ข้ามไปเนื้อหา

การประท้วงกรณีแมฮ์ซอ แอมีนี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
การประท้วงกรณีแมฮ์ซอ แอมีนี
ส่วนหนึ่งของ การประท้วงกฎหมายบังคับสวมฮิญาบในประเทศอิหร่าน และผลที่ตามมาหลังการเสียชีวิตของแมฮ์ซอ แอมีนี
บนและกลาง: ผู้ประท้วงที่ ถนนใหญ่เคชอแวร์ซ
ล่าง: ผู้ประท้วงที่มหาวิทยาลัยแอมีร์ แคบีร์
วันที่16 กันยายน พ.ศ. 2565 – 18 มิถุนายน พ.ศ. 2566
(9 เดือน 2 วัน)
สถานที่ประเทศอิหร่าน กับการชุมนุมแสดงความสามัคคีทั่วโลก[1]
สาเหตุ
เป้าหมาย
วิธีการการประท้วง, การเดินขบวน, การจลาจล, การปิดถนน, การตั้งสิ่งกีดขวาง, การนัดหยุดงาน, การนัดหยุดเรียน และการดื้อแพ่งต่อกฎหมายสวมฮิญาบในที่สาธารณะ
ผล
  • จากความรุนแรงของตำรวจ ประชากรหลายร้อยคนถูกสังหาร และหลายหมื่นตนถูกตีหรือคุมตัว
  • การเติบโตของขบวนการประชาธิปไตยอิหร่าน
  • การเปิดเผยตนเอง การลาออก และการสนับสนุนจากบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงอย่างไม่เคยมีมาก่อน
  • การประท้วงล้มเหลว และถูกรัฐบาลปราบปราม
คู่ขัดแย้ง
ผู้ประท้วง
ผู้นำ
ไม่มีศูนย์กลาง
ความเสียหาย
เสียชีวิตมากกว่า 319 คน[2][3][4]
บาดเจ็บ1160 คน [5]

การประท้วงกรณีแมฮ์ซอ แอมีนี (เปอร์เซีย: مهسا امینی) เป็นชุดการประท้วงและการก่อความไม่สงบที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศอิหร่านตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2022 หลังการเสียชีวิตของแมฮ์ซอ แอมีนี ระหว่างที่เธอถูกตำรวจคุมขัง กล่าวกันว่าเธอถูกสายตรวจศีลธรรมของอิหร่านทุบตีหลังจากถูกกล่าวหาว่าละเมิดรูปแบบการสวมฮิญาบมาตรฐานตามกฎหมายในที่สาธารณะ[6] การประท้วงเริ่มต้นในเมืองใหญ่อย่างแซกเกซ, แซแนนแดจ, ดีวอนแดร์เร, บอเน และบีจอร์ในจังหวัดเคอร์ดิสถาน ต่อมาจึงได้กระจายไปตามเมืองใหญ่อื่น ๆ ในประเทศอิหร่าน รวมถึงในกรุงเตหะราน รวมทั้งมีการชุมนุมชาวอิหร่านในอาศัยในต่างประเทศเช่น ทวีปยุโรป แคนาดา สหรัฐ และตุรกี[7][8]และ การก่อจลาจลที่แพร่หลายมากที่สุด นับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในปี ค.ศ. 1979

ข้อมูลเมื่อ 22 กันยายน ค.ศ. 2022 (2022 -09-22) มีผู้ประท้วงอย่างน้อย 31 รายที่เสียชีวิตจากการปราบปรามผู้ชุมนุม ถือเป็นการประท้วงที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่การประท้วงในปี 2019–2020 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 1,500 ราย[2]

นอกจากจะพยายามสลายการชุมนุมแล้ว รัฐบาลอิหร่านยังจำกัดการเข้าถึงแอปพลิเคชันอย่างอินสตาแกรมและวอตแซปส์ ไปจนถึงการจำกัดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เพื่อให้การจัดการประท้วงเป็นไปอย่างยากลำบาก ถือเป็นการจำกัดอินเทอร์เน็ตครั้งที่หนักที่สุดนับตั้งแต่การประท้วงในปี 2019 ที่ตัดขาดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตโดยสมบูรณ์[9]การโจมตีผู้ชุมนุมได้นำไปสู่การที่ผู้ชุมนุมบุกทำลายสถานที่ราชการ, ฐานทัพของรัฐบาล, ศูนย์ศาสนา, เผารถตำรวจ ยังมีการฉีกทำลายป้ายโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านอเมริกา, โปสเตอร์และรูปปั้นของผู้นำสูงสุด แอลี ฆอเมเนอี และอดีตผู้นำสูงสุด รูฮุลลอฮ์ โคมัยนี โดยการชุมนุมของกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเตหะรานและมีการชุมนุมนักศึกษาในสถานศึกษาทั่วในประเทศเพื่อต้องการความยุติธรรม ต่อมาตำรวจควบุมฝูงชนได้เอาแก๊สน้ำตา รถควบคุมฝูงชน หนังสติ๊กยิง ทำให้กลุ่มผู้ชุนนุมได้รับบาดเจ็บ

อ้างอิง

[แก้]
  1. "Worldwide protests continue after the death of 22-year-old Mahsa Amini". USA Today. 24 กันยายน 2022. ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 24 กันยายน 2022. สืบค้นเมื่อ 25 กันยายน 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. 1 2 "Eʿterāżāt dar Irān; Afzāyeš-e Āmār-e Koštešodegān beh biš az 30 Hamzamān bā Eḫtelāl dar Internet" اعتراضات در ایران؛ افزایش آمار کشته‌شدگان به بیش از ۳۰ نفر همزمان با اختلال در اینترنت [Protests in Iran; The Number of Those Killed has Increased to over 30 People Simultaneously With Internet Blackout]. Iran Human Rights (ภาษาเปอร์เซีย). สืบค้นเมื่อ 2022-09-22.{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์)
  3. "31 Killed In Iran Crackdown On Anti-Hijab Protesters After Custody Death". NDTV. 22 กันยายน 2022.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. "At least 36 killed as Iran protests over Mahsa Amini's death rage: NGO". Al Arabiya News. 23 กันยายน 2022.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  5. "Hengaw Report No. 7 on the Kurdistan protests, 18 dead and 898 injured". Hengaw (ภาษาKurdish (Arabic script)). สืบค้นเมื่อ 28 กันยายน 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  6. Strzyżyńska, Weronika (16 กันยายน 2022). "Iranian woman dies 'after being beaten by morality police' over hijab law". the Guardian (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 22 กันยายน 2022.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. Mahsa Amini: EU concern over woman who died after being stopped by morality police , euronews, 2022
  8. Reuters (2022-09-20). "Protests flare across Iran in violent unrest over woman's death". Reuters (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 2022-09-23. {{cite news}}: |last= มีชื่อทั่วไป (วิธีใช้)
  9. "Iran restricts access to WhatsApp and Instagram in response to Mahsa Amini protests". 21 กันยายน 2022.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)