การสังหารหมู่ที่กีฬเวณมะณิ
เหตุสังหารหมู่ที่กีฬเวณมะณิ (ทมิฬ: கீழ்வெண்மணிப் படுகொலைகள்; อังกฤษ: Kilvenmani massacre หรือ Keezhvenmani massacre) เกิดขึ้นในหมู่บ้านกีฬเวณมะณิ อำเภอนากัปปัฏฏินัม รัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1968[1] เมื่อเหยื่อ 44 รายถูกฆาตกรรม ทั้งหมดเป็นคนใช้แรงงานชนชั้นทลิตในหมู่บ้านและครอบครัว โดยกลุ่มอาชญากรรมที่เชื่อว่าเจ้าของที่ดิน[2] นำโดย โคปาลกฤษณัน นายฑู (Gopalakrishnan Naidu) เป็นผู้ว่าจ้างให้ก่อเหตุ[3]
เหตุการณ์นี้ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในการเมืองฝ่ายซ้ายในเวลานั้น และมีส่วนผลักดันแนวคิดคอมมิวนิสต์ให้ได้รับความนิยมขี้น กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมขนาดใหญ่ในเชิงเศรษฐกิจของชุมชนชนบท ผ่านการปรับประบบการจัดสรรที่ดินใหม่ครั้งใหญ่[4][5]
เหตุการณ์
[แก้]ผู้ใช้แรงงานยากจนจำนวนหนึ่งได้รับอิทธิพลจากพรรคคอมมิวนิสต์อินเดีย มาร์กซิสต์ ให้จัดการรณรงค์เรียกร้องการเพิ่มค่าจ้างควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของผลผลิตการเกษตรซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการปฏิวัติเขียวในอินเดีย[6][7] ที่ดินทำการเกษตรของกลุ่มคนนี้มีเจ้าของเป็นครอบครัวที่มีอำนาจ ในขณะที่บรรดาผู้ใช้แรงงานมาจากชุมชนชายขอบ ในปี 1968 กลุ่มผู้ใช้แรงงานในอำเภอตัญจูรุ รวมตัวกันจัดตั้งสหภาพแรงงานเพื่อเรยีกร้องสภาพการทำงานและรายได้ที่ดีขึ้น[5]
การเรียกร้องดำเนินไปถึงจุดที่ผู้ใช้แรงงานเลือกยกระดับขึ้นเป็นการประท้วงไม่เก็บผลผลิตบางส่วน[8] สมาคมผู้ผลิตนาข้าว (Paddy Producers Association) ซึ่งเป็นผู้แทนเจ้าของที่ดิน ได้จัดหาแรงงานเพิ่มเติมมาเก็บผลผลิตที่เหลือแทน ต่อมา เจ้าของร้านคาคนหนึ่งในพื้นที่ซึ่งสนับสนุนการประท้วงของแรงงานถูกลักพาตัวและทุบตีโดยฝั่งผู้สนับสนุนเจ้าของที่ดิน ผู้ประท้วงโจมตีกลุ่มผู้ที่ลักพาตัวจนต้องยอมปล่อยตัวเจ้าของร้าน ในเหตุการณ์นี้ คนของฝั่งเจ้าของที่ดินถูกทำร้ายจนเสียชีวิตหนึ่งราย[9]
จากคำให้การณ์ของผู้เห็นเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 1968 เวลาประมาณ 22 นาฬิกา เจ้าของที่ดินและลูกสมุน 200 คนเดินทางเข้ามายังหมู่บ้านโดยรถบรรทุก เข้าปิดล้อมกระท่อมที่แรงงานอาศัย ปิดทางเข้าออกทั้งหมด[10] และเริ่มยิงใส่ผู้ใช้แรงงาน เสียชีวิตทันทีสองราย ฝั่งแรงงานและครอบครัวทำได้แต่เพียงเขวี้ยงก้อนหินใส่เพื่อป้องกันตัว ผู้หญิง เด็ก และคนแก่บางส่วน หนีออกไปหลบในกระท่อมขนาด 8 x 9 ฟุต ก่อนที่จะถูกจุดไฟเผากระท่อม[11][2][12] มีเด็กสองคนที่ถูกเขวี้ยงออกมาจากกระท่อมเพื่อไม่ให้ถูกไฟเผา แต่ทั้งสองคนถูกผู้ก่อเหตุโยนกลับเข้าไปในกองเพลิงอีกครั้ง มีคนหนีออกมาจากกระท่อมได้หกคน ถูกจับได้สองคนและถูกทุบตีก่อนโยนกลับเข้าไปในกองไฟอีกครั้ง หลังก่อเหตุเสร็จ ผู้ก่อเหตุเดินทางไปยังสถานีตำรวจเพื่อขอการคุ้มครองจากตำรวจ ซึ่งตำรวจตอบรับ เหตุการณ์นี้มียอดผู้เสียชีวิตรวม 44 ราย ในจำนวนนี้นี้เป็นชายสูงอายุ 5 คน, สตรี 16 คน และเด็ก 23 คน[5]
เจ้าของที่ดินสิบคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องใตเหตุหารณ์ถูกตัดสินจำคุกสิบปี กระนั้น ต่อมามีการยื่นอุทธรณ์ซึ่งย้อนคำสั่งตัดสิน[13] โคปาลกฤษณัน นายฑู (Gopalakrishnan Naidu)[14] หัวหน้าสมาคมผู้ผลิตนาข้าว ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการสังหารหมู่ ศาลสูงมัทราสตัดสินให้เขาพ้นผิดในปี 1975 ย้อนคำตัดสินของศาลแขวงนากัปปัฏฏินัมซึ่งตัดสินจำคุก 10 ปีในปี 1970[10] ต่อมาเขาถูกฆาตกรรมจากการโจมตีเพื่อตอบโต้ในปี 1980[8][15]
ผลสืบเนื่อง
[แก้]นักเคลื่อนไหวสิทธิสตรีมีส่วนอย่างมากในการทำให้เหตุการณ์นี้เป็นที่รู้จักขึ้นมา หกปีหลังเกิดเหตุ การประชุมใหญ่ครั้งแรกของสมาคมสตรีประชาธิปไตยเลือกจัดขึ้นในหมู่บ้านกีฬเวณมะณิ[16] ไมถิลี ศิวรามัน ช่วยตีแผ่เหตุการณ์ผ่านบทความและความเรียง ซึ่งต่อมารวมรวมเป็นหนังสือในชื่อ Haunted by Fire (ถูกไฟตามหลอกหลอน)[17]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "Farmers pay tribute to Kilvenmani victims". The Hindu. 25 July 2013. สืบค้นเมื่อ 11 November 2013.
- 1 2 Kathleen Gough (August 1974). "Indian Peasant Uprisings". Economic and Political Weekly. jstor.org. 9 (32/34): 1391–1412. JSTOR 4363915.
- ↑ "Fifty years after caste violence, Keezhvenmani village waiting for daylight". The New Indian Express. 23 December 2018. สืบค้นเมื่อ 10 May 2020.
- ↑ "Anniversary of Keezhvenmani carnage observed". The Hindu. 26 December 2009. สืบค้นเมื่อ 13 June 2014.
- 1 2 3 "New memorial to commemorate Keezhvenmani massacre". The Hindu. 10 March 2014. สืบค้นเมื่อ 13 June 2014.
- ↑ The Administrator, Vol. 35. Lal Bahadur Shastri National Academy of Administration. 1990. p. 94.
- ↑ "Continued violence against Dalits raises the question, how 'tolerant' are Hindus?". DNA India. 3 May 2014. สืบค้นเมื่อ 13 June 2014.
- 1 2 "Communists, dalit groups pay respects to Keezhvenmani massacre victims". Times Of India. 26 December 2012. สืบค้นเมื่อ 13 June 2014.
- ↑ Elisabeth Armstrong (7 November 2013). Gender and Neoliberalism: The All India Democratic Women's Association and Globalization Politics. Routledge. p. 28. ISBN 978-1-317-91142-5.
- 1 2 "Fire of 1968 still burning inside". The New Indian Express. สืบค้นเมื่อ 7 October 2018.
- ↑ "From the Archives (Dec. 27): 42 persons burnt alive in Thanjavur village". The Hindu (ภาษาIndian English). 27 December 2018. ISSN 0971-751X. สืบค้นเมื่อ 17 February 2019.
- ↑ Josian Racine & Jean Racine, Dalit Identities and the Dialectic of Oppression and Emancipation in a Changing India: The Tamil Case and Beyond เก็บถาวร 29 มิถุนายน 2007 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- ↑ "Red Rice: caste and class war". The Sunday Indian. 11 March 2012. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 21 January 2016. สืบค้นเมื่อ 13 June 2014.
- ↑ "When All Roads Led to Venmani: Revisiting the Keezhvenmani Massacre". The Wire. สืบค้นเมื่อ 10 May 2020.:On 25 December 1968, 44 Dalit agricultural labourers were hurled into a hut and burnt alive by a landlord named Gopalakrishna Naidu.
- ↑ Staff Reporter (10 March 2014). "New memorial to commemorate Keezhvenmani massacre". The Hindu (ภาษาIndian English). ISSN 0971-751X. สืบค้นเมื่อ 7 October 2018.
- ↑ Omvedt, Gail, Reinventing Revolution: New Social Movements and the Socialist Tradition in India, M.E. Sharpe, Armonk, 1993, p..78
- ↑ "Lest we forget..." The Hindu. 29 October 2013. สืบค้นเมื่อ 13 June 2014.