ข้ามไปเนื้อหา

การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน
ชื่อพื้นเมือง 中华人民共和国开国大典
วันที่1 ตุลาคม 1949; 77 ปีก่อน (1949-10-01)
สถานที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน
ที่ตั้งปักกิ่ง
ผู้เข้าร่วมเหมา เจ๋อตง
พรรคคอมมิวนิสต์จีน
กองทัพปลดปล่อยประชาชน
ธงชาติสาธารณรัฐประชาชนจีน

พิธีสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน (จีน: 中华人民共和国开国大典) กระทำโดยเหมา เจ๋อตงในฐานะประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีนเมื่อ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 ณ จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ในพิธีดังกล่าว เหมาได้ประกาศสถาปนารัฐบาลประชาชนส่วนกลาง รัฐบาลของประเทศใหม่ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน นับเป็นการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านี้ พรรคคอมมิวนิสต์จีนประกาศตั้งสาธารณรัฐโซเวียตจีนขึ้นในพื้นที่ที่พรรคควบคุมอยู่ ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในประเทศจีนเมื่อ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1931 ที่รุ่ยจิน สาธารณรัฐโซเวียตจีนดำรงอยู่เป็นเวลาเจ็ดปีก่อนถูกยุบเลิกใน ค.ศ. 1937

ในพิธีมีการบรรเลงเพลงชาติใหม่ คือ "มาร์ชทหารอาสา" และได้ทำการเปิดเผยธงชาติใหม่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน (ธงแดงห้าดาว) ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก โดยมีการชักขึ้นสู่ยอดเสาเป็นครั้งแรก พร้อมกันนั้นมีการยิงสลุต 21 นัด เป็นการประกาศการก่อตั้งรัฐใหม่ จากนั้นกองทัพปลดปล่อยประชาชนได้จัดการสวนสนามทางทหารต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก

สาธารณรัฐจีนถอยร่นไปยังเกาะไต้หวันภายในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1949

ภูมิหลัง

[แก้]

สงครามกลางเมืองจีนเป็นสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลแห่งชาติสาธารณรัฐจีนซึ่งนำโดยพรรคก๊กมินตั๋งกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน โดยมีการสู้รบอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาตั้งแต่ ค.ศ. 1927 จนถึง 1949 สงครามครั้งนี้แบ่งออกเป็นสองช่วงโดยมีช่วงคั่นคือตั้งแต่เดือนสิงหาคม ค.ศ. 1927 ถึง 1937 แนวร่วมที่หนึ่งสิ้นสุดลงระหว่างการกรีธาทัพขึ้นเหนือ และฝ่ายชาตินิยมเข้าควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจีน วันที่ 7 พฤศจิกายน ค.ศ. 1931 พรรคคอมมิวนิสต์จีนประกาศตั้งสาธารณรัฐโซเวียตจีนในรุ่ยจินซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายคอมมิวนิสต์ควบคุมอยู่ และรัฐบาลสาธารณรัฐโซเวียตจีนได้อพยพไปยังเหยียนอานระหว่างการเดินทัพทางไกลกระทั่งสาธารณรัฐโซเวียตจีนถูกยุบ[ต้องการอ้างอิง] ตั้งแต่ ค.ศ. 1937 ถึง 1945 การสู้รบภายในยุติลงชั่วคราวและแนวร่วมที่สองร่วมกันต่อสู้กับการรุกรานของญี่ปุ่นในประเทศจีน โดยได้รับความช่วยเหลือจากฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่สองในเวลาต่อมา หลังการยอมจำนนของญี่ปุ่น สงครามกลางเมืองกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง และฝ่ายคอมมิวนิสต์สามารถครองความได้เปรียบในระยะสุดท้ายของสงครามตั้งแต่ ค.ศ. 1945 ถึง 1949 โดยทั่วไปแล้วเรียกว่าการปฏิวัติคอมมิวนิสต์จีน

การสู้รบครั้งใหญ่ในสงครามกลางเมืองจีนสิ้นสุดลงใน ค.ศ. 1949 โดยพรรคคอมมิวนิสต์จีนสามารถยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของจีนแผ่นดินใหญ่ได้สำเร็จ ขณะที่ก๊กมินตั๋งต้องล่าถอยไปยังนอกชายฝั่ง ทำให้ดินแดนที่ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมเหลือเพียงเกาะไต้หวัน (อดีตอาณานิคมของญี่ปุ่นที่ได้รับคืนมาใน ค.ศ. 1945) เกาะไหหลำ และหมู่เกาะโดยรอบ วันที่ 21 กันยายน ค.ศ. 1949 เหมา เจ๋อตง ประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประกาศก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนด้วยสุนทรพจน์ในการประชุมเต็มคณะครั้งแรกของสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีน[1][2][3] ต่อมามีการจัดพิธีฉลองอย่างยิ่งใหญ่ ณ จัตุรัสเทียนอันเหมินในวันที่ 1 ตุลาคม โดยเหมาได้อ่านประกาศอย่างเป็นทางการบนประตูเทียนอันเหมิน ทำให้วันที่ 1 ตุลาคมกลายเป็นวันชาติครั้งแรกของประเทศใหม่[4]

คำประกาศ

[แก้]

เวลา 15:00 น. ตามเวลาปักกิ่ง ของวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 เหมาประกาศต่อสาธารณชนจากบนประตูเทียนอันเหมิน[5]

同胞们,中华人民共和国中央人民政府今天成立了!
Tóngbāo men, Zhōnghuá Rénmín Gònghéguó Zhōngyāng Rénmín Zhèngfǔ jīntiān chénglì le!


เพื่อนร่วมชาติทั้งหลาย วันนี้ รัฐบาลประชาชนส่วนกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ก่อตั้งแล้ว

ภายหลังการบรรเลงเพลงชาติเสร็จสิ้น ประธานเหมาประกาศการก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยมีถ้อยแถลงดังนี้

ประชาชนชาวจีนทั่วประเทศต้องเผชิญความทุกข์ยากและความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสมาโดยตลอด นับตั้งแต่รัฐบาลก๊กมินตั๋งซึ่งนำโดยเจียง ไคเชกได้ทรยศต่อปิตุภูมิ สมรู้กับจักรวรรดินิยม และก่อสงครามต่อต้านการปฏิวัติ โชคดีที่กองทัพปลดปล่อยประชาชนของเราอันได้รับการสนับสนุนจากทั่วทั้งประเทศในการต่อสู้ด้วยความกล้าหาญและเสียสละเพื่อปกป้องอธิปไตยเหนือดินแดนของบ้านเกิด เพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของประชาชน และเพื่อต่อสู้เพื่อสิทธิของประชาชน และท้ายที่สุดก็สามารถกวาดล้างกำลังต่อต้านการปฏิวัติและโค่นล้มรัฐบาลชาตินิยมได้ สงครามปลดปล่อยประชาชนได้รับชัยชนะโดยพื้นฐาน และประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศได้รับการปลดปล่อย บนพื้นฐานดังกล่าว จึงได้มีการตั้งสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีนสมัยประชุมแรกขึ้น อันประกอบด้วยผู้แทนจากพรรคการเมืองประชาธิปไตยทุกพรรค องค์กรประชาชนของจีน กองทัพปลดปล่อยประชาชน ภูมิภาคและชนชาติต่าง ๆ ทั่วประเทศ ชาวจีนโพ้นทะเล และผู้รักชาติทั้งหลาย

ในฐานะตัวแทนเจตจำนงของประชาชนทั้งชาติ [สมัยประชุมนี้] จึงได้ตรากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยรัฐบาลประชาชนส่วนกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และได้ดำเนินการเลือก

ประกาศสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนและกำหนดให้ปักกิ่งเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐประชาชนจีน

สภารัฐบาลประชาชนส่วนกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ณ กรุงปักกิ่งในวันนี้ และมีมติเป็นเอกฉันท์ดังต่อไปนี้:

  • ให้ประกาศจัดตั้งรัฐบาลกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
  • ให้นำนโยบายร่วมของสภาที่ปรึกษาทางการเมืองแห่งประชาชนจีนมาใช้เป็นนโยบายของรัฐบาล
  • แต่งตั้งหลิน ปั๋วฉฺวี จากบรรดาสมาชิกสภา ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภารัฐบาลประชาชนส่วนกลาง
  • แต่งตั้งโจว เอินไหล ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสภาบริหารรัฐบาลของรัฐบาลประชาชนส่วนกลาง และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศควบคู่ไปด้วย
  • แต่งตั้งเหมา เจ๋อตง ให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการทหารปฏิวัติของรัฐบาลประชาชนส่วนกลาง
  • แต่งตั้งจู เต๋อ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพปลดปล่อยประชาชน
  • แต่งตั้งเฉิ่น จฺวินหรู ให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลประชาชนสูงสุดของรัฐบาลประชาชนส่วนกลาง และ
  • แต่วตั้งหลัว หรงหวน ให้ดำรงตำแหน่งอัยการสูงสุดของสำนักงานอัยการประชาชนสูงสุดของรัฐบาลประชาชนส่วนกลาง

และมอบหมายให้บุคคลเหล่านั้นดำเนินการจัดตั้งหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐบาลขึ้นโดยเร็วเพื่อดำเนินงานของรัฐบาล

ขณะเดียวกัน สภารัฐบาลประชาชนส่วนกลางได้มีมติให้ประกาศไปยังรัฐบาลของประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกว่า รัฐบาลปัจจุบันนี้เป็นรัฐบาลเดียวที่มีอำนาจตามกฎหมายในการเป็นตัวแทนของประชาชนชาวสาธารณรัฐประชาชนจีน รัฐบาลนี้พร้อมที่จะสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลต่างประเทศใด ๆ ที่ยินดีปฏิบัติตามหลักการแห่งความเสมอภาค ประโยชน์ร่วมกัน และการเคารพซึ่งกันและกันในอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน


กรุงปักกิ่ง วันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949

การเฉลิมฉลอง

[แก้]

การสวนสนามทหารในวันชาติครั้งแรกถูกจัดขึ้นทันทีหลังจากการประกาศสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีเนี่ย หรงเจิน ผู้บัญชาการมณฑลทหารภาคเหนือ เป็นผู้บัญชาการ และจู เต๋อ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองทัพปลดปล่อยประชาชน เป็นผู้ตรวจพล การสวนสนามครั้งนี้มีกำลังพลของกองทัพปลดปล่อยประชาชนเข้าร่วมประมาณ 16,000 นาย[7] การสวนสนามทหารซึ่งได้รับอนุมัติในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1949 นับเป็นการสวนสนามทหารครั้งแรกของจีนที่มีขนาดใหญ่และทันสมัย โดยประเทศจีนไม่เคยจัดการสวนสนามทหารต่อสาธารณชนมาก่อนภายใต้รัฐบาลชุดก่อนหน้า หลิว ปั๋วเฉิงได้เสนอให้ผู้บังคับการสวนสนาม หยาง เฉิงอู่ และถัง เยี่ยนเจี๋ย จัดการสวนสนามโดยอิงรูปแบบของโซเวียต ซึ่งเขาเองได้เคยเข้าร่วมชมการเดินสวนสนามบนจัตุรัสแดง กรุงมอสโก โยธวาทิตภูมิภาคทหารภาคเหนือ (ปัจจุบันคือโยธวาทิตกองทัพปลดปล่อยประชาชน) ได้ให้การบรรเลงเพลงประกอบ ซึ่งรวมถึงเพลงมาร์ชกองทัพปลดปล่อยประชาชน[5]

ผลพวง

[แก้]

สาธารณรัฐจีนถอยร่นไปยังเกาะไต้หวันภายในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1949 พรรคคอมมิวนิสต์จีนกลายเป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียวที่ปกครองประเทศจีน ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่าสาธารณรัฐประชาชนจีน มาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1949 สาธารณรัฐประชาชนจีนประกาศอย่างเป็นทางการในรัฐธรรมนูญว่าไต้หวันเป็นมณฑลที่ 23 ของตน โดยมีชื่อทางการว่ามณฑลไต้หวัน สาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งตั้งอยู่บนแผ่นดินใหญ่และสาธารณรัฐจีนซึ่งตั้งอยู่บนเกาะไต้หวันต่างอ้างสิทธิ์อย่างเป็นทางการว่าตนเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรมเพียงหนึ่งเดียวของประเทศจีนทั้งหมด ยังไม่มีการลงนามสงบศึกหรือสนธิสัญญาสันติภาพใด ๆ เพื่อยุติสงครามกลางเมืองจีนมาจนถึงปัจจุบัน[8]

ทันทีหลังการประกาศสถาปนา สหภาพโซเวียตและรัฐคอมมิวนิสต์อื่น ๆ เป็นประเทศแรกที่ให้การยอมรับสาธารณรัฐประชาชนจีน ส่วนประเทศตะวันตกหลายประเทศรวมถึงสหรัฐในช่วงแรกยังคงยอมรับการย้ายถิ่นฐานของสาธารณรัฐจีนไปยังไต้หวันว่าเป็นรัฐบาลที่ชอบธรรมของจีน[9] หลังการประกาศสถาปนา สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อผนวกอำนาจจากรัฐบาลสาธารณรัฐจีนและเริ่มกระบวนการยึดภาคอุตสาหกรรมมาเป็นของรัฐ[10]

ปฏิกิริยา

[แก้]

ในวัฒนธรรมสมัยนิยม

[แก้]

ภาพยนตร์ที่มีฉากพิธีสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้แก่:

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ "The Chinese people have stood up". UCLA Center for East Asian Studies. ข้อมูลเก่าจากต้นฉบับ เมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2009. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2006.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. ↑ Peaslee, Amos J. (1956), "Data Regarding the 'People's Republic of China'", Constitutions of Nations, Vol. I, 2nd ed., Dordrecht: Springer, น. 533, ISBN 978-94-017-7125-2, ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ตุลาคม 28, 2020, สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 4, 2020 {{citation}}: ISBN / Date ไม่เข้ากัน (วิธีใช้)CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. ↑ Chaurasia, Radhey Shyam (2004), History of Modern China, New Delhi: Atlantic, น. 1, ISBN 978-81-269-0315-3, ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มีนาคม 15, 2020, สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 15, 2019{{citation}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. ↑ Westcott, Ben; Lily Lee (กันยายน 30, 2019). "They were born at the start of Communist China. 70 years later, their country is unrecognizable". CNN. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ ธันวาคม 15, 2019. สืบค้นเมื่อ ธันวาคม 15, 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. 1 2 The Rise Of Mao Zedong | Parade Of The Waking Giant | Timeline (ภาษาอังกฤษ), มิถุนายน 26, 2021, ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 28, 2021, สืบค้นเมื่อ 2021-07-02{{citation}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. ↑ Mao, Zedong (1 ตุลาคม 1949). "Proclamation of the Central People's Government of the PRC". Wilson Center. สืบค้นเมื่อ 5 พฤษภาคม 2024.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. ↑ "Reds Proclaim a Republic in China; Chou is Premier; Chinese Republic Launched by Reds". The New York Times. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ มิถุนายน 8, 2021. สืบค้นเมื่อ ตุลาคม 8, 2019.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. ↑ Lynch, Michael (9 ตุลาคม 2022). "The Chinese Civil War: 1945–49". Osprey Publishing. สืบค้นเมื่อ 4 เมษายน 2024. There is also a sense in which the Chinese Civil War has not ended; no formal peace treaty or agreement has ever been made.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. ↑ Lieberthal, Kenneth (1978). "The Politics of Modernization in the PRC". {{cite journal}}: การอ้างอิง journal จำเป็นต้องระบุ |journal= (วิธีใช้)[ต้องการอ้างอิงเต็มรูปแบบ]
  10. ↑ Croizier, R (1990). "World History in the People's Republic of China". Journal of World History.