การรุกจากปารีสถึงแม่น้ำไรน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
การทัพแนวซีกฟรีด
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามโลกครั้งที่สอง
Americans cross Siegfried Line.jpg
กลุ่มทหารสหรัฐได้เคลื่อนที่ผ่านแนวซีกฟรีด.
วันที่ 25 สิงหาคม 1944 – 7 มีนาคม 1945
(6 เดือน 1 สัปดาห์ 3 วัน)
สถานที่ ตลอดและบริเวณรอบแนวซีกฟรีด, (ฝรั่งเศส, เบลเยียม, ลักเซมเบิร์ก, เนเธอร์แลนด์ และ เยอรมนี)
ผลลัพธ์ สัมพันธมิตรได้รับชัยชนะ
คู่ขัดแย้ง
สัมพันธมิตรตะวันตก
 สหรัฐ
 สหราชอาณาจักร
 แคนาดา
ฝรั่งเศส ฝรั่งเศส
โปแลนด์ Poland
และอื่นๆ
 ไรช์เยอรมัน
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
สหรัฐ Dwight D. Eisenhower
(SHAEF)
สหราชอาณาจักร Bernard Montgomery
(21st Army Group)
สหรัฐ Omar Bradley
(12th Army Group)
สหรัฐ Jacob L. Devers
(6th Army Group)
นาซีเยอรมนี แกร์ด ฟอน รุนด์ชเตดท์
(Oberbefehlshaber West)
นาซีเยอรมนี ไวล์แทร์ มอเดิล
(กองทัพกลุ่ม B)
กำลัง
4.5 million troops (91 divisions)[1] ~1,500,000 troops[ต้องการอ้างอิง]
กำลังพลสูญเสีย
U.S.:
240,082 casualties
(50,410 killed,
172,450 wounded,
24,374 captured or missing)
(15 September 1944 – 21 March 1945)

U.K.
~32,366
Total:
272,448+
[2]


400,000+ casualties[3]
  • ~40,000 killed
  • ~80,000 wounded
  • 280,000+ captured

การรุกจากปารีสถึงแม่น้ำไรน์ของฝ่ายสัมพันธมิตร เป็นยุทธวีธีหนึ่งในแนวรบตะวันตกของสงครามโลกครั้งที่สอง

ช่วงนั้นอยู่ในช่วงท้ายของการรบในนอร์มังดีหรือปฏิบัติการโอเวอร์ลอร์ด (25 สิงหาคม 1944),เยอรมันได้รวบรวมกองกำลังในการรุกโต้ตอบในช่วงฤดูหนาวผ่านป่าอาร์แดน (เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปคือ ยุทธการตอกลิ่ม) และปฏิบัติการ Nordwind (ใน Alsace และ Lorraine).ถึงสัมพันธมิตรได้เตรียมความพร้อมที่จะข้ามแม่น้ำไรน์ในช่วงต้นเดือน ปี 1945.ประมาณตรงคร่าวๆด้วยเจ้าหน้าที่ทางการทหาร หน่วยปฏิบัติการยุโรปของกองทัพสหรัฐอเมริกา (ETOUSA) ของการทัพไรน์และอาร์แดน-Alsace

อ้างอิง[แก้]

  1. MacDonald, C (2005), The Last Offensive: The European Theater of Operations. University Press of the Pacific, p.322
  2. http://cgsc.cdmhost.com/cdm4/document.php?CISOROOT=/p4013coll8&CISOPTR=130&REC=2 Army Battle Casualties and Nonbattle deaths in World War II p.93
  3. Zaloga, Steve, and Dennis, Peter (2006). Remagen 1945: endgame against the Third Reich. Oxford: Osprey Publishing. ISBN 1-84603-249-0. Page 88.