ก้องธวัช ส.กิตติ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ก้องธวัช ส.กิตติ (สิงห์วังชา)
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง นายธงชัย ตรีวิเศษ
ฉายา หมัดมรณะ
วันเกิด 21 มกราคม พ.ศ. 2514
สถานที่เกิด จังหวัดมหาสารคาม
รุ่น ไลท์เวท
เฟเธอร์เวท
ผู้จัดการ ส่ง กาญจนชูศักดิ์ (อดีต)
นริส สิงห์วังชา (ปัจจุบัน)
สถิติ
ชก 88
ชนะ 45
ชนะน็อก 32
แพ้ 42
เสมอ 1

ก้องธวัช ส.กิตติ หรือนายธงชัย ตรีวิเศษ เป็นชาวจังหวัดมหาสารคาม เกิดเมื่อ 21 มกราคม พ.ศ. 2514 สถิติการชก 88 ครั้ง ชนะ 45 (น็อค 32) เสมอ 1 แพ้ 42

ประวัติ[แก้]

เป็นบุตรของนายศรกับนางไหล ตรีวิเศษ เรียนจบชั้น ป.6 จากโรงเรียนวัดหนองห้าง จากนั้นก็หันมาชกมวยสากลโดยไม่เคยชกมวยไทย โดยเริ่มจากมวยสากลสมัครเล่น เคยชกในรายการดาวรุ่งมุ่งโอลิมปิกให้กับจังหวัดมหาสารคามแต่ตกรอบรองชนะเลิศในการคัดตัวแทนเขต จากนั้น น้าชายจึงพามาชกมวยสากลอาชีพในกรุงเทพฯที่ค่ายของเสี่ยส่ง กาญจนชูศักดิ์ โดยทำงานไปด้วย ชกมวยไปด้วย ขึ้นชกมวยครั้งแรกเมื่อ 13 เมษายน พ.ศ. 2533 ชนะน็อค สาริกา ส.ทวีรัตน์ ยก 1 จากนั้น ขึ้นชกมาอย่างต่อเนื่องจนได้ครองแชมป์มวยสากลรุ่นแบนตัมเวทของเวทีลุมพินีเมื่อ พ.ศ. 2536 นักมวยที่มีชื่อเสียงที่เคยชกด้วย เช่น ดาวรุ่ง ชูวัฒนะ สิงห์หนุ่ม ชูวัฒนะ จ้าวสิงห์ทอง เฉลิมศรี สุวัจชัย นครหลวงโปรโมชั่น และเสาหิน ส.ธนิกุล

เมื่ออรทัย กาญจนชูศักดิ์ตั้งค่ายอรทัยยิม ได้ดึงก้องธวัชมาเป็นมวยสร้างของค่ายด้วย แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนให้ชิงแชมป์ใดๆ จนค่ายอรทัยยิมปิดไป ก้องธวัชจึงเริ่มเดินสายไปชกต่างประเทศ และเพียงออกไปชกครั้งที่สองเท่านั้นก็คว้าแชมป์โลกรุ่นเฟเธอร์เวท WBF มาครองได้ด้วยการชนะน็อค ริค ซิโวโดร่า ยก 1 ที่ ฟิลิปปินส์[1] แต่เมื่อได้แชมป์โลก ชะตาชีวิตกลับพลิกผัน เพราะส่ง กาญจนชูศักดิ์ ไม่พอใจที่ก้องธวัชไปชกต่างประเทศโดยไม่บอกกล่าวก่อน ไม่ยอมจัดก้องธวัชป้องกันตำแหน่ง และไม่ยอมให้ใครจัดชกโดยไม่แบ่งค่าตัวให้ส่งในฐานะผู้จัดการ ก้องธวัชจึงต้องไปชกในต่างประเทศเท่านั้นจนเสียแชมป์ให้นาเดล ฮุสเซน ที่ออสเตรเลีย ต่อมา ได้ไปชิงแชมป์โลกของ WBF ที่ฟิลิปปินส์อีกใน พ.ศ. 2543 แต่ไม่สำเร็จ

ก้องธวัชมาเป็นข่าวดังอีกครั้งเมื่อไปชกกบโมฮัมเหม็ด ฟาริดซี่ ที่อินโดนีเซีย การชกในวันนั้นปรากฏว่า ก้องธวัชชกฟาริดซี่ไปให้กรรมการนับแปดก่อนในยกที่ 2 ฟาริดซี่มีเลือดไหลทั้งปากและจมูกแต่ก็ฝืนลุกขึ้นมาและกรรมการพยายามช่วยโดยนับช้ากว่าปกติ เมื่อชกกันต่อ ฟาริดซี่ถูกชกลงไปนับแปดอีก 3 ครั้งภายใน 3 ยก แต่กรรมการไม่จับแพ้ คงปล่อยให้ชกต่อไป จนยกที่ 6 ฟาริดซี่ชกก้องธวัชที่เริ่มหมดแรงลงไปให้กรรมการนับแปดบ้าง ทำให้ฟาริดซี่ได้ใจเดินลุยเข้าหา ในขณะที่ก้องธวัชก็เดินลุยเข้าหาเช่นกัน จนยก 8 ฟาริดซี่ถูกต่อยตัดลำตัวจนทรุดลงกับพื้นเวทีและหมดสติไป พี่เลี้ยงจึงพาส่งโรงพยาบาล แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตได้ ฟาริดซี่เสียชีวิตเมื่อ 3 เมษายน 2544[2]

หลังจากลับมาเมืองไทย นริส สิงห์วังชาซื้อตัวก้องธวัชจากส่ง กาญจนชูศักดิ์ มาสร้างสรรค์ แต่ก้องธวัชชกได้ไม่ดีนัก แพ้บ้าง ชนะบ้าง ในที่สุด กลายเป็นนักมวยที่ถูกสั่งให้ไปชกกับมวยสร้างของประเทศต่างๆ มีโอกาสชิงแชมป์ระดับภูมิภาคอีกหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ จน พ.ศ. 2555 หลังจากชกแพ้คะแนน โมฮามาเดราซา ฮัมเซ จึงแขวนนวมไป

เกียรติประวัติ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ช้าง พีอาร์. รู้จักกับก้องธวัช ส.กิตติ แชมป์โลกคนล่าสุดของเมืองไทย. นิตยสารมวยโลก. เล่มที่ 714 พฤษภาคม 2541 หน้า 16 – 17
  2. ก๊อตซิลลา.ก้องธวัช ส.กิตติ หมัดมรณะปลิดวิญญาณนักชกอิเหนา. นิตยสารมวยโลก. เล่มที่ 866 เมษายน 2544 หน้า 21 - 22