ขีดจำกัดสายเลือด (นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ในการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนินจาคาถาโอ้โฮเฮะ ขีดจำกัดสายเลือด (ญี่ปุ่น: 血継限界 Kekkei genkai เคกเกเงนไก) หรือสายเลือดพิเศษ เป็นวิชาลับที่ส่งผ่านกันทางการมีทายาทสายเลือดเท่านั้น โดยไม่มีเปิดเผยและส่งมอบให้ถ้าเสียชีวิต เป็นวิชาที่ไม่สามารถเลียนแบบได้

ซึ่งถ้าคนที่ไม่ใช่สายเลือดของขีดจำกัดสายเลือดจะใช้ได้ คือ ถ้าเป็นพวกคาถาผสมธาตุ จะนำเซลล์ของขีดจำกัดสายเลือดมาปลูกถ่ายเซลล์ แต่ถ้าเป็นพวกวิชาเนตรจะผ่าตัดเปลี่ยนตา

เนื้อหา

ขีดจำกัดสายเลือด รูปแบบดวงตา[แก้]

ต้นกำเนิด[แก้]

เนตรสีขาว เนตรสังสาระและเนตรวงแหวนนั้น กำเนิดมาจากแม่ของเซียน 6 วิถีก่อนนั่นคือเจ้าหญิงโอทึสึกิ คางูยะที่กินผลไม้ต้องห้ามของต้นไม้เทพเจ้า(ร่างจริงของ 10 หาง) จนมีเนตรสีขาว จักระ ดวงตาที่ 3 คือเนตรสังสาระ ที่เป็นอ่านจันทรานิรันดร์ หลอมรวมกับต้นไม้เทพเจ้าเป็นพลังสถิตร่าง แต่ก็ลุ่มหลงในพลัง เพราะคนรู้จักเห็นว่าเธอคือปีศาจ

ต่อมาเธอให้กำเนิดลูกชายฝาแฝด 2 คนคือฮาโกโรโมะหรือเซียน 6 วิถี กับฮามูระ ลูกทั้ง 2 เห็นว่าแม่หลงผิด จับคนไปสร้างกองทัพเซ็ตสึสีขาว จึงต่อสู้กัน จนทรพีผนึกแม่ตัวเองไว้ต่างมิติ แต่ก่อนถูกผนึกได้สร้างมวลจักระมีชีวิต คือเซ็ตสึสีดำเพื่อหาทางมาคืนชีพตน

ฮาโกโรโมะดึงจักระมหาศาลจากต้นไม้เทพเจ้าออกมา จนต้นไม้เทพเจ้าเป็นเทวรูปมารนอกรีต กับถูกหินจำนวนมากกลบกับนำลอยขึ้าฟ้ากลายเป็นดวงจันทร์ โดยฮามูระคอยเฝ้ารักษาเทวรูปบนดวงจันทร์ ฮาโกโรโมะกลายเป็นเซียน 6 วิถี กับเกรงว่าถ้าตนตาย ผนึก 10 หางจะคลาย จึงดึง จักระ 10 หาง แยกเป็น 9 ส่วน สร้างรูปลักษณ์สัตว์กับชื่อที่แตกต่างกัน กำเนิดเป็นสัตว์หางทั้ง 9 ตัว ที่มีร่างเป็นมวลศาลจักระอันไร้ขีดจำกัดได้ใช้พลังนั้นเพื่อชี้นำโลกไปสู่สันติภาพ จึงส่งสัตว์หางทั้ง 9 ให้กระจัดกระจายกันไป

ในบั้นปลายชีวิตของเซียน 6 วิถี ได้มีลูก 2 คน คนโตชื่อ อินดรา สืบทอดเนตรเซียนจักระจำนวนมาก ที่เชื่อว่าพลังกับอำนาจจำเป็นต่อสันติภาพ ส่วนคนน้องชื่อ อาชูร่ามี สืบทอดกายเซียน ที่ใช้คาถาผสม กับมีพรสวรรณ์ด้านพลังชีวิต ความรักจำเป็นต่อสันติภาพ

เซียน 6 วิถี เลือกคนน้องที่ชื่อ อาชูร่า เป็นผู้สืบทอด กับหวังให้ผู้เป็นพี่คอยช่วยนำ แต่คนพี่ถูกเซ็ตสึสีดำยุยง มาท้าคนน้องสู้จนเกิดสงครามทางสายเลือด

สงครามของ 2 พี่น้อง ดำเนินมาสู่ปัจจุบัน ลูกหลานฝ่ายพี่คือ ตระกูลอุจิวะ กับลูกหลานฝ่ายน้องคือ ตระกูลเซนจู

เนตรวงแหวน[แก้]

ชารินงัน

เนตรวงแหวน หรือ ชาริงกัน-อังกฤษ (Sharingan) (ความหมายดวงตาลอกเลียนแบบ) เป็นสายเลือดพิเศษของตระกูลอุจิวะ ว่ากันว่าเนตรนี้มีต้นกำเนิดจากเนตรสังสาระของเซียน 6 วิถี

ความสามารถ[แก้]

เนตรวงแหวนมีความสามารถในการมองรูปแบบ นินจุตสุ (วิชานินจา), เกนจุตสุ (วิชาภาพลวงตา) และ ไทจุตสุ (กระบวนท่า) ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และ ผู้ใช้สามารถก๊อปปี้กระบวนท่าและวิชาเดียวกันมาใช้ได้ นอกจากนี้ยังมีความสามารถในการสะกดจิต และ อ่านการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ ส่วนการเลื่อนระดับความสามารถต้องได้มาจากการฝึกฝนหรือพรสวรรค์ของแต่ละคน แต่ไม่สามารถเลียนแบบคาถาพวกขีดจำกัดสายเลือดได้

ไม้ตายของเนตรวงแหวน[แก้]

1.อ่านทิศทางการโจมตีคู่ต่อสู้

2.มองการร่ายคาถา หับการเคลื่อนไหวทางกายภาพ ได้อย่างสมบูรณ์ แม้ไม่รู้ว่าจะเคลื่อนไหวหรือกระทำอะไร และcopyได้แต่เลียนแบบคาถาของขีดจำกัดสายเลือด พลังสถิตร่างกับวัตถุไม่ได้

3.ใช้ภาพลวงตา

4.มองจักระคู่ต่อสู้

วิชาต้องห้าม[แก้]

เป็นวิชาที่ใช้แล้วครั้ง 1 จะต้องสูญเสียเนตรวงแหวนไปตลอดกาล คือตาบอด ครั้งละข้าง 1.เทพบิดา อิซานางิ ใช้เปลี่ยนแปลงและบิดเบือนชะตากรรมของตนเอง ทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราเช่นความตาย ความเจ็บปวด หรืออะไรก็ตาม จะกลายเป็นเพียงความฝันหรือทำให้การโจมตีที่เป็นภาพลวงตากลายเป็นความจริงได้ ในเวลา 1 นาที 2.เทพมารดา อิซานามิ คาถาที่มาคู่กับอิซานางิ ใช้กำหนดโชคชะตาผู้อื่นได้ ทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับผู้โดนวิชานี้ติดอยู่ในวังวนลูฟที่ตั้งแต่เริ่มใช้จนเวลากลับมาแบบไม่มีที่สิ้นสุด จะเริ่มทำงานเมื่อการการสัมผัสกัน โดยจุดเริ่มต้นคือเหตุการณ์ตอนสัมผัสกับจุดท้ายคือการสัมผัสคล้ายกับเหตุการณ์แรกโดยจะวนไปมาไม่มีสิ้นสุด การจะหลุดออกจากวังวนได้ คือผู้โดนต้องยอมรับโชคชะตาของตัวเอง เท่านั้น เหมือนคาถาที่ใช้สั่งสอนคน กับใช้ไม่ให้คนหลงผิด

เนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา[แก้]

วิชาทรงพลังขึ้นเป็นสิบๆ เท่า การจะเบิกเนตรนี้คือต้องเห็นคนสำคัญของตัวเองตายต่อหน้าต่อตา แต่ละคนจะมีพลังที่อยู่กับเนตรต่างกัน แต่มีผลข้างเคียงคือยิ่งใช้มาก ตายิ่งใกล้บอด และที่เพิ่มมาคือ

1.เทพวายุ สุซาโนโอะ คือเทพพิทักษ์ที่มีพลังโจมตีและป้องกันสูงสุดและจะปกป้องคนที่เรียกออกมา ความสมบูรณ์ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้ ร่างต้นจะเป็นเพียงซี่โครงพัฒนาไปยังร่างโครงกระดูก จากนั้นพัฒนาไปยังร่างมนุษย์ยักษ์ จากนั้นก็พัฒนาไปยังร่างใส่เกราะ จากนั้นร่างสุดท้ายมีลักษณะคล้ายกับ เท็งงุ ที่มีหน้าเป็นคนจมูกยาวและมีปีก เงื่อนไขในการใช้ต้องมีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาทั้งสองข้างไม่งั้นร่างกายจะรับภาระมากเกินไปที่จะรับได้ ผู้ใช่ได้ อุจิวะ มาดาระ/ซาสึเกะ/อิทาจิ/ชิซุย,ฮาตาเกะ คาคาชิ

ร่างเทพวายุ สุซาโนโอะของซาสึเกะ เคยดูดจักระของสัตว์หางทั้ง 9 แทนเทวรูปมารนอกรีต พัฒนาไปอีกขั้นแต่ขั้นนี้มีพลังมากที่สุด แต่จะใช้ร่างนี้ได้ต้องได้รับจักระของสัตว์หางทั้ง 9 ตลอดเวลา

2.อ่านจันทรา ก็คือการสะกดภาพลวงตาขั้นสุดยอดด้วยตาข้างซ้ายเพื่อทำลายระบบประสาทอย่างหนักหน่วงของคู่ต่อสู้โดยตรง เป็นความสามารถเฉพาะเนตรของ อิทาจิ และซาสึเกะ(อ่านจันทราซาสึเกะไม่เน้นภาพลวงตาแต่เน้นควบคุมรูปแบบทิศทางเทวีสุริยา ซ้ำดับได้ด้วย) เช่นในคาถาลวงตาจะถูกควบคุมเหมือนผ่านไป 3 วัน แต่เวลาจริงผ่านไป 1 วินาที หรือใช้อ่านจันราเพื่อให้เห็นเหตุการณ์ความจริงของผู้ใช้หรือภาพลวงตาในอดีต ไม่ก็สะกดจิตก็ได้

3.เทวีสุริยา เมื่อใช้ใช้อ่านจันทราจนชินแล้ว ดวงตาข้างขวาจะมีเอดไหลออกมาแทนน้ำตา จะปล่อยไฟสีดำที่ไม่มีวันดับใส่สิ่งที่จ้องมอง เผาจนสิ่งที่ถูกจ้องจนไหม้หมด เมื่อเผาสิ่งที่สัมผัสจนหมดไฟก็จะดับไป

4.เทพต่างสวรรค์ วิชาลวงตาที่แข็งแกร่งที่สุด เป็นวิชาเนตรที่ควบคุม จนเหยื่อไม่รู้ตัวด้วย เป็นวิชาเฉพาะของชิซุย

5.คามุย วิชาเคลื่อนย้ายร่างของอุจิวะ โอบิโตะและฮาตาเกะ คาคาชิ สร้างมิติของตัวเองโดยมิตินี้ไม่ใช่โลกจริงแต่เคลื่อนย้ายตัวเองหรือผู้อื่นเข้าออกในมิตินี้ได้ และที่สำคัญยังทิ้งร่างจริงในมิติเพื่อให้ร่างในโลกจริงถูกโจมตีทะลุไม่โดน โดยเนตรขวาอยู่กับโอบิโตะและเนตรซ้ายอยู่กับคาคาชิก็เชื่อมถึงกัน เนตรนี้มีที่มา ตอนโอบิโตะให้เนตรคาคาชิตอนเด็กและเบิกเป็นหมื่นบุปผาเมื่อทั้งคู่เห็นว่าฆ่ารินตายเอง เพราะเนตรข้างหนึ่งอยู่ที่คาคาชิ โดยคาคาชิเป็นคนฆ่ารินโดยเชื่อมกันจึงเบิกได้ โดยขีดจำกัดการใช้ค้างไว้อย่างนั้นนานเป็นเวลา 5 นาที

ระดับการพัฒนา[แก้]

ขั้นเบิกเนตร

1.เนตรวงแหวน วงแหวน 1 วงแทนสัญลักษณ์ที่อ่อนแอที่สุดของเนตรนี้ มีความสามารถมองความไวในการร่ายคาถา

2.เนตรวงแหวนชางิ วงแหวน 2 วงแทนเนตรที่ยังไร้พลังอันแข็งกล้า สามารถก๊อปปี้วิชาบางส่วนและอ่านจักระของผู้ต่อสู้ด้วยได้

3.เนตรวงแหวนชารินกัน วงแหวน 3 วงแทนเนตรที่ได้พลังมาแล้วเรียบร้อย ความสามารถในการก๊อปปี้วิชาและการอ่านวิชาของผู้ต่อสู่ด้วย

ขั้นเปิดนรก

ความลับในการเลื่อนระดับความสามารถของเนตรคือต้องได้รับความทุกข์จากการฆ่าชีวิตหรือเห็นใครก้ได้อันเป็นที่รักตายต่อหน้าต่อตาเพื่อรับความทุกข์เพื่อให้ตนเองได้พลังมา โดยเนตรวงแหวนนั้นสามารถแยกความเป็นกับความตายออกจากกันได้ โดยคนที่รักต้องตายเพราะถูกฆ่าตายโดยผู้ใช้เนตรเท่านั้น ผู้ใช้เนตรถึงจะเบิกได้ คนคนที่รักไม่ตายจะเบิกไม่ได้

4.เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา (มังเง็คคโยชาริงกัน) สามารถใช้วิชาเนตรที่ทรงพลังได้ 3 อย่าง ซึ่งแตกกันไปอย่างละข้าง และเทพวายุเทพพิทักษ์ที่หลับอยู่ในเนตรทั้งสองข้าง แต่ยิ่งใช้มากจะทำให้ตาบอดหรืออาจถึงแก่ความตายได้ สามารถพัฒนาต่อได้โดยควักดวงตาตนเองออกไปและนำเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาของผู้ของผู้อื่นที่มีสายเลือดอุจิวะเท่านั้นมาใส่แทนสามารถพัฒนาเป็นเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันคร์

5.เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ เป็นเนตรขั้นต่อจากเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาจะเบิกได้โดยการเปลี่ยนเนตรที่มีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุษผาเหมือนกัน และ เอามาใส่ในดวงตาของตัวเอง ตาจะไม่บอดเพราะใช้เนตรอีกต่อไปและจะได้รับพลังพิเศษที่เพี่มขึ้นมามากมาย บุคคลที่ได้รับ มี มาดาระ และซาซึเกะ โดยไม่ได้รับผลกระทบจากการใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา

6.เนตรสังสาระ เป็นเนตรแบบพิเศษของเซียนหกวิถี การจะเบิกได้จะต้องเป็นผู้ที่สายเลือดของอุจิวะ และเซนจู แต่ต้องมีเนตรเหมือนทั้ง 2 ข้างถึงจะเบิกได้ ไม่งั้นจะเบิกไม่ได้ โดยสามารถใช้วิชาของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาได้

7.เนตรสังสาระสูงสุด เป็นเนตรที่มีเนตรวงแหวนที่สมบูรณ์แบบแล้วรวมกับเนตรสังสาระอยู่ด้วยกัน ผู้ที่มีเนตร คางูยะ/ซาสึเกะ/มาดาระ(ก่อนที่จะกลายเป็นคางูยะ) ปัจจุบันเนตรของซาสึเกะมีอยู่ที่ตาข้างซ้าย ได้มาด้วยการมีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ กับเซลล์ของฮาชิรามะ และได้รับจักระหกวิถีของเซียนหกวิถี ก่อนเนตรจะกลายเป็นเนตรสังสาระมีวงแหวน2ชั้นในเนตร สามารถมองทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ร่างเงา(ลิมโบ้)ที่อยู่อีกภพหนึ่ง ซึ่งเคยมองกับมาดาระ ได้ในระยะไกลพอสมควร ประมาณ 1กิโลเมตร เนตรสังสาระนี้มีความสามารถของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์เทวีสุริยาข้างซ้ายเดิมของซาสึเกะอยู่ด้วย ซึ่งนอกจากมองเงาลิมโบ้มาดาระได้แล้ว ยังใช้เทวีสุริยาได้ ใช้สึซาโนะโอร่างสมบูรณ์ได้(ใส่เกราะมีปีกจมูกยาวมีดาบ รวมกับ9หางได้ และภายหลังได้ พลังสัตว์หางทั้ง9หลายเป็นร่างเกราะผอมที่ทรงพลังใช้แทนเทวรูปมารนอรีตได้) ใช้คาถาเรียกก้อนอุกาบาตที่ลงมาถล่มได้หลายลูกหรือเรียกมาจับสัตว์หางทั้ง9แทนเทวรูปมารนอกรีตได้ กดดึงคล้ายคลายเทพพิชิตฟ้าของเพนได้ในระยะ1กม. และที่เป็นเอกลักษณ์คือความสามารถสลับตำแหน่งเคลื่อนย้ายตัวเองได้ และ อีกอย่างที่เด่นมากกว่าโหมดเซียนและเนตรสีขาวคือพลังทะลุมิติไปหามิติศัตรูอยู่ได้ทันทีพร้อมพาพวกพ้องไปและกลับมาได้ 2สิ่งนี้ดูได้จากโบรูโตะ เนตรสังสาระซาสึเกะมีการปวดตาจากการใช้จักระมากจึงมีระยะเวลาพักเพื่อฟื้นเนตร ต่างจากเนตรสังสานะที่มาดาระ โอบิโตะ เพนนางาโตะใช้ที่ใช้ได้ตลอด

บุคคลที่ใช้เนตรวงแหวนเป็นอาวุธ[แก้]

1. อุจิวะ มาดาระ (เนตรสังสาระ) ผู้นำตระกูลอุจิวะในยุคก่อตั้งโคโนะฮะ เป็นคนแรกและคนเดียวที่เคยใช้เนตรวงแหวนควบคุมจิ้งจอกเก้าหางสู้กับโฮคาเงะรุ่นที่ 1 มีเทพวายุสึซาโนะโอร่างสมบูรณ์สีฟ้าน้ำเงิน และเป็นคนที่ 2 ที่เบิกเนตร สังสาระได้ จึงได้รับฉายาว่า "เซียนหกวิถี คนที่ 2"

2. อุจิวะ อิซึนะ (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา) น้องชายของมาดาระ

3. อุจิวะ อิทาจิ (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา) สามารถใช้วิชาเนตรหลักได้ทั้ง 3 อย่างคือ อ่านจันทรา, เทวีสุริยา เทพวายุ ได้มาจากฆ่าชิซุยที่เป็นเพื่อนสนิท ซึ่งใช้วิชาเนตรนี้ฆ่าล้างตระกูลอุจิวะจนหมดสิ้นเหลือไว้เพียงซาสึเกะคนเดียว แต่อิทาจิเป็นคนมีโรคประจำตัวเยอะคาดว่าคงจะเป็นโรคร้ายที่รักษาไม่ได้ ทำให้ไม่ค่อยใช้วิชาเนตรมากสักเท่าไหร่จะสงวนไว้ใช้พลังในยามคับขันจริง ๆ เท่านั้น

4. อุจิวะ ชิซุย (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา) เพื่อนสนิทของอิทาจิ อิทาจิถูกหาว่าสังหารเพื่อนรักของเขาเอง เพื่อที่อิทาจิจะได้มาซึ่งเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา แต่ความจริงแล้ว ชิซุย ยอมตายเพื่ออิทาจิเพื่อภารกิจลับของอิทาจิ แต่ดันโซ หลอกใช้ซิซุย โดยการขโมยเนตรของเขามาแล้วข้างหนึ่ง และชิซุยได้ยกเนตรอีกข้างหนึ่งให้อิทาจิแล้วยอมให้อิทาจิฆ่าจนตนตายลงอย่างสงบ พลังเนตรของชิซุยกล่าวกันว่ามีพลังถึงขั้นสูงสุดของเนตรวงแหวนคือสามารถใช้พลังเนตรควบคุมจิตใจของผู้อื่นจนแม้แต่ผู้ที่ถูกควบคุมอยู่ไม่รู้ตัวว่าถูกควบคุม(เนตรรข้างขวา),เนตรข้างซ้ายสามรถใช้สึซาโนะโอสีเขียวเพียงข้างเดียวได้ ภายหลังชิซุยที่ถูกดันโซชิงตาขวาไป ตาซ้ายได้มอบให้อิทาจิ อิทาจิจึงเอาไปฝังในอีกาที่เป็นสัตว์อัญเชิญของอิทาจิตัวหนึ่ง ซึ่งมีความสามารถคลายการถูกคาถาสัมเวสีคืนชีพของคาบูโตะได้ เมื่อชิซุยให้ตาซ้ายอิทาจิก็โดดเหวตายเพื่ออิทาจิเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา โดยอิทาจิเป็นคนทำลายศพกับมือตัวเอง

5. อุจิวะ ฟุงาคุ (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา) หัวหน้าตระกูลอุจิวะ เจ้าของเนตรวงแหวน พ่อแท้ ๆ ของอิทาจิและซาสึเกะ เป็นผู้ที่สอนคาถาไฟให้ซาสึเกะและเป็นคนแรกที่บอกเล่าถึงเรื่องเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา โดนอิทาจิสังหารในเหตุการณ์ฆ่าล้างตระกูล ซึ่งตนจะถูกฆ่าตนก็เตรียมใจกับยอมรับโดยภูมิใจ

6. ฮาตาเกะ คาคาชิ (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาข้างซ้าย) คาคาชิสามารถใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา มีพลังที่เรียกว่า คามุยคือ สามารถย้ายสิ่งต่าง ๆ ที่ตนเพ่งไปยังมิติอื่นได้ อาทิเช่น แขนของเดอิดาระ มีฉายาว่า ก็อปปี้นินจาคาคาชิ คาคาชิได้เนตรวงแหวนมาจากเพื่อนในสมัยเด็กคืออุจิวะ โอบิโตะ หลังจากไปช่วยรินที่ถูกศัตรูชิงตัวไป ซึ่งเพื่อนของเขาได้มอบเนตรวงแหวนให้กับ คาคาชิ ก่อนที่จะตาย เพื่อเป็นของขวัญที่ คาคาชิ สามารถสอบเป็นโจนินได้สำเร็จ คาคาชิได้เปนโฮคาเงะรุ่นที่6เพื่อดูแลหมู่บ้านได้ไม่นานนัก นารูโตะก็มาแทน และในสมัยสงครามโลกนินจาครั้งที่4 คาคาชิได้รับเนตรวงแหวนอีกข้างมาจากโอบิโตะ คาคาชิได้รับพลังซุซาโนโอะแบบสมบูรณ์และแข็งแกร่งที่สุด หลังจากจบสงครามโลกนินจาไป พลังนั้นก็หายไปด้วย

7. อุจิวะ ซาสึเกะ (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ข้างขวาและเนตรสังสาระสูงสุดข้างซ้าย) ทายาทคนสุดท้ายของอุจิวะ สามารถเบิกเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาได้หลังจากการตายของอิทาจิและใช้มันในการต่อสู้กับ 8หาง เหล่าคาเงะ และดันโซ หลังจากพบว่าดวงตาข้างขวาบอด และข้างซ้ายการมองเริ่มขุ่นมัวลงเรื่อยซาสึเกะจึงตัดสินใจเปลี่ยนถ่ายเนตรของอิทาจิมาใส่ไว้ โดยเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาใช้เทวีสุริยาได้เต็มที่คูกับสึซาโนะโอ แต่มีความสามารถในการมองเห็นแม้แต่ในที่มืดได้ ปัจจุบันได้เบิกเนตรสังสาระได้ในการต่อสู้กับมาดาระหลังได้พบกับเซียนหกวิถี

8. อุจิวะ โอบิโตะ (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาข้างขวาและเนตรสังสาระข้างซ้าย) เป็นคนมอบเนตรวงแหวนข้างซ้ายของตนเองให้กับ คาคาชิ ที่เป็นเพื่อนรักกัน สามารถใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา ความสามารถเนตรคือคามุย เคลื่อนย้ายร่างข้ามมิติทั้งตัวเองและผู้อื่น และนำร่างจริงไว้ในมิติเพื่อเป็นร่างล่องหน ซึ่งตาขาอยู่ที่โอบิโตะ ตาซ้ายอยู่ที่คาคาชิ ความสามรถเหมือนกัน

9. ชิมุระ ดันโซ (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาของชิซุยข้างขวาและเนตรวงแหวนแขนขวา10ดวง) มีเนตรวงแหวนข้างเดียวกับคาคาชิ โดยมีผ้าปิดตาอยู่ แต่ถูกนินจาติดตามมิซึคาเงะที่ได้เนตรสีขาวจากการต่อสู้ตรวจสีจักระและพบว่าเนตรวงแหวนของดันโซแท้จริงมาจากชิซุยเพื่อนรักของอิทาจินั้นเอง ความสามารถของเนตร คือสามารถบังคับจิตใจคนได้โดยผู้อื่นไม่รู้ตัว โดยดันโซได้ใช้เนตรควบคุมมิฟุเนะเพื่อให้เลือกตนเองเป็นผู้นำเหล่าคาเงะ นอกจากนั้น ยังสามารถใช้วิชาต้องห้ามของตระกูลอุจิวะ นั่นคือ อิซานางิ ซึ่งสามารถเปลี่ยนการโจมตีทางกายภาพให้เป็นภาพลวงตา หรือเปลี่ยนภาพลวงตาให้กลายเป็นการโจมตีทางกายภาพ เสมือนสามารถควบคุมโลกแห่งความเป็นจริงได้สบาย แลกกับความมืดของดวงตาที่จะบอดไปตลอดกาล โดยมีเวลาจำกัดในการใช้ครั้งละประมาณ 1 นาที

10. โอซึซึกิ ฮาโกโรโมะ (เนตรสังสาระ) ลูกของโอซึซึกิ คางูยะ

11. โอซึซึกิ อินดรา (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา) ลูกของเซียนหกวิถี

12. อุจิวะ ไร,บารุ,นากะ,นาโอริ (เป็นตัวพิเศษ ที่มีเฉพาะในอะนิเมะ มีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาทั้ง4คน มีคาถาอิซานางิ,มิ ให้ตาบอดแลกกับการย้อนเวลาได้)

13. อุจิวะ คางามิ เป็นนินจาผู้อุทิศตนเพื่อความสงบสุข ระดับความสามารถนั้นไม่แน่ชัด คางามิอยู่ในช่วงสมัยสงครามโลกนินจาครั้งที่หนึ่ง คางามิเป้นเพื่อนร่วมรุ่นกับ โฮคาเงะรุ่นที่3(ซารุโทบิ ฮิรุเซ็น) และดันโซ คางามิได้เสียสละตนเพื่อความสงบสุขของโลกนินจา อุดมการของเขาทำให้ โทบิรามะ เซ็นจู ยอมรับในตัวเขา ซึ่งต่างจากอุวิจะคนอื่นๆที่หวังในพลังและการครอบครองโลก ในสมัยสงครามโลกนินจาครั้งที่ 1 คางามิได้เข้าร่วมเป็นลูกทีมของโทบิรามะ ในตอนหนึ่ง ทีมได้ถูกศัตรูล้อม โทบิรามะถามว่าใครจะเป้นผู้เสียสละเพื่อล่อให้ทุกคนปลอดภัย คางามิได้ยอมสละตน และฮิรุเซ็นก็ด้วย แต่สุดท้ายโทบิรามะก็ได้บอกว่า การรักษาเพื่อนของตน เป็นหน้าที่สำคัญของการเป็นหัวหน้า โทบิรามะยอมออกไปล่อด้วยตนเอง และแต่งตั้งให้ฮิรุเซ็นเป็นโฮคาเงะรุ่นที่3ต่อไป ภายหลังไม่ได้มีการพูดถึงอุจิวะ คางามิเลย (จนถึงภาคสายฟ้าสลาตัน)

14. อุจิวะ ซาราดะ เป็นลูกแท้ๆของซาสึเกะ กับ ซากุระ ซาราดะเบิกเนตรวงแหวนได้ ตอนเจอกับซาสึเกะ ในมังงะภาค Naruto Gaiden และใช่ในการสอบจูนินใน Boruto Naruto The Movie

15. อุจิวะ ชิน (เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา) มีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาทีควบอาวุธไปโจมตีได้ อยู่ในนารูโตะรุ่นโบรูโตะ เป็นโคลลิ่งอุจิวะที่โอโรจิมารุสร้างขึ้นมาจากการเซลล์ของอุจิวะ กับเซลล์ของเซนจู ฮาชิรามะผสมผสานกัน โดยร่างกายไม่เกิดการต่อต้าน กับส่วนหัวกับแขนทั้ง 2 ข้างมีเนตรวงแหวนจำนวนมาก โดยแขนขวาถูกโอโรจิมารุตัดแล้วเอาไปฝังใส่ดันโซ ส่วนชินร่างหลักที่ไร้แขนขวาเทิดทูนอิทาจิมาก ถูกปลูก่ายเซลล์ที่มีขีดจำกัดสายเลือดที่เป็นคาถาแม่เหล็ก ควบคุมโลหะมาทำเป็นแขนเทียมกับหนีออกมาจากหลอดทดลอง พอแสงอุษาถูกทำลายไป ชินก็ลุ่มหลงในตัวอิทาจิ หวังสร้างแสงอุษาขึ้นมาใหม่ โดยสร้างโคลนนิ่งตัวเองขึ้นมาอีกนับไม่ถ้วนเป็นกองทัพ แต่ก็เป็นเด็กซึ่งเป็นลูกของตน กับตั้งชื่อว่าชิน กับสร้างอุปกรณ์ที่มีฝังเนตรวงแหวน เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมมิติเวลาเหมือนคามุย ตอนเริ่มแผนการสร้างแสงอุษาใหม่แพ้นารูโตะกับซาสึเกะอย่างง่ายดายจนเจ็บหนัก ชินจึงลักพาตัวซากุระให้มารักษาตน แต่พอทั้งคู่ตามหาที่ฐาละบของชิน ชินถูกโคลนนิ่งของตนฆ่าตายไป ส่วนกองทัพโคลนนิ่งชินที่เหลืออยู่นั้นถูกนารูโตะส่งไปสถานรบเลี้ยงเด็กกำพร้าที่แถบชายแดนโคโนฮะ เพื่อให้มีชีวิตเหมือนคนปกติ โดยคาบูโตะที่เป็นผู้นำสถานที่รับผิดชอบเลี้ยงดูกับตั้งชื่อใหม่ให้ทุกคน

รายชื่อผู้ที่สามารถใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาได้[แก้]

ฮาตาเกะ คาคาชิ

อุจิวะ มาดาระ

อุจิวะ อิซึนะ

อุจิวะ ฟุงาคุ

อุจิวะ อิทาจิ

อุจิวะ ซาสึเกะ

อุจิวะ ซิซุย

อุจิวะ โอบิโตะ

โอซึซึกิ ฮาโกโรโมะ

โอซึซึกิ อินดรา

อุจิวะ ชิน

อุจิวะ ไร,บารุ,นากะ,นาโอริ

หมายเหตุ ผลกระทบ จากการใช้ เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา คือจะไม่ได้รับแสงสว่างอีกต่อไป ซึ่งนั่นก็คือ ตาค่อย ๆ บอดไปทีละน้อยนั่นเอง อุจิวะ อิทาจิ ได้พูดไว้ในตอน 386 แต่เนตรหมื่นบุปผานิรันดร์ของมาดาระจะไม่ได้รับผลกระทบนี้ เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ จะใช้เนตรนี่เท่าไรก็ได้ เพราะเนตรนี่จะไม่มีวันกลับไปตาบอดอีกได้อีก แต่จะต้องใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาเหมือนกันของผู้รับที่ได้ถึงจะเบิกได้ แต่ต้องใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาที่ไม่บอดเท่านั้น แต่ในกรณีของ โอบิโตะ ที่มีเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผาข้างขวาใช้จะไม่บอดเพราะว่ามีเซลล์ของโฮคาเงะรุ่นที่ 1 ฝังอยู่ในตัวทำให้ได้รับการฟื้นตัวการใช้มีเนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา ทำให้ไม่บอด

ข้างต้นคือคนในตระกูลอุจิวะใช้เนตรหมื่นบุปผา ถ้าคนนอกตระกูลใช้ เช่น ดันโซใช้ตอนประชุม5คาเงะและกลับมาใช้ได้อีกตอนแพ้ซาสึเกะ และ คาคาชิ ใช้คามุยเป็นระยะๆ ใช้หมื่นบุปผาไม่บอดแต่มีเวลาพักฟื้นเมื่อใช้ ใช้ตลอดไม่ได้

เนตรสีขาว[แก้]

เนตรสีขาวหรือเรียก เบียคุกัน (白眼, びゃくがん, ความหมาย: ตาสีขาว)เป็นสายเลือดพิเศษในตระกูลฮิวงะ และ ตระกูลโอซึสึกิ สืบทอดต่อ ๆ กันมาจากตระกูล โอซึซึกิ ของ คางูยะ

ความสามารถ[แก้]

เนตรสีขาวความสามารถหลักคือสามารถมองทะลุสิ่งต่าง ๆ ได้ในระยะ 5,000 เมตรและมองเห็นรอบตัวได้ 340 องศา (มีจุดบอดทางด้านหลัง 20ํ) และผู้ใช้เนตรยังสามารถมองเห็นจุดพลังและเส้นพลังของจักระที่ไหลเวียนในร่างกายทั้งหมดในร่างกายได้

วิชาที่ใช้กับเนตรสีขาว[แก้]

มวยอ่อน เป็นกระบวนท่าการต่อสู้สายฮิวงะ ซึ่งจะใช้ควบคู่กับเนตรสีขาวมีความสามารถ คือ สกัดหรือเพิ่มพูนการไหลเวียนของจักระในร่างกายของคู่ต่อสู้

คลื่นสววรค์ เป็นการปล่อยจักระจากทุกส่วนของร่ายกายแล้วหมุนตัวอย่างรวดเร็ว เป็นการป้องกันที่ไร้ช่องโหว่และยังสามารถใช้โต้กลับได้ด้วย

มวยแปดทิศ64ฝ่ามือ เป็นท่าที่อันตรายมาก ผู้ใช้จะสกัดกั้นการไหลเวียนของจักระทุกจุดของร่างกาย ทำให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถรีดเร้นจักระได้ และเมื่อรีดเร้นจักระไม่ได้ก็ใช้วิถีนินจาไม่ได้อีก

ฝ่ามือว่างแปดทิศ

ฝ่ามือทลายภูผาแปดทิศ

ฝ่ามือคลื่นพลังสวรรค์

หมัดสิงห์คู่ เป็นท่าที่สกัดจุดของฝ่ายตรงข้ามและชกเข้าอย่างจัง เป็นท่าไม้ตายของฮินาตะ

บุคคลที่ใช้เนตรสีขาวเป็นอาวุธ[แก้]

ฮิวงะ เนจิ ทายาทชายในตระกูลสาขาของกลุ่มฮิวงะ เป็นอัจฉริยะของตระกูลฮิวงะเพราะมีความสามารถในการใช้มวยอ่อนเหนือกว่าตระกูลหลัก

ฮิวงะ ฮินาตะ ทายาทของตระกูลหลัก เป็นผู้หญิงที่ขี้อายและเงียบครึมแต่จริง ๆ แล้วจิตใจเข้มแข็งพอ ๆ กับนารูโตะเลยทีเดียว

ฮิวงะ ฮานาบิ น้องสาวของ ฮินาตะ

ฮิวงะ ฮิอาชิ พ่อของฮินาตะและฮานาบิ และเป็นถึงหัวหน้าตระกูลฮิวงะ

ฮิวงะ ฮิซาชิ พ่อของเนจิ เสียชีวิตเพื่อปกป้องพี่น้องและครอบครัวอย่างเต็มใจ

อาโอ คนติดตามของมิซึคาเงะ รุ่นที่ 5

โอซึซึกิ คางูยะ เธอเป็นคนแรกที่ใช้เนตรสีขาว ซึ่งมีพลังเนตรพิเศษกว่าฮิวงะคือสะกดความคุมเนตรสีขาวอย่างฮามูระได้ มีพลังต้านให้กระเด็น เธอเป็นต้นกำเนิดของวิชานินจาและโลกนินจา ได้รับพลังจักระจากต้นไม้เทพเจ้า ทำให้ เทพเจ้าโกรธ และจะทำจักระคืน เขามีลูกสองคน ลูกทั้งสองเลยช่วยจัดการต้นไม้เทพเจ้าได้สำเร็จ โอซึซึกิมีความคิดที่แตกต่างจากลูกทั้งสอง คือ อยากได้พลังมาครอบครอง เขามี3เนตร คือ เนตรสีขาว(2) และเนตรวงแหวนสมบูรณ์(ใช้อ่างจันทรานิรันด์)

โอซึซึกิ ฮามูระ ลูกของโอซึซึกิ คางูยะ

โอซึซึกิ โทเนริ ผู้ที่ต้องการล้างโลก จากที่เขาได้ยินมาว่าจากบรรพบุรุษว่า ต้องทำลายล้างโลกที่สกปรก ซึ่งเป็นการเข้าใจผิด และภายหลังได้เข้าใจ และถูกกำจัดโดยนารูโตะ (The Last Movie) เขามีเนตรสีขาวบริสุทธิ์

โอซึซึกิ โมโมชิกิ

โอซึซึกิ คินชิกิ

โอซึซึกิ อุระชิกิ

อุสึมากิ ฮิมาวาริ ลูกสาวนารูโตะกับฮินาตะ น้องสาวโบรูโตะ เธอเบิกเนตรสีขาวขณะโกรธร้องให้ตอนแย่งตุ๊กตากับโบรูโตะจนหัวขาด เมื่อเธอใช้เนตรสีขาวจะแข็งแกร่งขึ้น มองหาโบรูโตะที่ซ่อนเจอ มีวิชาจี้จุดจักระใส่นารูโตะจนสลบ เหตุการ์ณเกิดเมื่อวันที่นารูโตะรับตำแหน่งโงคาเงะรุ่น7

ผู้ใช้เนตรสีขาวมีมากมายในหมู่บ้านโคโนะฮะหรือแม้แต่แคว้นอื่น

เนตรสังสาระ[แก้]

เนตรสังสาระ อังกฤษ: Rinnegan (รินเนะกัน) เนตรเฉพาะของเซียนหกวิถี ผู้เผยแพร่ลัทธินินชู คือลัทธิ เนตรนี้เป็นต้นกำเนิดของวิชานินจาทั้งหมดสามารถควบคุมจักระธาตุทั้ง 5 ได้อย่างสมบูรณ์ ความสามารถที่เป็นเอกลักษณ์ของเนตรสังสาระคือ วิชาหกวิถี วิชาพิเศษที่ถูกแยกออกจากทัณฑ์สวรรค์ ผู้ที่จะสามารถเบิกเนตรนี้ได้จำเป็นต้องมีพลังจิตจักระที่แข็งแกร่งมาก เงื่อนไขการเบิกเนตรนี้ไม่แน่นอน การที่จะเบิกเนตรสังสาระได้จำเป็นจะต้องมีจักระของเซียนหกวิถี ซึงจักระของเซียนหกวิถี แบ่งออกเป็น 2 สายคือ เนตรเซียน และ กายเซียน คนที่จะเบิกได้จำเป็นจะต้องมีจักระสองสายรวมเข้าด้วยกัน ถึงแม้จะมีทั้งสองอย่างครบก็ไม่สามารถเบิกได้ทันที

คาถาพื้นฐานของเนตรสังสาระ

  1. วิถีเดรัจฉาน คาถาอัญเชิญสัตว์ต่าง ๆ สัตว์ที่วิถีเดรัจฉานจะมีเนตรสังสาระ
  2. วิถีเปรต คาถาดูดกลืนจักระการโจมตีจากคาถานินจาทุกชนิด
  3. วิถีนรก คาถาอัญเชิญและควบคุมคุมราชานรก ถ้าโกหกจะถูกเอาชีวิตไป นอกจากนี้ยังสามารถรวมวิญญาณเข้ากับร่างได้อีกด้วย
  4. วิถีสวรรค์ คาถาแรงดึงดูด (หมื่นลักษณ์เหนี่ยวสวรรค์) และคาถาแรงผลัก (ข่ายเทพพิชิตฟ้า)
  5. วิถีมนุษย์ คาถาอ่านจิตและดึงวิญญาณ
  6. วิถีอสูร เปลี่ยนร่างกายตนเองให้เป็นอาวุธเครื่องจักรกลต่าง ๆ
  7. นอกวิถี เป็นวิถีที่ 7 สามารถควบคุมความเป็นและความตายได้ คือสามารถคืนชีพให้คนที่ตายไม่ว่าจะมาก หรือน้อยก็ทำได้

นอกจากนี้วิชา 6 วิถี เนตรสังสาระยังสามารถใช้วิชาต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยมและวิชาพิเศษอย่างอัญเชิญเทวรูปได้ด้วย รวมถึงมองการไหลเวียนของจักระ

เนตรสังสาระที่ซาสึเกะมีนั้น เป็นเนตรสังสาระที่รวมวงลูกน้ำของเนตรวงแหวนเข้าด้วยกัน มีความสามารถในการเคลื่อนย้ายตนเอง หรือสร้างหลุมมิติเพื่อเดินทาง กับสามารถสลับตำแหน่งของตนเองกับสิ่งของในรัศมีที่มองใกล้ๆ ซึ่งต่อมาพัฒนาให้สลับตนเองกับบุคคลอื่นได้(ซาสึเกะสลับร่างกับซากุระระหว่างการต่อสู้กับชิน) และสามารถสลับคาถาตนเองกับวัตถุอื่นได้(สลับพันปักษาของตนเองกับคุไนของโบรูโตะระหว่างต่อสู้กับโมโมชิกิ)

ผู้ใช้เนตรนี้คือคือ เซียน6วิถี,อุจิวะ มาดาระ,นางาโตะ,อุจิวะ โอบิโตะ,อุจิวะ ซาสึเกะ,โอซึซึกิ โมโมชิกิ,โอซึซึกิ อุระชิกิ

เนตรจุติ[แก้]

เนตรจุติ อังกฤษ: Tenseigan (เท็นเซย์กัน) คือเนตรของ โอซึซึกิ ฮามูระ มีความสามารถดังนี้ - ควบคุมจักระธาตุทั้ง 5 - สามารถในการใช้แรงดึงดูดและแรงผลัก(คล้ายวิถีสวรรค์ของเนตรสังสาระ) - ควบคุมทิศทางของดวงจันทร์ได้ - เพิ่มพลังทางกายภาพแก่ผู้ใช้ ทั้งความเร็ว ความเข็งแกร่ง - เพิ่มจักระแก่ผู้ใช้ มากพอๆกับนารูโตะในโหมด 9 หาง - ผู้ที่มีเนตรนี้สามารถใช้ลูกแก้วนอกวิถีได้ - วิชาเฉพาะของเนตรนี้ มีดังนี้

  1. ระเบิดกงล้อจุติ เป็นท่าที่สร้างพายุขนาดใหญ่เป็นท่าที่ทรงพลังมาก
  2. ระเบิดกงล้อจุติ เป็นท่าที่สร้างลำแสงขนาดยักษ์และสามารถผ่าดวงจันทร์เป็นสองซีกได้ในการโจมตีเดียว

- สามารถสร้างหุ่นเชิดยักษ์ที่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ เนตรนี้สามารถเบิกได้โดยการรวมจักระของฮามูระ คือ เนตรสีขาว(ฮิวงะ) และ จักระของตระกูลโอซึซึกิ

ผู้ใช้คือโอซึซึกิ ฮามูระ โอซึซึกิ โทเนริ

เนตรโลหิตมังกร[แก้]

เนตรโลหิตมังกร อังกฤษ: Ketsuryūgan เป็นเนตรในตระกูลชิโนะอิเกะ มีความสามารถคือสามารถใช้คาถาลวงตา ระเบิดมนุษย์ มังกรเลือด โดยคาถาลวงตานั้นมีอานุภาพสูงมากจนทำให้เหยื่อถึงตายได้จริงแม้จะเป็นเพียงคาถาลวงตา และแม้แต่ซาสึเกะยังต้องใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาจึงจะคลายคาถาลวงตาได้(คาถาลวงตาปกติใช้เพียงเนตรวงแหวนปกติก็สามารถคลายได้แล้ว)

ผู้ใช้คือชิโนะ เอน โอยาชิโระและตระกูลโอยาชิโระ

เนตรอื่นๆ[แก้]

เนตรของรันมารุ[แก้]

เป็นเนตรที่มีสีแดง มีความสามารถคล้ายกับเนตรสีขาวและสร้างกระแสจักระเพื่อหลอกและต้านเนตรสีขาวได้

เนตรบริสุทธิ[แก้]

เรียกอีกอย่างว่าเนตรแห่งแสงหรือเนตรโจวกัน ผู้ครอบครองเนตรนี้คือ อุสึมากิ โบรูโตะ มีเนตรนี้ทางด้านขวา ลักษณะที่เห็นได้คือเป็นตาสีฟ้าอ่อนที่สว่างจนแทบจะเป็นสีขาว(คล้ายกับเนตรจุติ)แต่พื้นตาขาวกลับเป็นสีดำ เกิดจากสายเลือดฮิวงะกับจักระด้านลบของตระกุลอุซึมากิ ในอะนิเมะ โบรูโตะ ตอนที่ 8 โอสึสึกิ โทเนริได้พูดกับโบรูโตะผ่านทางความฝันว่าเนตรของโบรูโตะนั้นเป็นเนตรที่จะต้องส่องสว่างให้แก่โลก เป็นเนตรแห่งแสง ความสามารถของเนตรโจกันที่เปิดเผยแล้วคือ

1.เปิดประตูมิติได้

2.มองเห็นสิ่งชั่วร้าย(สิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถเห็นได้)

3.มองจุดอ่อนของอีกฝ่ายได้

ขีดจำกัดสายเลือด รูปแบบจักระ[แก้]

เป็นสายเลือดที่พิเศษเพราะมีการใช้จักระธาตุได้ 2 ธาตุในคาถาเดียวจึงเป็นความสามารถพิเศษที่ แม้แต่คนตระกูลเองก็ไม่ได้ไช้กันได้ง่าย ๆ แต่ถ้ามีคุณสมบัติธาตุที่เหมือนกันก็มีโอกาสที่จะไช้คาถาได้เหมือนกัน

คาถาไม้[แก้]

ขีดจำกัดสายเลือด ที่เกิดจาการ ผสมของธาตุ ดิน และ น้ำ ออกมาเป็นธาตุไม้ ซึ่งผู้ใช้ได้แก่ ฮาชิรามะ 10 หาง โอซึซึกิ อาชูร่า โอซึซึกิ โมโมชิกิ ยามาโตะ ดันโซ โอโรจิมารุ เซ็ตสึ(ดำ-ขาว) โทบิ(เซ็ตสึ) โอบิโตะ มาดาระ และ โมเอกิ

คาถาเดือดพล่าน[แก้]

คาถากรดเกิดจากการแปลงคุณสมบัติของธาตุ ไฟ และ น้ำ ใช้โดย 5 หาง ฮาน มิซึคาเงะรุ่น 5 และ นารูโตะ

คาถาหลอมละลาย[แก้]

คาถาหลอมละลาย หรือลาวา เกิดจากการแปลงคุณสมบัติของธาตุ ไฟ และ ดิน ซึ่งรูปแบบหลอมละลายสามารถใช้ได้ทั้งการโจมตี และป้องกัน รูปแบบของลาวา ใช้โดย 4 หาง โรชิ มิซึคาเงะรุ่น 5 คิวสุเกะ โดดาอิ นารูโตะ โอซึซึกิ โมโมชิกิ และ คุโรซึจิ เป็นขีดจำกัดสายเลือดระดับสูง ที่มีพลังโจมตีที่อันตรายมาก

คาถาแผดเผา[แก้]

เกิดจากการผสมของธาตุ ลม และ ไฟ ใช้โดย ปากุระ จากหมู่บ้านซึนะ โดยปากุระนั้นได้ถูกอัญเชิญมาโดย คาบูโตะ ในสงครามนินจาครั้งที่ 4 โดยใครที่โดนวิชานี้เข้าไปจะเหมือนโดนความร้อนแผดเผาจนแห้ง (จากตอน 522)

คาถาระเบิด[แก้]

เกิดจากการผสมของธาตุ ดิน และ สายฟ้า ซึ่งคาถานี้ใช้โดย เดอิดาระ และ การิ อดีตหน่วยวางระเบิด จากหมู่บ้านอิวะ โดยการิได้ถูกอัญเชิญมาโดย คาบูโตะ ในสงครามนินจาครั้งที่ 4 โดยมีท่า วิชากำปั้นระเบิดดิน โดยคนที่โดนท่านี้เข้าไปจะระเบิดในทันที (จากตอน 522)

คาถาน้ำแข็ง[แก้]

เกิดจากการผสมของธาตุ น้ำ และ ลม ใช้โดยฮาคุ และ โอซึซึกิ โมโมชิกิ

คาถาแม่เหล็ก[แก้]

เกิดจากการผสมของธาตุ ลม และ ดิน ใช้โดย 1 หาง คาเซะคาเงะรุ่น 3, 4, 5 โทโรอิจากหมู่บ้านคุโมะ นารูโตะ และ ชินกิ

คาถาพายุ[แก้]

เกิดจากการผสมของธาตุ สายฟ้า และ น้ำ ใช้โดยดารุยจากหมู่บ้านคุโมะ และ มาดาระ

คาถาผลึก[แก้]

ใช้โดยกุเร็น เฉพาะภาคอะนิเมะเท่านั้น

คาถาลมกรด[แก้]

สามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วและว่องไว ใช้โดยฮิรุโกะ เฉพาะเดอะมูฟวี่เท่านั้น

คาถาความมืด[แก้]

สามารถดูดซับจักระและวิชานินจา ใช้โดยฮิรุโกะ เฉพาะเดอะมูฟวี่เท่านั้น

ใช้กระดูกเป็นอาวุธ[แก้]

ขีดจำกัดทางสายเลือดของตระกูลคางูยะ ใช้โดยคิมิมาโร่

ขีดจำกัดสายเลือดของตระกูลของจูโกะ[แก้]

ขีดจำกัดสายเลือดของตระกูลของจูโกะ สามารถดูดซับพลังงานจากธรรมชาติมาใช้ได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องฝึกวิชาเซียน แต่ก็มีผลเสียเพราะจะทำให้กลายเป็นคน 2 บุคลิก ใช้โดยจูโกะ โอโรจิมารุ คาบูโตะ และ มิซึกิ

ขีดจำกัดสายเลือดของตระกูลคุรามะ[แก้]

ขีดจำกัดสายเลือดของตระกูลคุรามะ สามารถสร้างคาถาลวงตาที่ทำให้ร่างกายคนที่ตกอยู่ในคาถาได้รับความเสียหายและยอมรับความเสียหายจากภาพลวงตา ใช้โดยยาคุโมะ

ขีดจำกัดสายเลือดเฉพาะ (สายเลือดคัดสรร) รูปแบบจักระ[แก้]

เป็นสายเลือดที่หายากยิ่งกว่าขีดจำกัดสายเลือดเพราะมีการใช้จักระธาตุได้มากกว่า 3 ธาตุในคาถาเดียว

คาถาธุลี[แก้]

เกิดจากการผสมของธาตุ ดิน ไฟ ลม ใช้โดยซึจิคาเงะรุ่น 2 และ 3

อ้างอิง[แก้]

จากหนังสือ Boom ฉบับที่ 14 22 23 24 32 ปี 2550 จากฉบับรวมเล่มของสำนักNED Comics นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ ฉบับที่ 1-32 จากหนังลืงสือ โซเน็นจัมป์ ตอนที่ 200-232 และ 522-525 จากหนังสือ โซเน็นจัมป์ ตอนที่400-513