]:57 การตั้งคณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติรวบรวมอำนาจการควบคุมทรัพยากรด้านการต่อต้านการทุจริตเข้าสู่ส่วนกลางและมีเป้าหมายเพื่อยับยั้งการแทรกแซงในท้องถิ่นต่อความพยายามต่อต้านการทุจริต[2]

อำนาจหน้าที่

[แก้]

คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติได้รับการกำหนดให้เป็นองค์กรทางการเมือง[4]:57–58 ภารกิจประกอบด้วยการตรวจสอบการดำเนินตามนโยบาย การสืบสวนการทุจริตของเจ้าหน้าที่ และการตัดสินลงโทษทางปกครองต่อข้ารัฐการพลเรือน[5] เขตอำนาจของคณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติครอบคลุมบุคลากรภาคสาธารณะทั้งหมด รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับหมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) หรือไม่[6][4]:57 พยานหลักฐานที่รวบรวมได้สามารถใช้รับฟังในการดำเนินคดีในศาล (ซึ่งในอดีต อัยการต้องดำเนินการสืบสวนแยกต่างหากเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานหลังจากคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางส่งเรื่องมา)[4]:57 คณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติปฏิบัติงานร่วมกัน ณ ที่ทำการเดียวกันกับคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และใช้ทรัพยากรร่วมกัน[4]:57[7] นอกจากนี้ ทั้งสององค์กรยังใช้เว็บไซต์ร่วมกัน

โครงสร้างองค์กร

[แก้]

ตามรัฐธรรมนูญ ค.ศ. 2018 สภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติเป็นผู้เลือกตั้งผู้อำนวยการคณะกรรมการการตรวจสอบแห่งชาติและจะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้ ผู้อำนวยการรายงานตรงต่อสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติและคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ ส่วนรองผู้อำนวยการและกรรมการของคณะกรรมการมาจากการเสนอชื่อโดยผู้อำนวยการ และแต่งตั้งโดยคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติ[8]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Archived copy" (PDF). ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ (PDF) เมื่อ 2021-01-24. สืบค้นเมื่อ 2021-04-07.{{cite web}}: CS1 maint: archived copy as title (ลิงก์)
  2. 1 2 3 4 Deng, Jinting (มีนาคม 2018). "The National Supervision Commission: A New Anti-corruption Model in China". International Journal of Law, Crime and Justice. 52: 58–73. doi:10.1016/j.ijlcj.2017.09.005.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. "CPC proposes listing supervisory commissions as state organs in Constitution". www.xinhuanet.com. Xinhua. 2018-02-25. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ กุมภาพันธ์ 25, 2018. สืบค้นเมื่อ 2018-02-25.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. 1 2 3 4 5 Tsang, Steve; Cheung, Olivia (2024). The Political Thought of Xi Jinping. Oxford University Press. ISBN 9780197689363.
  5. "Decoding Chinese Politics: Security". Asia Society. สืบค้นเมื่อ 2 ตุลาคม 2023.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. Liang, Xinlu; Zheng, William (11 เมษายน 2025). "The more China investigates corruption, the more it finds. Will the battle ever be won?". South China Morning Post. สืบค้นเมื่อ 12 เมษายน 2025.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. Horsley, Jamie P. (2018-05-30). "What's so controversial about China's new anti-corruption body?". Brookings Institution (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-04-01. สืบค้นเมื่อ 2023-04-01.
  8. "中华人民共和国宪法_国情相关_中国政府网". www.gov.cn. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2022-05-23. สืบค้นเมื่อ 2023-04-01.