ขีดจำกัดสายเลือด (นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ขีดจำกัดสายเลือด)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

ในการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนินจาคาถาโอ้โฮเฮะ ขีดจำกัดสายเลือด (ญี่ปุ่น: 血継限界 โรมาจิKekkei genkai ทับศัพท์เคกเกเงนไก) หรือสายเลือดพิเศษ เป็นวิชาลับที่ส่งผ่านกันทางการมีทายาทสายเลือดเท่านั้น โดยไม่มีเปิดเผยและส่งมอบให้ถ้าเสียชีวิต เป็นวิชาที่เลียนแบบไม่ได้

ซึ่งถ้าคนที่ไม่ใช่สายเลือดของขีดจำกัดสายเลือดจะใช้ได้ คือ ถ้าเป็นพวกคาถาผสมธาตุ จะนำเซลล์ของขีดจำกัดสายเลือดมาปลูกถ่ายเซลล์ แต่ถ้าเป็นพวกวิชาเนตรจะผ่าตัดเปลี่ยนตา ซึ่งคนเหล่านั้นจะส่งต่อพลังไปสู่ลูกเหมือนขีดจำกัดสายเลือดตัวจริงไม่ได้

เนื้อหา

ขีดจำกัดสายเลือด รูปแบบดวงตา[แก้]

ต้นกำเนิด[แก้]

เนตรสีขาว เนตรสังสาระและเนตรวงแหวนนั้น กำเนิดมาจากเจ้าหญิงโอทึสึกิ คางูยะกินผลไม้ต้องห้ามของต้นไม้เทพเจ้า(ร่างจริงของ 10 หาง) หลังจากชนะสงคราม จนมีเนตรสีขาว จักระ ดวงตาที่ 3 คือเนตรสังสาระ ที่เป็นอ่านจันทรานิรันดร์ จึงหลอมรวมกับต้นไม้เทพเจ้าเป็นพลังสถิตร่าง แต่ก็ลุ่มหลงในพลัง เพราะคนรอบข้างกลัวกับคิดว่าเธอคือปีศาจ

ต่อมาเธอให้กำเนิดลูกชายฝาแฝด 2 คนคือฮาโกโรโมะกับฮามูระ ลูกทั้ง 2 เห็นว่าแม่หลงผิด จับคนไปสร้างกองทัพเซ็ตสึสีขาว ทั้งคู่จึงคิดทรพีต่อสู้กัน ผนึกเธอไว้ต่างมิติ แต่ก่อนเธอถูกผนึกได้สร้างมวลจักระมีชีวิต คือเซ็ตสึสีดำเพื่อหาทางมาคืนชีพตน

ฮาโกโรโมะกลายเป้นพลังสถิตร่างคนใหม่ เกิดเกรงกลัวว่าถ้าตนตาย ผนึกจะคลาย จึงดึงจักระมหาศาลจากต้นไม้เทพเจ้าออกมา แยกจักระเป็น 9 ส่วน สร้างรูปลักษณ์กับชื่อที่ต่างกันไป กลายเป้นมวลสารจักระที่มีชีวิต คือสัตว์หางทั้ง 9 ส่งกระจัดกระจายกันไป ส่วนต้นไม้เทพเจ้าที่ไร้จักระสัตว์หางกลายเป็นเทวรูปมารนอกรีต กับถูกหินจำนวนมากกลบกับนำลอยขึ้าฟ้ากลายเป็นดวงจันทร์ โดยฮามูระคอยเฝ้ารักษาเทวรูปบนดวงจันทร์

ในบั้นปลายชีวิตของเซียน 6 วิถี ได้มีลูก 2 คน คนโตชื่อ อินดรา สืบทอดเนตรเซียนจักระจำนวนมาก ที่เชื่อว่าพลังกับอำนาจจำเป็นต่อสันติภาพ ส่วนคนน้องชื่อ อาชูร่ามี สืบทอดกายเซียน ที่ใช้คาถาผสม กับมีพรสวรรณ์ด้านพลังชีวิต เชื่อว่าความรักจำเป็นต่อสันติภาพ

เซียน 6 วิถี เลือกอาชูร่า คือผู้สืบทอด กับหวังให้อินดราคอยสนับสนุน แต่อินดราถูกเซ็ตสึสีดำยุยง ทำให้พี่น้องทะเลาะกันจนเกิดสงครามทางสายเลือดจนมาสู่ลูกหลานมาถึงปัจจุบัน

ลูกหลานฝ่ายพี่คือ ตระกูลอุจิวะ กับลูกหลานฝ่ายน้องคือ ตระกูลเซนจู

เนตรวงแหวน[แก้]

ชารินงัน

เนตรวงแหวน หรือ ชาริงกัน-อังกฤษ (Sharingan) (ความหมายดวงตาลอกเลียนแบบ) พลังเนตรพิเศษของตระกูลอุจิวะ ว่ากันว่าเนตรนี้มีต้นกำเนิดจากเนตรสังสาระของเซียน 6 วิถี

พลัง[แก้]

รมองรูปแบบ นินจุตสุ (วิชานินจา), เกนจุตสุ (วิชาภาพลวงตา) และ ไทจุตสุ (กระบวนท่า) ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และ ผู้ใช้ก๊อปปี้กระบวนท่าและวิชาเดียวกันมาใช้ได้ นอกจากนี้ยังใช้คาถาการสะกดจิต และ อ่านการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้ เพียงแค่จ้องมองเท่านั้น ส่วนการเลื่อนระดับกายภาพต้องได้มาจากการฝึกฝนหรือพรสวรรค์ของแต่ละคน แต่เลียนแบบคาถาพวกขีดจำกัดสายเลือดไม่ได้

ไม้ตายของเนตรวงแหวน[แก้]

1.อ่านทิศทางการโจมตีคู่ต่อสู้

2.มองการร่ายคาถา กับการเคลื่อนไหวทางกายภาพ ได้อย่างสมบูรณ์ แม้ไม่รู้ว่าจะเคลื่อนไหวหรือกระทำอะไร และcopyได้แต่เลียนแบบคาถาของขีดจำกัดสายเลือด พลังสถิตร่างกับวัตถุไม่ได้

3.ใช้ภาพลวงตา

4.มองจักระคู่ต่อสู้

วิชาต้องห้าม[แก้]

วิชาที่ใช้ครั้ง 1 ตาบอดไปข้างหนึ่ง 1.เทพบิดา อิซานางิ ใช้เปลี่ยนแปลงและบิดเบือนชะตากรรมของตนเอง ทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเราเช่นความตาย ความเจ็บปวด หรืออะไรก็ตาม จะกลายเป็นเพียงความฝันหรือทำให้การโจมตีที่เป็นภาพลวงตากลายเป็นความจริงได้ ในเวลา 1 นาที 2.เทพมารดา อิซานามิ คาถาที่มาคู่กับอิซานางิ ใช้กำหนดโชคชะตาผู้อื่นได้ ทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับผู้โดนวิชานี้ติดอยู่ในวังวนลูฟที่ตั้งแต่เริ่มใช้จนเวลากลับมาแบบไม่มีที่สิ้นสุด จะเริ่มทำงานเมื่อการการสัมผัสกัน โดยจุดเริ่มต้นคือเหตุการณ์ตอนสัมผัสกับจุดท้ายคือการสัมผัสคล้ายกับเหตุการณ์แรกโดยจะวนไปมาไม่มีสิ้นสุด การจะหลุดออกจากวังวนได้ คือผู้โดนต้องยอมรับโชคชะตาของตัวเอง เท่านั้น เหมือนคาถาที่ใช้สั่งสอนคน กับใช้ไม่ให้คนหลงผิด

เนตรกระจกเงาหมื่นบุปผา[แก้]

วิชาทรงพลังขึ้นเป็นสิบๆ เท่า การจะเบิกเนตรนี้คือต้องฆ่าหรือเห็นคนสำคัญของตัวเองถูกฆ่าต่อหน้าเท่านั้น แต่ละคนจะมีพลังที่อยู่กับเนตรต่างกัน แต่มีผลข้างเคียงคือยิ่งใช้มาก ตายิ่งใกล้บอด และที่เพิ่มมาคือ

1.เทพวายุ สุซาโนโอะ คือเทพพิทักษ์ที่มีพลังโจมตีและป้องกันสูงสุดและจะปกป้องคนที่เรียกออกมา ความสมบูรณ์ขึ้นอยู่กับตัวผู้ใช้ ร่างต้นจะเป็นเพียงซี่โครงพัฒนาไปยังร่างโครงกระดูก จากนั้นพัฒนาไปยังร่างมนุษย์ยักษ์ จากนั้นก็พัฒนาไปยังร่างใส่เกราะ จากนั้นร่างสุดท้ายมีลักษณะคล้ายกับ เท็งงุ ที่มีหน้าเป็นคนจมูกยาวและมีปีก โจมตีทีเดียวผ่าภูเขาได้สบาย เงื่อนไขในการใช้ต้องมีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาทั้งสองข้างไม่งั้นร่างกายจะรับภาระมากเกินไปที่จะรับได้ ผู้ใช่ได้ อุจิวะ มาดาระ/ซาสึเกะ/อิทาจิ/ชิซุย,ฮาตาเกะ คาคาชิ

ร่างเทพวายุ สุซาโนโอะของซาสึเกะ เคยดูดจักระของสัตว์หางทั้ง 9 แทนเทวรูปมารนอกรีต พัฒนาไปอีกขั้นแต่ขั้นนี้มีพลังมากที่สุด แต่จะใช้ร่างนี้ได้ต้องได้รับจักระของสัตว์หางทั้ง 9 ตลอดเวลา

2.อ่านจันทรา(สึคิโยมิ) ก็คือการสะกดภาพลวงตาขั้นสุดยอดด้วยตาข้างซ้ายเพื่อทำลายระบบประสาทอย่างหนักหน่วงของคู่ต่อสู้โดยตรง เป็นลังเฉพาะเนตรของ อิทาจิ และซาสึเกะ(อ่านจันทราซาสึเกะไม่เน้นภาพลวงตาแต่เน้นควบคุมรูปแบบทิศทางเทวีสุริยา ซ้ำดับได้ด้วย) เช่นในคาถาลวงตาจะถูกควบคุมเหมือนผ่านไป 3 วัน แต่เวลาจริงผ่านไป 1 วินาที หรือใช้เพื่อเล่าให้เห็นเหตุการณ์ความจริงของผู้ใช้หรือภาพลวงตาในอดีต ไม่ก็สะกดจิตก็ได้

3.เทวีสุริยา(อามาเทราสุ) เมื่อใช้ใช้อ่านจันทราจนชินแล้ว ดวงตาข้างขวาจะมีเลือดไหลออกมาแทนน้ำตา จะปล่อยไฟสีดำที่ไม่มีวันดับใส่สิ่งที่จ้องมอง เผาจนสิ่งที่ถูกจ้องจนไหม้หมด เมื่อเผาสิ่งที่สัมผัสจนหมดไฟก็จะดับไป

4.เทพต่างสวรรค์ วิชาลวงตาที่แข็งแกร่งที่สุด เป็นวิชาเนตรที่ควบคุม จนเหยื่อไม่รู้ตัวด้วย เป็นวิชาเฉพาะของชิซุย

5.คามุย(kamui) วิชาเคลื่อนย้ายร่างของอุจิวะ โอบิโตะและฮาตาเกะ คาคาชิ สร้างมิติของตัวเองโดยมิตินี้ไม่ใช่โลกจริงแต่เคลื่อนย้ายตัวเองหรือผู้อื่นเข้าออกในมิตินี้ได้ และที่สำคัญยังทิ้งร่างจริงในมิติเพื่อให้ร่างในโลกจริงถูกโจมตีทะลุไม่โดน โดยเนตรขวาอยู่กับโอบิโตะและเนตรซ้ายอยู่กับคาคาชิก็เชื่อมถึงกัน เนตรนี้มีที่มา ตอนโอบิโตะให้เนตรคาคาชิตอนเด็กและเบิกเป็นหมื่นบุปผาเมื่อทั้งคู่เห็นว่าฆ่ารินตายเอง เพราะเนตรข้างหนึ่งอยู่ที่คาคาชิ โดยคาคาชิเป็นคนฆ่ารินโดยเชื่อมกันจึงเบิกได้ โดยขีดจำกัดการใช้ค้างไว้อย่างนั้นนานเป็นเวลา 5 นาที

ระดับการพัฒนา[แก้]

ขั้นเบิกเนตร

1.เนตรวงแหวน วงแหวน 1 วงแทนสัญลักษณ์ที่อ่อนแอที่สุดของเนตรนี้ มีความสามารถมองความไวในการร่ายคาถา

2.เนตรวงแหวนชางิ วงแหวน 2 วงแทนเนตรที่ยังไร้พลังอันแข็งกล้า สามารถก๊อปปี้วิชาบางส่วนและอ่านจักระของผู้ต่อสู้ด้วยได้

3.เนตรวงแหวนชารินกัน วงแหวน 3 วงแทนเนตรที่ได้พลังมาแล้วเรียบร้อย ความสามารถในการก๊อปปี้วิชาและการอ่านวิชาของผู้ต่อสู่ด้วย

ขั้นเปิดนรก

ความลับในการเลื่อนระดับความสามารถของเนตรคือต้องได้รับความทุกข์จากการฆ่าคนรักหรือเพื่อนคนสำคัญ แลกพลังมา โดยเนตรวงแหวนนั้นแยกว่าตายจริงหรือไม่ ซึ่งถ้าคนที่รักไม่ตายจะเบิกไม่ได้

4.เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา (มังเง็คคโยชาริงกัน) ใช้วิชาเนตรที่ทรงพลังได้ 3 อย่าง ซึ่งแตกกันไปอย่างละข้าง และเทพวายุเทพพิทักษ์ที่หลับอยู่ในเนตรทั้งสองข้าง แต่ยิ่งใช้มากจะทำให้ตาบอดหรืออาจถึงแก่ความตายได้ พัฒนาต่อได้โดยควักดวงตาตนเองออกไปและนำเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาของผู้ของผู้อื่นที่มีสายเลือดอุจิวะเท่านั้นมาใส่แทนพัฒนาเป็นเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันคร์

5.เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ เป็นเนตรขั้นต่อจากเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาจะเบิกได้โดยการเปลี่ยนเนตรที่มีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุษผาเหมือนกัน เอามาใส่ในดวงตาของตัวเอง ตาจะไม่บอดเพราะใช้เนตรอีกต่อไปและจะได้รับพลังพิเศษที่เพี่มขึ้นมามากมาย บุคคลที่ได้รับ มี มาดาระ และซาซึเกะ โดยไม่ได้รับผลกระทบจากการใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา

6.เนตรสังสาระ(Rinnegan) เป็นเนตรแบบพิเศษของเซียนหกวิถี การจะเบิกได้จะต้องเป็นผู้ที่สายเลือดของอุจิวะ และเซนจู แต่ทั้งคู่ต้องเป็นร่างอวตารของอาชูร่าหรืออินดราเท่านั้น กับมีเนตรเหมือนทั้ง 2 ข้าง และจักระพิเศษถึงจะเบิกได้ ไม่งั้นจะเบิกไม่ได้ ถึงกับใช้พลังของอ่านจันทรานรันดร์ได้

7.เนตรสังสาระสูงสุด เป็นเนตรที่มีเนตรวงแหวนที่สมบูรณ์แบบแล้วรวมกับเนตรสังสาระอยู่ด้วยกัน ผู้ที่มีเนตร คางูยะ/ซาสึเกะ/มาดาระ(ก่อนที่จะกลายเป็นคางูยะ) ปัจจุบันเนตรของซาสึเกะมีอยู่ที่ตาข้างซ้าย ได้มาด้วยการมีเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์ กับเซลล์ของฮาชิรามะ และได้รับจักระหกวิถีของเซียนหกวิถี ก่อนเนตรจะกลายเป็นเนตรสังสาระมีวงแหวน2ชั้นในเนตร สามารถมองทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ร่างเงา(ลิมโบ้)ที่อยู่อีกภพหนึ่ง ซึ่งเคยมองกับมาดาระ ได้ในระยะไกลพอสมควร ประมาณ 1กิโลเมตร เนตรสังสาระนี้มีความสามารถของเนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผานิรันดร์เทวีสุริยาข้างซ้ายเดิมของซาสึเกะอยู่ด้วย ซึ่งนอกจากมองเงาลิมโบ้มาดาระได้แล้ว ยังใช้เทวีสุริยาได้ ใช้สึซาโนะโอร่างสมบูรณ์ได้(ใส่เกราะมีปีกจมูกยาวมีดาบ รวมกับ9หางได้ และภายหลังได้ พลังสัตว์หางทั้ง9หลายเป็นร่างเกราะผอมที่ทรงพลังใช้แทนเทวรูปมารนอรีตได้) ใช้คาถาเรียกก้อนอุกาบาตที่ลงมาถล่มได้หลายลูกหรือเรียกมาจับสัตว์หางทั้ง9แทนเทวรูปมารนอกรีตได้ กดดึงคล้ายคลายเทพพิชิตฟ้าของเพนได้ในระยะ1กม. และที่เป็นเอกลักษณ์คือความสามารถสลับตำแหน่งเคลื่อนย้ายตัวเองได้ และ อีกอย่างที่เด่นมากกว่าโหมดเซียนและเนตรสีขาวคือพลังทะลุมิติไปหามิติศัตรูอยู่ได้ทันทีพร้อมพาพวกพ้องไปและกลับมาได้ 2สิ่งนี้ดูได้จากโบรูโตะ เนตรสังสาระซาสึเกะมีการปวดตาจากการใช้จักระมากจึงมีระยะเวลาพักเพื่อฟื้นเนตร ต่างจากเนตรสังสานะที่มาดาระ โอบิโตะ เพนนางาโตะใช้ที่ใช้ได้ตลอด

เนตรสีขาว[แก้]

เนตรสีขาวหรือเรียก เบียคุกัน (白眼, びゃくがん, ความหมาย: ตาสีขาว)เป็นสายเลือดพิเศษในตระกูลฮิวงะ และ ตระกูลโอซึสึกิ สืบทอดต่อ ๆ กันมาจากตระกูล โอซึซึกิ ของ คางูยะ

พลัง[แก้]

เนตรสีขาวความสามารถหลักคือสามารถมองทะลุสิ่งต่าง ๆ ได้ในระยะ 5,000 เมตรและมองเห็นรอบตัวได้ 340 องศา (มีจุดบอดทางด้านหลัง 20ํ) และผู้ใช้เนตรยังสามารถมองเห็นจุดพลังและเส้นพลังของจักระที่ไหลเวียนในร่างกายทั้งหมดในร่างกายได้

วิชาที่ใช้กับเนตรสีขาว[แก้]

มวยอ่อน เป็นกระบวนท่าการต่อสู้สายฮิวงะ ซึ่งจะใช้ควบคู่กับเนตรสีขาวมีความสามารถ คือ สกัดหรือเพิ่มพูนการไหลเวียนของจักระในร่างกายของคู่ต่อสู้

คลื่นสววรค์ เป็นการปล่อยจักระจากทุกส่วนของร่ายกายแล้วหมุนตัวอย่างรวดเร็ว เป็นการป้องกันที่ไร้ช่องโหว่และยังสามารถใช้โต้กลับได้ด้วย

มวยแปดทิศ64ฝ่ามือ เป็นท่าที่อันตรายมาก ผู้ใช้จะสกัดกั้นการไหลเวียนของจักระทุกจุดของร่างกาย ทำให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถรีดเร้นจักระได้ และเมื่อรีดเร้นจักระไม่ได้ก็ใช้วิถีนินจาไม่ได้อีก

ฝ่ามือว่างแปดทิศ

ฝ่ามือทลายภูผาแปดทิศ

ฝ่ามือคลื่นพลังสวรรค์

หมัดสิงห์คู่ เป็นท่าที่สกัดจุดของฝ่ายตรงข้ามและชกเข้าอย่างจัง เป็นท่าไม้ตายของฮินาตะ

เนตรสังสาระ[แก้]

เนตรสังสาระ อังกฤษ: Rinnegan (รินเนะกัน) เนตรเฉพาะของเซียนหกวิถี ผู้เผยแพร่ลัทธินินชู คือลัทธิ เนตรนี้เป็นต้นกำเนิดของวิชานินจาทั้งหมดสามารถควบคุมจักระธาตุทั้ง 5 ได้อย่างสมบูรณ์ ความสามารถที่เป็นเอกลักษณ์ของเนตรสังสาระคือ วิชาหกวิถี วิชาพิเศษที่ถูกแยกออกจากทัณฑ์สวรรค์ ผู้ที่จะสามารถเบิกเนตรนี้ได้จำเป็นต้องมีพลังจิตจักระที่แข็งแกร่งมาก เงื่อนไขการเบิกเนตรนี้ไม่แน่นอน การที่จะเบิกเนตรสังสาระได้จำเป็นจะต้องมีจักระของเซียนหกวิถี ซึงจักระของเซียนหกวิถี แบ่งออกเป็น 2 สายคือ เนตรเซียน และ กายเซียน คนที่จะเบิกได้จำเป็นจะต้องมีจักระสองสายรวมเข้าด้วยกัน ถึงแม้จะมีทั้งสองอย่างครบก็ไม่สามารถเบิกได้ทันที

คาถาพื้นฐานของเนตรสังสาระ

  1. วิถีเดรัจฉาน คาถาอัญเชิญสัตว์ต่าง ๆ สัตว์ที่วิถีเดรัจฉานจะมีเนตรสังสาระ
  2. วิถีเปรต คาถาดูดกลืนจักระการโจมตีจากคาถานินจาทุกชนิด
  3. วิถีนรก คาถาอัญเชิญและควบคุมคุมราชานรก ถ้าโกหกจะถูกเอาชีวิตไป นอกจากนี้ยังสามารถรวมวิญญาณเข้ากับร่างได้อีกด้วย
  4. วิถีสวรรค์ คาถาแรงดึงดูด (หมื่นลักษณ์เหนี่ยวสวรรค์) และคาถาแรงผลัก (ข่ายเทพพิชิตฟ้า)
  5. วิถีมนุษย์ คาถาอ่านจิตและดึงวิญญาณ
  6. วิถีอสูร เปลี่ยนร่างกายตนเองให้เป็นอาวุธเครื่องจักรกลต่าง ๆ
  7. นอกวิถี เป็นวิถีที่ 7 สามารถควบคุมความเป็นและความตายได้ คือสามารถคืนชีพให้คนที่ตายไม่ว่าจะมาก หรือน้อยก็ทำได้

นอกจากนี้วิชา 6 วิถี เนตรสังสาระยังสามารถใช้วิชาต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยมและวิชาพิเศษอย่างอัญเชิญเทวรูปได้ด้วย รวมถึงมองการไหลเวียนของจักระ

เนตรสังสาระที่ซาสึเกะมีนั้น เป็นเนตรสังสาระที่รวมวงลูกน้ำของเนตรวงแหวนเข้าด้วยกัน มีความสามารถในการเคลื่อนย้ายตนเอง หรือสร้างหลุมมิติเพื่อเดินทาง กับสามารถสลับตำแหน่งของตนเองกับสิ่งของในรัศมีที่มองใกล้ๆ ซึ่งต่อมาพัฒนาให้สลับตนเองกับบุคคลอื่นได้(ซาสึเกะสลับร่างกับซากุระระหว่างการต่อสู้กับชิน) และสามารถสลับคาถาตนเองกับวัตถุอื่นได้(สลับพันปักษาของตนเองกับคุไนของโบรูโตะระหว่างต่อสู้กับโมโมชิกิ)

ผู้ใช้เนตรนี้คือคือ เซียน6วิถี,อุจิวะ มาดาระ,นางาโตะ,อุจิวะ โอบิโตะ,อุจิวะ ซาสึเกะ,โอซึซึกิ โมโมชิกิ,โอซึซึกิ อุระชิกิ

เนตรจุติ[แก้]

เนตรจุติ อังกฤษ: Tenseigan (เท็นเซย์กัน) คือเนตรของ โอซึซึกิ ฮามูระ มีความสามารถดังนี้ - ควบคุมจักระธาตุทั้ง 5 - สามารถในการใช้แรงดึงดูดและแรงผลัก(คล้ายวิถีสวรรค์ของเนตรสังสาระ) - ควบคุมทิศทางของดวงจันทร์ได้ - เพิ่มพลังทางกายภาพแก่ผู้ใช้ ทั้งความเร็ว ความเข็งแกร่ง - เพิ่มจักระแก่ผู้ใช้ มากพอๆกับนารูโตะในโหมด 9 หาง - ผู้ที่มีเนตรนี้สามารถใช้ลูกแก้วนอกวิถีได้ - วิชาเฉพาะของเนตรนี้ มีดังนี้

  1. ระเบิดกงล้อจุติ เป็นท่าที่สร้างพายุขนาดใหญ่เป็นท่าที่ทรงพลังมาก
  2. ระเบิดกงล้อจุติ เป็นท่าที่สร้างลำแสงขนาดยักษ์และสามารถผ่าดวงจันทร์เป็นสองซีกได้ในการโจมตีเดียว

- สามารถสร้างหุ่นเชิดยักษ์ที่สามารถฟื้นฟูตัวเองได้ เนตรนี้สามารถเบิกได้โดยการรวมจักระของฮามูระ คือ เนตรสีขาว(ฮิวงะ) และ จักระของตระกูลโอซึซึกิ

ผู้ใช้คือโอซึซึกิ ฮามูระ โอซึซึกิ โทเนริ

เนตรโลหิตมังกร[แก้]

เนตรโลหิตมังกร อังกฤษ: Ketsuryūgan เป็นเนตรในตระกูลชิโนะอิเกะ มีความสามารถคือสามารถใช้คาถาลวงตา ระเบิดมนุษย์ มังกรเลือด โดยคาถาลวงตานั้นมีอานุภาพสูงมากจนทำให้เหยื่อถึงตายได้จริงแม้จะเป็นเพียงคาถาลวงตา และแม้แต่ซาสึเกะยังต้องใช้เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผาจึงจะคลายคาถาลวงตาได้(คาถาลวงตาปกติใช้เพียงเนตรวงแหวนปกติก็สามารถคลายได้แล้ว)

ผู้ใช้คือชิโนะ เอน โอยาชิโระและตระกูลโอยาชิโระ

เนตรบริสุทธิ[แก้]

เรียกอีกอย่างว่าเนตรแห่งแสงหรือเนตรโจวกัน ผู้ครอบครองเนตรนี้คือ อุสึมากิ โบรูโตะ มีเนตรนี้ทางด้านขวา ลักษณะที่เห็นได้คือเป็นตาสีฟ้าอ่อนที่สว่างจนแทบจะเป็นสีขาว(คล้ายกับเนตรจุติ)แต่พื้นตาขาวกลับเป็นสีดำ เกิดจากสายเลือดฮิวงะกับจักระด้านลบของตระกุลอุซึมากิ ในอนิเมะ โบรูโตะ ตอนที่ 8 โอสึสึกิ โทเนริได้พูดกับโบรูโตะผ่านทางความฝันว่าเนตรของโบรูโตะนั้นเป็นเนตรที่จะต้องส่องสว่างให้แก่โลก เป็นเนตรแห่งแสง ความสามารถของเนตรโจกันที่เปิดเผยแล้วคือ

1.เปิดประตูมิติได้

2.มองเห็นสิ่งชั่วร้าย(สิ่งที่คนทั่วไปไม่สามารถเห็นได้)

3.มองจุดอ่อนของอีกฝ่ายได้

ขีดจำกัดสายเลือด รูปแบบจักระ[แก้]

เป็นสายเลือดที่พิเศษเพราะมีการใช้จักระธาตุได้ 2 ธาตุในคาถาเดียวจึงเป็นความสามารถพิเศษที่ แม้แต่คนตระกูลเองก็ไม่ได้ไช้กันได้ง่าย ๆ แต่ถ้ามีคุณสมบัติธาตุที่เหมือนกันก็มีโอกาสที่จะไช้คาถาได้เหมือนกัน

คาถาไม้[แก้]

ขีดจำกัดสายเลือดที่ตระกูลเซนจูไม่กี่คนใช้ได้ กับมีพลังฟื้นตัว แปลงะาตุดินกับน้ำ

คาถาเดือดพล่าน[แก้]

คาถากรดเกิดจากการแปลงคุณสมบัติของธาตุ ไฟ และ น้ำ ใช้โดย 5 หาง ฮาน มิซึคาเงะรุ่น 5 และ นารูโตะ

คาถาหลอมละลาย[แก้]

คาถาหลอมละลาย หรือลาวา เกิดจากการแปลงคุณสมบัติของธาตุ ไฟ และ ดิน ซึ่งรูปแบบหลอมละลายสามารถใช้ได้ทั้งการโจมตี และป้องกัน รูปแบบของลาวา ใช้โดย 4 หาง โรชิ มิซึคาเงะรุ่น 5 คิวสุเกะ โดดาอิ นารูโตะ และ คุโรซึจิ เป็นขีดจำกัดสายเลือดระดับสูง ที่มีพลังโจมตีที่อันตรายมาก

คาถาแผดเผา[แก้]

เกิดจากการผสมของธาตุ ลม และ ไฟ ใช้โดย ปากุระ (จากหมู่บ้านซึนะ โดยปากุระนั้นได้ถูกอัญเชิญมาโดย คาบูโตะ ในสงครามนินจาครั้งที่ 4 โดยใครที่โดนวิชานี้เข้าไปจะเหมือนโดนความร้อนแผดเผาจนแห้ง จากตอน 522)

คาถาระเบิด[แก้]

เกิดจากการผสมของธาตุ ดิน และ สายฟ้า ซึ่งคาถานี้ใช้โดย เดอิดาระ การิ (อดีตหน่วยวางระเบิด จากหมู่บ้านอิวะ โดยการิได้ถูกอัญเชิญมาโดย คาบูโตะ ในสงครามนินจาครั้งที่ 4 โดยมีท่า วิชากำปั้นระเบิดดิน โดยคนที่โดนท่านี้เข้าไปจะระเบิดในทันที จากตอน 522) และ เซคิเออิ

คาถาน้ำแข็ง[แก้]

เกิดจากการผสมของธาตุ น้ำ และ ลม ใช้โดยฮาคุ และ เรียวกิ

คาถาแม่เหล็ก[แก้]

เกิดจากการผสมของธาตุ ลม และ ดิน ใช้โดย 1 หาง คาเซะคาเงะรุ่น 3, 4 โทโรอิจากหมู่บ้านคุโมะ นารูโตะ และ ชินกิ

คาถาพายุ[แก้]

เกิดจากการผสมของธาตุ สายฟ้า และ น้ำ ใช้โดยดารุยจากหมู่บ้านคุโมะ และ มาดาระ

ใช้กระดูกเป็นอาวุธ[แก้]

ขีดจำกัดทางสายเลือดของตระกูลคางูยะ ใช้โดยคิมิมาโร่ งอกควบคุมกระดูกให้เป็นอาวุธ

ขีดจำกัดสายเลือดของตระกูลของจูโกะ[แก้]

ดูดซับพลังงานจากธรรมชาติมาใช้ได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องฝึกวิชาเซียน แต่ก็มีผลเสียเพราะจะทำให้กลายเป็นคน 2 บุคลิก ใช้โดยจูโกะ โอโรจิมารุ คาบูโตะ และ มิซึกิ

ขีดจำกัดสายเลือดของตระกูลคุรามะ[แก้]

ขีดจำกัดสายเลือดของตระกูลคุรามะ สามารถสร้างคาถาลวงตาที่ทำให้ร่างกายคนที่ตกอยู่ในคาถาได้รับความเสียหายและยอมรับความเสียหายจากภาพลวงตา ใช้โดยยาคุโมะ

ขีดจำกัดสายเลือดเฉพาะ (สายเลือดคัดสรร) รูปแบบจักระ[แก้]

เป็นสายเลือดที่หายากยิ่งกว่าขีดจำกัดสายเลือดเพราะมีการใช้จักระธาตุได้มากกว่า 3 ธาตุในคาถาเดียว

คาถาธุลี[แก้]

เกิดจากการผสมของธาตุ ดิน ไฟ ลม ใช้โดยซึจิคาเงะรุ่น 2, 3 คู และ คาโค.

อ้างอิง[แก้]

จากหนังสือ Boom ฉบับที่ 14 22 23 24 32 ปี 2550 จากฉบับรวมเล่มของสำนักNED Comics นินจาคาถาโอ้โฮเฮะ ฉบับที่ 1-32 จากหนังลืงสือ โซเน็นจัมป์ ตอนที่ 200-232 และ 522-525 จากหนังสือ โซเน็นจัมป์ ตอนที่400-513