กุฎีเจริญพาศน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
กุฎีเจริญพาศน์
Imam Barah Charoenpasana
Kudi Charoenphat Masjid มัสยิดกุฎีเจริญพาศน์ 01.jpg
ข้อมูลทั่วไป
เมืองถนนอิสรภาพ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
ประเทศไทย ประเทศไทย
การก่อสร้าง
เริ่มสร้างพ.ศ. 2328
สถาปัตยกรรมขนมปังขิง (ผสมผสานระหว่างไทย-ตะวันตก)

กุฎีเจริญพาศน์ หรือ กุฎีล่าง หรือ กุฎีกลาง เป็นอิมามบาระฮ์ชีอะฮ์แห่งหนึ่งตั้งอยู่ริมคลองบางหลวง ถนนอิสรภาพ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

ประวัติ[แก้]

กุฎีเจริญพาศน์ เดิมเรียกว่า กุฎีล่าง สร้างโดยพระยาจุฬาราชมนตรี (อากาหยี่) ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ถือเป็นกุฎีแห่งที่สองของกรุงรัตนโกสินทร์ ส่วนกุฎีแห่งแรกคือกุฎีหลวง ซึ่งสร้างในรัชกาลเดียวกัน[1] บุรพชนของชาวชีอะฮ์เชื้อสายเปอร์เซียในบริเวณกุฎีนี้มาจากเมืองกุม ประเทศอิหร่าน[2] ถือเป็นสถานที่ตั้งถิ่นฐานอันเก่าแก่และในปัจจุบันก็ยังมีผู้สืบเชื้อสายอาศัยอยู่หนาแน่นกว่าที่อื่น ๆ[3] ด้วยมีมัสยิดอีกสองแห่งที่อยู่ใกล้เคียงคือมัสยิดผดุงธรรมอิสลามและมัสยิดดิลฟัลลาห์ ด้วยเหตุนี้กุฎีล่างจึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า "กุฎีกลาง" เพราะตั้งอยู่ระหว่างมัสยิดทั้งสอง และด้วยที่เป็นชุมชนชีอะฮ์ขนาดใหญ่ ผู้คนจึงเรียกชุมชนมุสลิมนี้อย่างรวม ๆ ว่า "พวกสามกะดีสี่สุเหร่า"[4]

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการสร้างสะพานเจริญพาศน์ 33 ในวโรกาสที่พระองค์มีพระชนมายุครบ 33 พรรษา จึงได้ตั้งชื่อสะพานดังกล่าว[5] เมื่อสะพานแล้วเสร็จ กุฎีล่างจึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อทางการเป็น "กุฎีเจริญพาศน์" ตามชื่อสะพานมาจนถึงปัจจุบัน[4][6]

สถาปัตยกรรม[แก้]

กุฎีเจริญพาศน์ เป็นเรือนมนิลาประดับด้วยไม้ฉลุ มีศิลปะแบบขนมปังขิง[1] หลังคาประดับกระเบื้องโมเสกสีสันสดใส[7]

พิธีแห่เจ้าเซ็น[แก้]

เมื่อถึงเดือนมะหะหร่ำ จะมีพิธีที่ไทยเรียกว่า "พิธีเจ้าเซ็น" หรือ "แห่เจ้าเซ็น" ที่กระทำในสิบวันแรกของเดือน เพื่อระลึกถึงอิหม่ามฮุเซ็น หลานของนบีมุฮัมมัด ที่ถูกสังหารที่กัรบะลาอ์ ในพิธีจะมีการแห่ตุ้มบุด หรือ โต๊ะราบัด ซึ่งคือเครื่องจำลองคานหามบรรจุศพอิหม่ามฮุเซ็นมาแห่ และมีการแสดงความเสียใจด้วยการทุบอก เรียกว่า มะต่ำ พร้อมกับการขับโศลกเรียกว่า มะระเสี่ย มีการสวมเครื่องแต่งกายด้วยผ้าคลุมสีขาวเรียกว่า กัฟฟาหนี่ ซึ่งแทนผ้าห่อศพอิหม่ามฮุเซ็น นอกจากนี้ยังมีการแห่แหนสิ่งที่รำลึกถึงการตายของอิหม่าม[8] รวมทั้งมีการเดินลุยไฟ[2]และการควั่นหัวเพื่อแสดงศรัทธา[5][9]

ช่วงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ได้มีหมายรับสั่งให้นำพิธีกรรมดังกล่าวไปถวายให้ทอดพระเนตรในพระบรมมหาราชวังหน้าพระที่นั่งพุทไธศวรรย์ติดต่อกันถึงสองปี (ในปี พ.ศ. 2358 และ พ.ศ. 2359) และมีพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ได้เสด็จชมพิธีดังกล่าวอยู่เสมอ ครั้งหลังสุดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ, สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทอดพระเนตร ณ กุฎีเจริญพาศน์ เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2496[10]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "กุฎีเจริญพาศน์". ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม. 30 ตุลาคม 2555. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2558.
  2. 2.0 2.1 เสาวนีย์ จิตต์หมวด, รศ. (6 สิงหาคม 2548). "มุสลิมในธนบุรี". ประชาไท. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2558.
  3. สุดารา สุจฉายา (บรรณาธิการ). "นักเดินทาง...เพื่อความเข้าใจในแผ่นดิน" ธนบุรี. กรุงเทพฯ : สารคดี, 2542, หน้า 153
  4. 4.0 4.1 ภิมรพี ธุรารัตน์ (17 สิงหาคม 2558). "กุฎีเจริญพาศน์: สายสัมพันธ์ศาสนาและชุมชน". สารคดี. สืบค้นเมื่อ 8 กันยายน 2558.
  5. 5.0 5.1 วราห์ โรจนวิภาต. "สะพานเจริญพาศน์กับหลุมหลบภัย". มูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2558.
  6. "ท่องเที่ยว 50 เขต ณ เขตบางกอกใหญ่" (PDF). Science Tech. 33 : 9. เมษายน–มิถุนายน 2554. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2558.
  7. สุภาวดี เจ๊ะหมวก (18 สิงหาคม 2558). "กุฎีเจริญพาศน์และมัสยิดต้นสน : โรงเรียนกวดศรัทธาของบรรดามุสลิมรุ่นเยาว์". สารคดี. สืบค้นเมื่อ 8 กันยายน 2558.
  8. "ระลึกวันอาชูรอ พิธีแห่เจ้าเซ็นกุฎีเจริญพาศน์". ไทยพีบีเอส. 8 พฤศจิกายน 2557. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2558.
  9. สุดารา สุจฉายา (บรรณาธิการ). "นักเดินทาง...เพื่อความเข้าใจในแผ่นดิน" ธนบุรี. กรุงเทพฯ : สารคดี, 2542, หน้า 116
  10. ธเนศ ช่วงพิชิต. "วิถีความเชื่อ". กรุ่นกลิ่นอารยธรรมเปอร์เซียในเมืองสยาม. กรุงเทพฯ : มติชน, 2550, หน้า 45

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 13°44′19″N 100°29′16″E / 13.738597°N 100.487817°E / 13.738597; 100.487817