ข้ามไปเนื้อหา

การสังหารหมู่ที่กีฬเวณมะณิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
งานเปิดอนุสรณ์ในกีฬเวณมะณิ

เหตุสังหารหมู่ที่กีฬเวณมะณิ (ทมิฬ: கீழ்வெண்மணிப் படுகொலைகள்; อังกฤษ: Kilvenmani massacre หรือ Keezhvenmani massacre) เกิดขึ้นในหมู่บ้านกีฬเวณมะณิ อำเภอนากัปปัฏฏินัม รัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1968[1] เมื่อเหยื่อ 44 รายถูกฆาตกรรม ทั้งหมดเป็นคนใช้แรงงานชนชั้นทลิตในหมู่บ้านและครอบครัว โดยกลุ่มอาชญากรรมที่เชื่อว่าเจ้าของที่ดิน[2] นำโดย โคปาลกฤษณัน นายฑู (Gopalakrishnan Naidu) เป็นผู้ว่าจ้างให้ก่อเหตุ[3]

เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในการเมืองฝ่ายซ้ายในเวลานั้น และมีส่วนผลักดันแนวคิดคอมมิวนิสต์ให้ได้รับความนิยมขี้น กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมขนาดใหญ่ในเชิงเศรษฐกิจของชุมชนชนบท ผ่านการปรับประบบการจัดสรรที่ดินใหม่ครั้งใหญ่[4][5]

เหตุการณ์

[แก้]

ผู้ใช้แรงงานยากจนจำนวนหนึ่งได้รับอิทธิพลจากพรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย มาร์กซิสต์ ให้จัดการรณรงค์เรียกร้องการเพิ่มค่าจ้างควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของผลผลิตการเกษตรซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการปฏิวัติเขียวในอินเดีย[6][7] ที่ดินทำการเกษตรของกลุ่มคนนี้มีเจ้าของเป็นครอบครัวที่มีอำนาจ ในขณะที่บรรดาผู้ใช้แรงงานมาจากชุมชนชายขอบ ในปี 1968 กลุ่มผู้ใช้แรงงานในอำเภอตัญจูรุ รวมตัวกันจัดตั้งสหภาพแรงงานเพื่อเรยีกร้องสภาพการทำงานและรายได้ที่ดีขึ้น[5]

การเรียกร้องดำเนินไปถึงจุดที่ผู้ใช้แรงงานเลือกยกระดับขึ้นเป็นการประท้วงไม่เก็บผลผลิตบางส่วน[8] สมาคมผู้ผลิตนาข้าว (Paddy Producers Association) ซึ่งเป็นผู้แทนเจ้าของที่ดิน ได้จัดหาแรงงานเพิ่มเติมมาเก็บผลผลิตที่เหลือแทน ต่อมา เจ้าของร้านคาคนหนึ่งในพื้นที่ซึ่งสนับสนุนการประท้วงของแรงงานถูกลักพาตัวและทุบตีโดยฝั่งผู้สนับสนุนเจ้าของที่ดิน ผู้ประท้วงโจมตีกลุ่มผู้ที่ลักพาตัวจนต้องยอมปล่อยตัวเจ้าของร้าน ในเหตุการณ์นี้ คนของฝั่งเจ้าของที่ดินถูกทำร้ายจนเสียชีวิตหนึ่งราย[9]

จากคำให้การณ์ของผู้เห็นเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 1968 เวลาประมาณ 22 นาฬิกา เจ้าของที่ดินและลูกสมุน 200 คนเดินทางเข้ามายังหมู่บ้านโดยรถบรรทุก เข้าปิดล้อมกระท่อมที่แรงงานอาศัย ปิดทางเข้าออกทั้งหมด[10] และเริ่มยิงใส่ผู้ใช้แรงงาน เสียชีวิตทันทีสองราย ฝั่งแรงงานและครอบครัวทำได้แต่เพียงเขวี้ยงก้อนหินใส่เพื่อป้องกันตัว ผู้หญิง เด็ก และคนแก่บางส่วน หนีออกไปหลบในกระท่อมขนาด 8 x 9 ฟุต ก่อนที่จะถูกจุดไฟเผากระท่อม[11][2][12] มีเด็กสองคนที่ถูกเขวี้ยงออกมาจากกระท่อมเพื่อไม่ให้ถูกไฟเผา แต่ทั้งสองคนถูกผู้ก่อเหตุโยนกลับเข้าไปในกองเพลิงอีกครั้ง มีคนหนีออกมาจากกระท่อมได้หกคน ถูกจับได้สองคนและถูกทุบตีก่อนโยนกลับเข้าไปในกองไฟอีกครั้ง หลังก่อเหตุเสร็จ ผู้ก่อเหตุเดินทางไปยังสถานีตำรวจเพื่อขอการคุ้มครองจากตำรวจ ซึ่งตำรวจตอบรับ เหตุการณ์นี้มียอดผู้เสียชีวิตรวม 44 ราย ในจำนวนนี้นี้เป็นชายสูงอายุ 5 คน, สตรี 16 คน และเด็ก 23 คน[5]

เจ้าของที่ดินสิบคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องใตเหตุหารณ์ถูกตัดสินจำคุกสิบปี กระนั้น ต่อมามีการยื่นอุทธรณ์ซึ่งย้อนคำสั่งตัดสิน[13] โคปาลกฤษณัน นายฑู (Gopalakrishnan Naidu)[14] หัวหน้าสมาคมผู้ผลิตนาข้าว ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการสังหารหมู่ ศาลสูงมัทราสตัดสินให้เขาพ้นผิดในปี 1975 ย้อนคำตัดสินของศาลแขวงนากัปปัฏฏินัมซึ่งตัดสินจำคุก 10 ปีในปี 1970[10] ต่อมาเขาถูกฆาตกรรมจากการโจมตีเพื่อตอบโต้ในปี 1980[8][15]

ผลสืบเนื่อง

[แก้]

นักเคลื่อนไหวสิทธิสตรีมีส่วนอย่างมากในการทำให้เหตุการณ์นี้เป็นที่รู้จักขึ้นมา หกปีหลังเกิดเหตุ การประชุมใหญ่ครั้งแรกของสมาคมสตรีประชาธิปไตยเลือกจัดขึ้นในหมู่บ้านกีฬเวณมะณิ[16] ไมถิลี ศิวรามัน ช่วยตีแผ่เหตุการณ์ผ่านบทความและความเรียง ซึ่งต่อมารวมรวมเป็นหนังสือในชื่อ Haunted by Fire (ถูกไฟตามหลอกหลอน)[17]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Farmers pay tribute to Kilvenmani victims". The Hindu. 25 July 2013. สืบค้นเมื่อ 11 November 2013.
  2. 1 2 Kathleen Gough (August 1974). "Indian Peasant Uprisings". Economic and Political Weekly. jstor.org. 9 (32/34): 1391–1412. JSTOR 4363915.
  3. "Fifty years after caste violence, Keezhvenmani village waiting for daylight". The New Indian Express. 23 December 2018. สืบค้นเมื่อ 10 May 2020.
  4. "Anniversary of Keezhvenmani carnage observed". The Hindu. 26 December 2009. สืบค้นเมื่อ 13 June 2014.
  5. 1 2 3 "New memorial to commemorate Keezhvenmani massacre". The Hindu. 10 March 2014. สืบค้นเมื่อ 13 June 2014.
  6. The Administrator, Vol. 35. Lal Bahadur Shastri National Academy of Administration. 1990. p. 94.
  7. "Continued violence against Dalits raises the question, how 'tolerant' are Hindus?". DNA India. 3 May 2014. สืบค้นเมื่อ 13 June 2014.
  8. 1 2 "Communists, dalit groups pay respects to Keezhvenmani massacre victims". Times Of India. 26 December 2012. สืบค้นเมื่อ 13 June 2014.
  9. Elisabeth Armstrong (7 November 2013). Gender and Neoliberalism: The All India Democratic Women's Association and Globalization Politics. Routledge. p. 28. ISBN 978-1-317-91142-5.
  10. 1 2 "Fire of 1968 still burning inside". The New Indian Express. สืบค้นเมื่อ 7 October 2018.
  11. "From the Archives (Dec. 27): 42 persons burnt alive in Thanjavur village". The Hindu (ภาษาIndian English). 27 December 2018. ISSN 0971-751X. สืบค้นเมื่อ 17 February 2019.
  12. Josian Racine & Jean Racine, Dalit Identities and the Dialectic of Oppression and Emancipation in a Changing India: The Tamil Case and Beyond เก็บถาวร 29 มิถุนายน 2007 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
  13. "Red Rice: caste and class war". The Sunday Indian. 11 March 2012. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 21 January 2016. สืบค้นเมื่อ 13 June 2014.
  14. "When All Roads Led to Venmani: Revisiting the Keezhvenmani Massacre". The Wire. สืบค้นเมื่อ 10 May 2020.:On 25 December 1968, 44 Dalit agricultural labourers were hurled into a hut and burnt alive by a landlord named Gopalakrishna Naidu.
  15. Staff Reporter (10 March 2014). "New memorial to commemorate Keezhvenmani massacre". The Hindu (ภาษาIndian English). ISSN 0971-751X. สืบค้นเมื่อ 7 October 2018.
  16. Omvedt, Gail, Reinventing Revolution: New Social Movements and the Socialist Tradition in India, M.E. Sharpe, Armonk, 1993, p..78
  17. "Lest we forget..." The Hindu. 29 October 2013. สืบค้นเมื่อ 13 June 2014.