การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน
| ชื่อพื้นเมือง | 中华人民共和国开国大典 |
|---|---|
| วันที่ | 1 ตุลาคม 1949 |
| สถานที่ | จัตุรัสเทียนอันเหมิน |
| ที่ตั้ง | ปักกิ่ง |
| ผู้เข้าร่วม | เหมา เจ๋อตง พรรคคอมมิวนิสต์จีน กองทัพปลดปล่อยประชาชน |

พิธีสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีน: 中华人民共和国开国大典) กระทำโดยเหมา เจ๋อตงในฐานะประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ในพิธีดังกล่าว เหมาได้ประกาศสถาปนารัฐบาลประชาชนส่วนกลาง รัฐบาลของประเทศใหม่ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน นับเป็นการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ
ก่อนหน้านี้ พรรคคอมมิวนิสต์จีนประกาศตั้งสาธารณรัฐโซเวียตจีนขึ้นในพื้นที่ที่พรรคควบคุมอยู่ ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในประเทศจีนเมื่อ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1931 ที่รุ่ยจิน สาธารณรัฐโซเวียตจีนดำรงอยู่เป็นเวลาเจ็ดปีก่อนถูกยุบเลิกใน ค.ศ. 1937
ในพิธีมีการบรรเลงเพลงชาติใหม่ คือ "มาร์ชทหารอาสา" และได้ทำการเปิดเผยธงชาติใหม่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน (ธงแดงห้าดาว) ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก โดยมีการชักขึ้นสู่ยอดเสาเป็นครั้งแรก พร้อมกันนั้นมีการยิงสลุต 21 นัด เป็นการประกาศการก่อตั้งรัฐใหม่ จากนั้นกองทัพปลดปล่อยประชาชนได้จัดการสวนสนามทางทหารต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก
สาธารณรัฐจีนถอยร่นไปยังเกาะไต้หวันภายในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1949
ภูมิหลัง
[แก้]สงครามกลางเมืองจีนเป็นสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลแห่งชาติสาธารณรัฐจีนซึ่งนำโดยพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยมีการสู้รบอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาตั้งแต่ ค.ศ. 1927 จนถึง 1949 สงครามครั้งนี้แบ่งออกเป็นสองช่วงโดยมีช่วงคั่นคือตั้งแต่เดือนสิงหาคม ค.ศ. 1927 ถึง 1937 แนวร่วมที่หนึ่งสิ้นสุดลงระหว่างการกรีธาทัพขึ้นเหนือ และฝ่ายชาตินิยมเข้าควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจีน วันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1931 พรรคคอมมิวนิสต์จีนประกาศตั้งสาธารณรัฐโซเวียตจีนในรุ่ยจินซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ควบคุมอยู่ และรัฐบาลสาธารณรัฐโซเวียตจีนได้อพยพไปยังเหยียนอานระหว่างการเดินทัพทางไกลกระทั่งสาธารณรัฐโซเวียตจีนถูกยุบ[ต้องการอ้างอิง] ตั้งแต่ ค.ศ. 1937 ถึง 1945 การสู้รบภายในยุติลงชั่วคราวและแนวร่วมที่สองร่วมกันต่อสู้กับการรุกรานของญี่ปุ่นในประเทศจีน โดยได้รับความช่วยเหลือจากฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่สองในเวลาต่อมา หลังการยอมจำนนของญี่ปุ่น สงครามกลางเมืองกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง และฝ่ายคอมมิวนิสต์สามารถครองความได้เปรียบในระยะสุดท้ายของสงครามตั้งแต่ ค.ศ. 1945 ถึง 1949 โดยทั่วไปแล้วเรียกว่าการปฏิวัติคอมมิวนิสต์จีน
การสู้รบครั้งใหญ่ในสงครามกลางเมืองจีนสิ้นสุดลงใน ค.ศ. 1949 โดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนสามารถยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของจีนแผ่นดินใหญ่ได้สำเร็จ ขณะที่ก๊กมินตั๋งต้องล่าถอยไปยังนอกชายฝั่ง ทำให้ดินแดนที่ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมเหลือเพียงเกาะไต้หวัน (อดีตอาณานิคมของญี่ปุ่นที่ได้รับคืนมาใน ค.ศ. 1945) เกาะไหหลำ และหมู่เกาะโดยรอบ วันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 1949 เหมา เจ๋อตง ประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประกาศก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วยสุนทรพจน์ในการประชุมเต็มคณะครั้งแรกของสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน[1][2][3] ต่อมามีการจัดพิธีฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ณ จัตุรัสเทียนอันเหมินในวันที่ 1 ตุลาคม โดยเหมาได้อ่านประกาศอย่างเป็นทางการบนประตูเทียนอันเหมิน ทำให้วันที่ 1 ตุลาคมกลายเป็นวันชาติครั้งแรกของประเทศใหม่[4]
คำประกาศ
[แก้]เวลา 15:00 น. ตามเวลาปักกิ่ง ของวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 เหมาประกาศต่อสาธารณชนจากบนประตูเทียนอันเหมิน[5]
同胞们,中华人民共和国中央人民政府今天成立了!
Tóngbāo men, Zhōnghuá Rénmín Gònghéguó Zhōngyāng Rénmín Zhèngfǔ jīntiān chénglì le!เพื่อนร่วมชาติทั้งหลาย วันนี้ รัฐบาลประชาชนส่วนกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ก่อตั้งแล้ว
ภายหลังการบรรเลงเพลงชาติเสร็จสิ้น ประธานเหมาประกาศการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยมีถ้อยแถลงดังนี้
ประชาชนชาวจีนทั่วประเทศต้องเผชิญความทุกข์ยากและความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสมาโดยตลอด นับตั้งแต่รัฐบาลก๊กมินตั๋งซึ่งนำโดยเจียง ไคเชกได้ทรยศต่อปิตุภูมิ สมรู้กับจักรวรรดินิยม และก่อสงครามต่อต้านการปฏิวัติ โชคดีที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนของเราอันได้รับการสนับสนุนจากทั่วทั้งประเทศในการต่อสู้ด้วยความกล้าหาญและเสียสละเพื่อปกป้องอธิปไตยเหนือดินแดนของบ้านเกิด เพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน และเพื่อต่อสู้เพื่อสิทธิของประชาชน และท้ายที่สุดก็สามารถกวาดล้างกำลังต่อต้านการปฏิวัติและโค่นล้มรัฐบาลชาตินิยมได้ สงครามปลดปล่อยประชาชนได้รับชัยชนะโดยพื้นฐาน และประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศได้รับการปลดปล่อย บนพื้นฐานดังกล่าว จึงได้มีการตั้งสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีนสมัยประชุมแรกขึ้น อันประกอบด้วยผู้แทนจากพรรคการเมืองประชาธิปไตยทุกพรรค องค์กรประชาชนของจีน กองทัพปลดปล่อยประชาชน ภูมิภาคและชนชาติต่าง ๆ ทั่วประเทศ ชาวจีนโพ้นทะเล และผู้รักชาติทั้งหลาย
ในฐานะตัวแทนเจตจำนงของประชาชนทั้งชาติ [สมัยประชุมนี้] จึงได้ตรากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยรัฐบาลประชาชนส่วนกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และได้ดำเนินการเลือก
- เหมา เจ๋อตง ให้ดำรงตำแหน่งประธานรัฐบาลประชาชนส่วนกลาง
- จู เต๋อ, หลิว เช่าฉี, ซ่ง ชิ่งหลิง, หลี่ จี้เชิน, จาง หลาน และเกา กั่ง ให้ดำรงตำแหน่งรองประธานรัฐบาลประชาชนส่วนกลาง และ
- เฉิน อี้, เฮ่อ หลง, หลี่ ลี่ซาน, หลิน ปั๋วฉฺวี, เย่ เจี้ยนอิง, เหอ เซียงหนิง, หลิน เปียว, เผิง เต๋อหวย, หลิว ปั๋วเฉิง, อู๋ ยฺวี่จาง, สฺวี เซี่ยงเฉียน, เผิง เจิ้น, ปั๋ว อีปัว, เนี่ย หรงเจิน, โจว เอินไหล, ต่ง ปี้อู่, ไช่ ฝูติ่ง, เหรา ชู่ฉือ, เฉิน เจียเกิง, หลัว หรงหวน, เติ้ง จื่อฮุย, โอลางฮู, สฺวี เท่อลี่, ไช่ ช่าง, หลิว เก๋อผิง, หม่า อิ๋นชู, เฉิน ยฺหวิน, คัง เชิง, หลิน เฟิง, หม่า ซฺวี่หลุน, กัว มั่วรั่ว, จาง ยฺหวินอี้, เติ้ง เสี่ยวผิง, เกา ฉงหมิน, เฉิ่น จฺวินหรู, เฉิ่น เหยียนปิง, เฉิน ชูทง, ซือถู เหม่ย์ถาง, หลี่ สีจิ่ว, หวง เหยียนเผย์, ไช่ ถิงไข่, สี จ้งซฺวิน, เผิง เจ๋อหมิน, จาง จื้อจง, ฟู่ จั้วอี้, หลี่ จู๋เฉิน, หลี่ จางต๋า, จาง หนานเซียน, หลิ่ว ย่าจื่อ, จาง ตงซุน และหลง ยฺหวิน ให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภา เพื่อจัดตั้งสภารัฐบาลประชาชนส่วนกลาง
ประกาศสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนและกำหนดให้ปักกิ่งเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน
สภารัฐบาลประชาชนส่วนกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ณ กรุงปักกิ่งในวันนี้ และมีมติเป็นเอกฉันท์ดังต่อไปนี้:
- ให้ประกาศจัดตั้งรัฐบาลกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
- ให้นำนโยบายร่วมของสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีนมาใช้เป็นนโยบายของรัฐบาล
- แต่งตั้งหลิน ปั๋วฉฺวี จากบรรดาสมาชิกสภา ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภารัฐบาลประชาชนส่วนกลาง
- แต่งตั้งโจว เอินไหล ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสภาบริหารรัฐบาลของรัฐบาลประชาชนส่วนกลาง และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศควบคู่ไปด้วย
- แต่งตั้งเหมา เจ๋อตง ให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการทหารปฏิวัติของรัฐบาลประชาชนส่วนกลาง
- แต่งตั้งจู เต๋อ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพปลดปล่อยประชาชน
- แต่งตั้งเฉิ่น จฺวินหรู ให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลประชาชนสูงสุดของรัฐบาลประชาชนส่วนกลาง และ
- แต่วตั้งหลัว หรงหวน ให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดของสำนักงานอัยการประชาชนสูงสุดของรัฐบาลประชาชนส่วนกลาง
และมอบหมายให้บุคคลเหล่านั้นดำเนินการจัดตั้งหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลขึ้นโดยเร็วเพื่อดำเนินงานของรัฐบาล
ขณะเดียวกัน สภารัฐบาลประชาชนส่วนกลางได้มีมติให้ประกาศไปยังรัฐบาลของประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกว่า รัฐบาลปัจจุบันนี้เป็นรัฐบาลเดียวที่มีอำนาจตามกฎหมายในการเป็นตัวแทนของประชาชนชาวสาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐบาลนี้พร้อมที่จะสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลต่างประเทศใด ๆ ที่ยินดีปฏิบัติตามหลักการแห่งความเสมอภาค ประโยชน์ร่วมกัน และการเคารพซึ่งกันและกันในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน
กรุงปักกิ่ง วันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949
การเฉลิมฉลอง
[แก้]การสวนสนามทหารในวันชาติครั้งแรกถูกจัดขึ้นทันทีหลังจากการประกาศสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีเนี่ย หรงเจิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารภาคเหนือ เป็นผู้บัญชาการ และจู เต๋อ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพปลดปล่อยประชาชน เป็นผู้ตรวจพล การสวนสนามครั้งนี้มีกำลังพลของกองทัพปลดปล่อยประชาชนเข้าร่วมประมาณ 16,000 นาย[7] การสวนสนามทหารซึ่งได้รับอนุมัติในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1949 นับเป็นการสวนสนามทหารครั้งแรกของจีนที่มีขนาดใหญ่และทันสมัย โดยประเทศจีนไม่เคยจัดการสวนสนามทหารต่อสาธารณชนมาก่อนภายใต้รัฐบาลชุดก่อนหน้า หลิว ปั๋วเฉิงได้เสนอให้ผู้บังคับการสวนสนาม หยาง เฉิงอู่ และถัง เยี่ยนเจี๋ย จัดการสวนสนามโดยอิงรูปแบบของโซเวียต ซึ่งเขาเองได้เคยเข้าร่วมชมการเดินสวนสนามบนจัตุรัสแดง กรุงมอสโก โยธวาทิตภูมิภาคทหารภาคเหนือ (ปัจจุบันคือโยธวาทิตกองทัพปลดปล่อยประชาชน) ได้ให้การบรรเลงเพลงประกอบ ซึ่งรวมถึงเพลงมาร์ชกองทัพปลดปล่อยประชาชน[5]
ผลพวง
[แก้]สาธารณรัฐจีนถอยร่นไปยังเกาะไต้หวันภายในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1949 พรรคคอมมิวนิสต์จีนกลายเป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวที่ปกครองประเทศจีน ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาชนจีน มาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 สาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศอย่างเป็นทางการในรัฐธรรมนูญว่าไต้หวันเป็นมณฑลที่ 23 ของตน โดยมีชื่อทางการว่ามณฑลไต้หวัน สาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งตั้งอยู่บนแผ่นดินใหญ่และสาธารณรัฐจีนซึ่งตั้งอยู่บนเกาะไต้หวันต่างอ้างสิทธิ์อย่างเป็นทางการว่าตนเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรมเพียงหนึ่งเดียวของประเทศจีนทั้งหมด ยังไม่มีการลงนามสงบศึกหรือสนธิสัญญาสันติภาพใด ๆ เพื่อยุติสงครามกลางเมืองจีนมาจนถึงปัจจุบัน[8]
ทันทีหลังการประกาศสถาปนา สหภาพโซเวียตและรัฐคอมมิวนิสต์อื่น ๆ เป็นประเทศแรกที่ให้การยอมรับสาธารณรัฐประชาชนจีน ส่วนประเทศตะวันตกหลายประเทศรวมถึงสหรัฐในช่วงแรกยังคงยอมรับการย้ายถิ่นฐานของสาธารณรัฐจีนไปยังไต้หวันว่าเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรมของจีน[9] หลังการประกาศสถาปนา สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อผนวกอำนาจจากรัฐบาลสาธารณรัฐจีนและเริ่มกระบวนการยึดภาคอุตสาหกรรมมาเป็นของรัฐ[10]
ปฏิกิริยา
[แก้]
รัฐบาลสาธารณรัฐจีนและเจียง ไคเชก ผู้นำก๊กมินตั๋ง ออกสารแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันชาติสาธารณรัฐจีนปีที่ 38 ซึ่งกล่าวถึงสาธารณรัฐประชาชนจีนว่าเป็น "รัฐหุ่นเชิดของสหภาพโซเวียต"
ในวัฒนธรรมสมัยนิยม
[แก้]ภาพยนตร์ที่มีฉากพิธีสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่:
- กำเนิดจีนใหม่ (ค.ศ. 1989)
- มังกรสร้างชาติ (ค.ศ. 2009)
- ฉันและมาตุภูมิของฉัน (ค.ศ. 2019)
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ "The Chinese people have stood up". UCLA Center for East Asian Studies. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2009. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2006.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Peaslee, Amos J. (1956), "Data Regarding the 'People's Republic of China'", Constitutions of Nations, Vol. I, 2nd ed., Dordrecht: Springer, น. 533, ISBN 978-94-017-7125-2, ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ตุลาคม 28, 2020, สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 4, 2020
{{citation}}: ISBN / Date ไม่เข้ากัน (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Chaurasia, Radhey Shyam (2004), History of Modern China, New Delhi: Atlantic, น. 1, ISBN 978-81-269-0315-3, ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 15, 2020, สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 15, 2019
{{citation}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Westcott, Ben; Lily Lee (กันยายน 30, 2019). "They were born at the start of Communist China. 70 years later, their country is unrecognizable". CNN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 15, 2019. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 15, 2019.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - 1 2 The Rise Of Mao Zedong | Parade Of The Waking Giant | Timeline (ภาษาอังกฤษ), มิถุนายน 26, 2021, ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 28, 2021, สืบค้นเมื่อ 2021-07-02
{{citation}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Mao, Zedong (1 ตุลาคม 1949). "Proclamation of the Central People's Government of the PRC". Wilson Center. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2024.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ "Reds Proclaim a Republic in China; Chou is Premier; Chinese Republic Launched by Reds". The New York Times. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 8, 2021. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 8, 2019.
{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Lynch, Michael (9 ตุลาคม 2022). "The Chinese Civil War: 1945–49". Osprey Publishing. สืบค้นเมื่อ 4 เมษายน 2024.
There is also a sense in which the Chinese Civil War has not ended; no formal peace treaty or agreement has ever been made.
{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์) - ↑ Lieberthal, Kenneth (1978). "The Politics of Modernization in the PRC".
{{cite journal}}: การอ้างอิง journal จำเป็นต้องระบุ|journal=(วิธีใช้)[ต้องการอ้างอิงเต็มรูปแบบ] - ↑ Croizier, R (1990). "World History in the People's Republic of China". Journal of World History.