ข้ามไปเนื้อหา

การปัสสาวะรดยามกลางคืน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การปัสสาวะรดยามกลางคืน
ชื่ออื่นการกลั้นปัสสาวะไม่ได้เวลากลางคืน, การปัสสาวะรดที่นอน
คราบปัสสาวะบนเครื่องนอนซึ่งเกิดจากการปัสสาวะรดยามกลางคืน
สาขาวิชากุมารเวชศาสตร์, จิตวิทยา, วิทยาทางเดินปัสสาวะ

การปัสสาวะรดยามกลางคืน (อังกฤษ: nocturnal enuresis; NE) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า การปัสสาวะรดที่นอน (อังกฤษ: bedwetting) คือการปัสสาวะโดยไม่ตั้งใจขณะหลับ หลังจากผ่านพ้นช่วงวัยที่ควรจะสามารถควบคุมกระเพาะปัสสาวะได้แล้ว[1] การปัสสาวะรดที่นอนในเด็กและผู้ใหญ่อาจส่งผลให้เกิดความเครียดทางอารมณ์ได้[2] และภาวะแทรกซ้อนอาจรวมไปถึงการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ[2][3][4][5]

ส่วนใหญ่แล้ว การปัสสาวะรดที่นอนเกิดจากพัฒนาการล่าช้า ไม่ใช่ปัญหาทางอารมณ์หรือความเจ็บป่วยทางร่างกาย มีเพียงส่วนน้อย (ร้อยละ 5 ถึง 10) เท่านั้นที่มีสาเหตุทางการแพทย์ที่เฉพาะเจาะจง[6] การปัสสาวะรดที่นอนมักมีความเกี่ยวข้องกับประวัติครอบครัวอีกด้วย[7] การปัสสาวะรดยามกลางคืนสามารถแบ่งได้เป็นแบบปฐมภูมิคือกรณีที่เด็กยังไม่เคยผ่านช่วงที่ควบคุมอาการไม่ให้ปัสสาวะรดที่นอนได้เป็นเวลานาน และแบบทุติยภูมิคือเมื่อเด็กหรือผู้ใหญ่เริ่มปัสสาวะรดที่นอนอีกครั้งหลังจากที่เคยควบคุมได้มาแล้ว

การรักษามีตั้งแต่พฤติกรรมบำบัด เช่น การใช้เครื่องเตือนปัสสาวะรดที่นอน ไปจนถึงการใช้ยา[8][9] เช่น การบำบัดด้วยการทดแทนฮอร์โมน และแม้กระทั่งการผ่าตัด เช่น การขยายท่อปัสสาวะ เนื่องจากภาวะปัสสาวะรดที่นอนส่วนใหญ่เป็นเพียงเรื่องของพัฒนาการที่ล่าช้า แผนการรักษาส่วนใหญ่จึงมุ่งเน้นไปที่การปกป้องหรือเสริมสร้างความภูมิใจแห่งตน[6] โดยแนวปฏิบัติในการรักษาแนะนำให้แพทย์ให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครอง[10] พร้อมทั้งเตือนถึงผลกระทบทางจิตใจที่อาจเกิดจากการกดดัน การทำให้อับอาย หรือการลงโทษในสิ่งที่เด็กไม่สามารถควบคุมได้[6] ซึ่งการปัสสาวะรดที่นอนเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยที่สุดในวัยเด็ก[11][12][13]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Fischer, Emil (May 1860). "Cases from the Surgical Clinic of the Philadelphia Hospital: Service of Professor Gross". The North American Medico-chirurgical Review. 4 (3): 455. PMC 10344007. PMID 38079927.
  2. 1 2 "Definition & Facts for Bladder Control Problems & Bedwetting in Children". National Institute of Diabetes and Digestive and Kidney Diseases. September 2017. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 25 October 2017. สืบค้นเมื่อ 25 October 2017.
  3. Lallemand, François; McDougall, Henry J (1853). McDougall, Henry J. (บ.ก.). A Practical Treatise on the Causes, Symptoms, and Treatment of Spermatorrhoea. Harvard University: Blanchard and Lea. p. 231.
  4. Cooper, Samuel (1807). The first lines of the practice of surgery. the University of California: Richard Phillips. p. 456.
  5. Navy, United States (1954). Medical News Letter. p. 18.
  6. 1 2 3 Johnson, Mary. "Nocturnal Enuresis". www.duj.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-01-22. สืบค้นเมื่อ 2008-02-02.
  7. "Bedwetting". The Royal Children's Hospital Melbourne. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-12-26. สืบค้นเมื่อ 2009-10-20.
  8. Trousseau, Armand (1882). "Clinical Medicine". Clinical Medicine Lectures Delivered at the Hôtel-Dieu, Paris. P. Blakiston, Son. 2: 304.
  9. Adee, D. (1843). "The Retrospect of Practical Medicine and Surgery". Being a Half-yearly Journal Containing a Retrospective View of Every Discovery and Practical Improvement in the Medical Sciences. 1–4: 73.
  10. Cook DE, Monro IS, West DH (1945). "Standard Catalog for Public Libraries: 1941-1945 supplement to the 1940 edition". Standard Catalog for Public Libraries: Supplement... 1941-, H.W. Wilson Company. H. W. Wilson Company, 1945. 1: 18.
  11. Paredes, Potenciano Reynoso. "Case Based Pediatrics For Medical Students and Residents". Department of Pediatrics, University of Hawaii John A. Burns School of Medicine. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-05-30. สืบค้นเมื่อ 2010-05-28.
  12. "Nocturnal Enuresis". UCLA Urology. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-07-07. สืบค้นเมื่อ 2010-05-28.
  13. Butler RJ, Holland P (August 2000). "The three systems: a conceptual way of understanding nocturnal enuresis". Scandinavian Journal of Urology and Nephrology. 34 (4): 270–7. doi:10.1080/003655900750042022. PMID 11095087. S2CID 35856153.