การฟื้นฟูป่าชายเลน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

การฟื้นฟูป่าชายเลน คือการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าชายเลนในพื้นที่ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ การปฏิบัติการฟื้นฟูป่าชายเลนเป็นพื้นฐานต่อการสร้างวินัยในการฟื้นฟูระบบนิเวศ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อ “[ช่วยเหลือ]การฟื้นตัวต่อความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวของระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม, ได้รับความเสียหาย หรือถูกทำลาย”[1] ตั้งแต่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเป็นภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความสำเร็จสำหรับการฟื้นฟูระบบนิเวศที่มีความหมาย จึงไม่เพียงแต่คงไว้ซึ่งสภาพเดิม หากแต่เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

บริบทเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม[แก้]

ป่าชายเลน พร้อมกับสายพันธุ์สัตว์ที่พักพิง เป็นตัวแทนของแหล่งที่มาของความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญทั่วโลก และให้นิเวศบริการที่มีคุณค่าต่อมนุษยชาติ โดยเป็นประโยชน์ต่อสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม, สัตว์เลื้อยคลาน และนกอพยพ ในฐานะของการให้อาหารและเป็นพื้นที่เพาะพันธุ์ และเอื้อต่อการเป็นที่อยู่อาศัยที่สำคัญของปลา และสายพันธุ์ครัสเตเชียนที่มีความสำคัญในเชิงพาณิชย์ รากของป่าชายเลนยังเป็นกันชนทางกายภาพของฝั่งทะเล จากผลกระทบโดยการกัดกร่อนของคลื่นทะเลและพายุ นอกจากนี้ ป่าชายเลนยังได้ปกป้องพื้นที่ชายฝั่งโดยการดูดซับน้ำท่วม และชะลอตัวการไหลของตะกอนในแม่น้ำ จากการมีตะกอนตกค้างในที่แห่งนี้ จึงอาจมีของเสียที่เป็นพิษเกิดขึ้น รวมถึงมีการปรับปรุงคุณภาพของน้ำและสุขาภิบาลในชุมชนชายฝั่ง

สำหรับชุมชนมนุษย์ที่พึ่งพาป่าชายเลน ป่าชายเลนเป็นแหล่งที่มาของรายได้ในท้องถิ่นอย่างยั่งยืนจากการเก็บเกี่ยวผลิตผลของปลาและขอนไม้ เช่นเดียวกับที่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากป่า เช่น พืชสมุนไพร, ใบปาล์ม และน้ำผึ้ง ในระดับโลก ป่าชายเลนยังทำหน้าที่ดูดสารคาร์บอนในปริมาณที่เทียบได้กับการปกคลุมท้องฟ้าของป่าฝนบนบก ซึ่งหมายความว่าป่าเหล่านั้นอาจจะมีบทบาทสำคัญในการบรรเทาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ[2] นอกจากนี้ ยังเป็นการปกป้องชายฝั่งทางกายภาพจากระดับน้ำทะเลที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ[3] อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีข้อจำกัดของป่าชายเลนที่จะปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีการคาดการณ์ว่าระดับน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้น 1 เมตรและจะทำลายป่าชายเลนในหลายภูมิภาคทั่วโลก[4] ซึ่งชุมชนชายฝั่งจะเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม, การกัดเซาะชายฝั่ง, การถูกรุกล้ำของน้ำเค็ม และภัยจากพายุที่เพิ่มขึ้น[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. "FSM 2000 – National Forest Resource Management, Chapter 2020 – Ecological Restoration and Resilience". สืบค้นเมื่อ 9 April 2012. 
  2. Spalding, Mark; Kainuma, Mami, and Collins, Lorna (2010). World Atlas of Mangroves. London, UK: Washington, DC: Earthscan. 
  3. "Millennium Ecosystem Assessment. Ecosystems and Human Well-Being: Wetlands and Water Synthesis.". Washington, DC: World Resources Institute. 2005. สืบค้นเมื่อ 10 July 2012. 
  4. "Working Group II: Impacts, Adaptation and Vulnerability. 19.3.3.5, "Mangrove Ecosystems"". IPCC Fourth Assessment Report: Climate Change 2001. สืบค้นเมื่อ 24 June 2012. 
  5. Field, C.D. (1995). "Impact of expected climate change on mangroves". Hydrobiologia 295 (1-3): 75–81. doi:10.1007/BF00029113. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]