ข้ามไปเนื้อหา

การแนะแนว ณ สถานที่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การแนะแนว ณ สถานที่
โชซ็อนกึล
현지지도
ฮันจา
現地指導
อาร์อาร์hyeonjijido
เอ็มอาร์hyŏnchichi-to
IPA[çjʌ̹n.t͡ɕi.t͡ɕi.to̞]

"การแนะแนว ณ สถานที่" (หรือ "ทัศนาจรแนะแนว" หรือ "การแนะแนวในพื้นที่") เป็นศัพท์ที่ใช้ในสื่อมวลชนของเกาหลีเหนือเพื่ออธิบายการปรากฏตัวของผู้นำสูงสุด มักเกิดขึ้นในสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการทหารหรืออุตสาหกรรม ที่ซึ่งผู้นำจะให้คำสั่งต่าง ๆ การแนะแนว "ณ สถานที่" เป็นส่วนสำคัญของการโฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือและลัทธิบูชาบุคคลของราชวงศ์คิม คิม อิล-ซ็อง, คิม จ็อง-อิล และคิม จ็อง-อึนต่างก็ใช้แนวทางปฏิบัตินี้ กล่าวกันว่า "การแนะแนว ณ สถานที่" ยังถูกกระทำโดยคิม จ็อง-ซุก ภรรยาของคิม อิล-ซ็องและมารดาของคิม จ็อง-อิลด้วยเช่นกัน

ความเป็นมาและบทบาทในสังคม

[แก้]

ในเกาหลีเหนือ "การแนะแนว ณ สถานที่" ถูกนำเสนอว่าเป็น "ความเอื้อเฟื้อฝ่ายเดียวที่มอบให้...โดยผู้ปกครองสูงสุด" และการใช้ศัพท์นี้เป็น "ตัวอย่างหนึ่งว่าระบบเกาหลีเหนือมีพื้นฐานมาจากระบบอุปถัมภ์แบบปิตาธิปไตย"[1] ในโฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือ การแนะแนว "ณ สถานที่" ช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของผู้นำที่เอาใจใส่ รอบรู้ และยิ่งใหญ่โดยมอบ "การแนะแนวด้วยความเมตตา" แก่ประชาชน[2][3] ในหลาย ๆ ครั้ง มักมีนายทหารและเจ้าหน้าที่ระดับสูงจดบันทึกสิ่งที่ผู้นำสูงสุดกำลังพูดหรือแนะนำอยู่เสมอ

วลี "การแนะแนว ณ สถานที่" ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกเพื่ออธิบายกิจกรรมสาธารณะของคิม อิล-ซ็อง ณ สถานที่ใดที่หนึ่ง[1][a] เกาหลีเหนือยอมรับอย่างเป็นทางการว่าทัศนาจรแนะแนว "ครั้งแรก" ของคิม อิล-ซ็องคือการเยี่ยมชมโรงงานในเปียงยางเมื่อ 24 กันยายน ค.ศ. 1945 แต่ "เป็นที่น่าสงสัยว่านี่เป็นทัศนาจรแนะแนวจริงหรือไม่" เนื่องจากการเยี่ยมเยียนท้องถิ่นของคิม "ไม่สม่ำเสมอและเป็นครั้งคราวในทศวรรษ 1940 มากกว่าจะมีการวางแผนและทำเป็นประจำเหมือนในทศวรรษ 1950 และ 1960"[4] ทัศนาจรแนะแนวครั้งแรก "ในฐานะการกระทำของผู้นำที่เป็นระบบ" เกิดขึ้นในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1956 ที่โรงงานเหล็กคังซ็อน ที่ซึ่งคิมริเริ่มขบวนการช็อลลีมา "การรณรงค์แข่งขันมวลชนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว" (ค.ศ. 1957–1961)[5] คิมยังคงใช้ทัศนาจรแนะแนวเพื่อเปิดตัวการรณรงค์ดังกล่าวและนโยบายใหม่อื่น ๆ[6]

ภายใต้การนำของคิม อิล-ซ็อง การแนะแนว ณ สถานที่เป็น "รูปแบบการแสดงออกที่ทันสมัยยิ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับการติดต่อใกล้ชิดระหว่างผู้ปกครองที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจกับประชาชนคนธรรมดา โดยคิมได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนทั่วประเทศอย่างกว้างขวาง"[7] การเยี่ยมชมไร่นารวม โรงงาน และสถานที่อื่น ๆ ของคิม อิล-ซ็องซึ่งได้รับการประชาสัมพันธ์อย่างกว้างขวางสื่อถึง "เจตนาของการปฏิบัติ 'การแนะแนว ณ สถานที่' ในการแสดงออกถึงอำนาจรัฐและสิทธิอำนาจรัฐ" อย่าง "ทรงพลังและจับต้องได้"[3][b]

นักวิชาการ อิม แจ-ช็อน เขียนว่า:

สำหรับคิม อิล-ซ็อง เป้าหมายของทัศนาจรแนะแนวนั้นมีหลากหลาย ประการแรก เขาต้องการระดมมวลชนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางเศรษฐกิจโดยการเรียกร้องโดยตรงต่อพวกเขา ประการที่สอง เขาต้องการตรวจสอบว่านโยบายของเขา ซึ่งตัดสินใจในระดับบนสุดนั้น กำลังถูกนำไปปฏิบัติในองค์กรระดับล่างตามที่เขาตั้งใจไว้หรือไม่ ประการที่สาม เขาใช้ทัศนาจรแนะแนวเป็นเครื่องมือในการทำความเข้าใจสถานการณ์ที่มีอยู่ในองค์กรระดับล่างเหล่านี้ก่อนจะตัดสินใจเกี่ยวกับประเด็นนโยบายใหม่ในระดับบนสุด โดยสรุป ทัศนาจรแนะแนวเป็นวิธีการปกครองของผู้นำเกาหลีเหนือเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ ได้แก่ การระดมมวลชน การตรวจสอบนโยบาย และการตรวจสอบความเป็นจริง และยังเป็นวิธีการแก้ไขระบบรัฐการที่ล่าช้าด้วย[8]

ในทศวรรษ 1970 คิม จ็อง-อิล บุตรชายของคิม อิล-ซ็องเข้ารับผิดชอบการจัดการการเดินทางตรวจเยี่ยมของบิดาหลังได้รับแต่งตั้งเป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง ตลอดทศวรรษ 1970 และ 1980 ขณะที่ลัทธิบูชาบุคคลขอคิม อิล-ซ็องลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทัศนาจรแนะแนวเหล่านี้ก็กลายเป็นกิจวัตรที่ถูกทำให้เป็นพิธีกรรมและศักดิ์สิทธิ์[9] ทัศนาจรแนะแนวหลายรูปแบบที่แตกต่างกันได้เกิดขึ้น ทัศนาจรแนะแนวปกติเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบสถานที่ ซึ่งใช้เวลานานกว่าและมีการเตรียมการที่ครอบคลุมกว่าประเภทอื่น ทัศนาจรแนะแนวพิเศษเกี่ยวข้องกับการที่ผู้นำเลือกหน่วยงานในสถานที่ทำงานแห่งใดแห่งหนึ่งให้เป็นแบบอย่างสำหรับการรณรงค์ระดมมวลชน[9] ทัศนาจรแนะแนวประเภทที่สามคือการเยี่ยมชมซ้ำสถานที่ที่เคยไปก่อนหน้านี้เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน สุดท้ายคือ "ทัศนาจรแนะแนวฉับพลัน" ซึ่งผู้นำจะเยี่ยมชมสถานที่นั้น ๆ ณ ที่นั้นทันทีระหว่างการทัศนาจรแนะแนวปกติหรือพิเศษ[9] ในฐานะผู้สืบทอดตำแหน่ง คิม จ็อง-อิลก็เริ่มดำเนินการทัศนาจรแนะแนวของตนเองเช่นกัน แม้ในระยะแรกจะเรียกว่า "การตรวจงาน" และต่อมาเป็น "การแนะแนวด้านธุรกิจ" โดยวลี "การแนะแนว ณ สถานที่" ถูกใช้เป็นครั้งแรกเมื่อกล่าวถึงคิม จ็อง-อิลในวันที่ 5 เมษายน ค.ศ. 1988 เมื่อเขา "เยี่ยมชมที่ทำการไปรษณีย์และกระจายเสียง"[1]

ใน ค.ศ. 1994 หลังอสัญกรรมของบิดา คิม จ็อง-อิลขึ้นเป็นผู้นำสูงสุด และเขายังคงดำเนินตามแนวทางปฏิบัติ "การแนะแนว ณ สถานที่" ต่อไป ทัศนาจรชี้แนะแนวของคิม จ็อง-อิลนั้น "เป็นเชิงสัญลักษณ์มากกว่า" ของบิดา และคิม จ็อง-อิล "ดำเนินการในลักษณะเป็นกลไกและมีการจัดฉากมากขึ้นโดยเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับชาวเกาหลีเหนือทั่วไปมากกว่าที่บิดาเคยทำ"[9] ตรงกันข้ามกับการมุ่งเน้นไปที่สถานที่ทางเศรษฐกิจของบิดา คิม จ็อง-อิลให้ความสำคัญกับสถานที่ทางทหารสำหรับการเยี่ยมชมเพื่อ "แนะแนว ณ สถานที่" ของเขา มากกว่าครึ่งหนึ่งของการเยี่ยมชมของคิม จ็อง-อิลเป็นการเยี่ยมหน่วยทหารหรือเกี่ยวข้องกับทหารในด้านอื่น ๆ[1][9] แม้เขาจะยังเยี่ยมชมสถานที่ทางการเกษตรและอุตสาหกรรมเบาด้วย[1] การมุ่งเน้นไปที่การเยี่ยมฐานทัพและหน่วยงานทางทหารอื่น ๆ ในช่วง "การเดินทัพอันแสนลำบาก" นี้เป็นการเน้นย้ำยุทธศาสตร์ "ทหารมาก่อน" (ซ็อนกุน) ของรัฐบาลต่อสาธารณชนเกาหลีเหนือ[9][10] ปริมาณการเยี่ยมชมจำนวนมากที่คิมกระทำได้รับการเน้นย้ำในโฆษณาชวนเชื่อของเกาหลีเหนือ[1]

"ต่างจากบิดา คิม จ็อง-อึน... ได้มุ่งเน้นการเดินทางไปให้การแนะแนว ณ สถานที่ในเปียงยางเป็นหลัก"[11] ควบคู่ไปกับการที่คิม จ็อง-อึนดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่มุ่งดึงดูดชนชั้นนี้ เช่น "โรงพยาบาลแม่และเด็ก ศูนย์สุขภาพ สนามสเก็ต กลุ่มอาคารอพาร์ตเมนต์ และสวนสนุก" สิ่งนี้ถูกนักวิเคราะห์มองว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าคิมพยายามรวบรวมการสนับสนุนจากชนชั้นสูงในเมืองของเกาหลีเหนือ[11]

สำนักข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้รายงานว่าการเตรียมการล่วงหน้าสำหรับ "การแนะแนว ณ สถานที่" เริ่มขึ้นที่โรงงานหรือสถานที่ทำงานที่กำหนดไว้ "หนึ่งปีก่อนจะมีการให้คำแนะแนวจริง"[1] ในวันจริง ผู้นำจะให้ "คำแนะนำที่เป็นประโยชน์" และคำสั่งสำหรับการปรับปรุงผลิตภาพ[2] หรือสภาพการทำงาน[10] ผู้นำจะถูกล้อมรอบด้วยทหาร สมาชิกพรรค หรือเจ้าหน้าที่รัฐบาลซึ่งจดบันทึกทุกสิ่งที่ผู้นำพูดอย่างระมัดระวัง (แม้แต่เรื่องตลก) ลงในสมุดกระดาษที่เหมือนกัน[2] ภาพเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ที่ตั้งใจจดบันทึกทุกคำพูดของผู้นำจะถูกเผยแพร่ผ่านสื่อของรัฐ เป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของผู้นำในฐานะผู้รู้ทุกสิ่ง[2] หลังจากนั้นจะมีการจัด "การชุมนุมเพื่อแสดงความจงรักภักดี"[1] และมีการสร้างอนุสรณ์หรือแผ่นป้ายเพื่อรำลึกถึงการเยี่ยมเยียนและคำกล่าว[1][12] สิ่งนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือสำหรับ "การสร้างความศรัทธา"[1] และสถานที่นั้นจะได้รับการปฏิบัติด้วยความเคารพ[13]

นักวิเคราะห์ได้ใช้การปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงต่าง ๆ ของเกาหลีเหนือที่ติดตามผู้นำในการเยี่ยมชมเพื่อ "แนะแนว ณ สถานที่" เป็นวิธีการหนึ่งในการวิเคราะห์ความแตกต่างในลำดับชั้นและโครงสร้างอำนาจของเกาหลีเหนือภายใต้การนำของคิม จ็อง-อิลและคิม จ็อง-อึน ในการวิเคราะห์เครือข่ายทางสังคมนี้ การขึ้นและลงของบุคคลต่าง ๆ สามารถสังเกตได้ และอำนาจสัมพัทธ์ของกลุ่มต่าง ๆ ตามอายุและสังกัด (องค์กรพรรคเทียบกับสำนักรัฐบาลเทียบกับกองทัพ) สามารถมองเห็นได้[14]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. แนวคิด "ทัศนาจรแนะแนว" มีที่มาจากอุดมการณ์ "เส้นทางมวลชน" ของเหมา เจ๋อตง แต่คิม อิล-ซ็อง "นำการทัศนาจรแนะแนวมาใช้อย่างเป็นระบบและในขอบเขตกว้างขวางกว่าที่เหมาทำ"[4]
  2. ดูเพิ่มที่ Jinwung Kim, A History of Korea: From "Land of the Morning Calm" to States in Conflict (สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยอินดีแอนา, 2012), น. 457: "เพื่อเสริมสร้าง 'สายสัมพันธ์ทางสายเลือด' กับ 'ลูก ๆ' ของเขา คิม อิล-ซ็องมักทัศนาจร 'แนะแนว ณ สถานที่' โดยเยี่ยมชมไร่นา โรงงาน และสถานที่ผลิตทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ทั่วประเทศ"

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Yonhap News Agency (2003). North Korea Handbook. M.E. Sharpe. p. 164. ISBN 978-0-7656-3523-5.
  2. 1 2 3 4 "Why is Kim Jong-un always surrounded by people taking notes?". Magazine Monitor. BBC News. 25 April 2014.
  3. 1 2 Kwon & Chung, p. 28.
  4. 1 2 Lim, p. 107.
  5. Lim, pp. 107–108.
  6. Lim, p. 108.
  7. Kwon & Chung, p. 153.
  8. Lim, pp. 106–107.
  9. 1 2 3 4 5 6 Lim, p. 109.
  10. 1 2 Kwon & Chung, p. 171
  11. 1 2 Anthony H. Cordesman & Aaron Lin, The Changing Military Balance in the Koreas and Northeast Asia, Center for Strategic and International Studies (June 2015), p. 13.
  12. Hunter, p. 14: "Kim's visits to various places are marked in other ways … most commonly by a plaque mounted over the door of the rooms in which he slept (such as in the Great Villa at the International Friendship Exhibition) or rooms that he visited in some cases, as at the Kim Il Sung University, there is a plaque over almost every door. The Pyongyang subway hallowed the seat in which Kim took his first ride by permanently setting it aside as a memorial, not to be used by subway commuters."
  13. Hunter, p. 14.
  14. Lee Kyo-Duk, Lim Soon-Hee, Cho Jeong-Ah & Song Joung-Ho, Study Series 13-01, Study on the Power Elite of the Kim Jong Un Regime, Korea Institute for National Unification (July 2013), pp. 43–53.

บรรณานุกรม

[แก้]
  • Heonik Kwon & Byung-Ho Chung, North Korea: Beyond Charismatic Politics (Rowman & Littlefield, 2012).
  • Helen-Louise Hunter, Kim Il-song's North Korea (Greenwood: 1999).
  • Jae-Cheon Lim, Leader Symbols and Personality Cult in North Korea: The Leader State (Routledge, 2015).

แม่แบบ:คิม อิล-ซ็อง แม่แบบ:คิม จ็อง-อิล แม่แบบ:คิม จ็อง-อึน