การทำให้เป็นอาณานิคมของยุโรปในทวีปอเมริกา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Spanish Empire under king Philip II (1598).
Territorial evolution of North America of non-native nation states from 1750 to 2008.

การทำให้เป็นอาณานิคมของยุโรปในทวีปอเมริกา เกิดจากยุคแห่งการสำรวจโดยมีจุดประสงค์เพื่อหาคู่ค้าขายใหม่ และโดยเฉพาะเพื่อการแสวงหาสินค้าเพื่อสนองความต้องการของตลาดตามต้องการ

ประวัติ[แก้]

เริ่มขึ้นในปีค.ศ. 1492 เมื่อสเปนที่มีหัวหน้าคือคริสโตเฟอร์ โคลัมบัสได้ค้นพบ“โลกใหม่” ซึ่งก็คือทวีปอเมริกา ในปี ค.ศ. 1500 นักเดินเรือชาวโปรตุเกสเปดรู อัลวาเรซ กาบรัลก็เดินทางไปสำรวจดินแดนในอเมริกาใต้ที่ปัจจุบันเรียกว่าบราซิล การเลี่ยงเส้นทางที่ไม่ให้ทับกันระหว่างสองมหาอำนาจนี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งระหว่างสองราชอาณาจักร[1] ในที่สุดพระสันตะปาปาก็เข้ามาแก้ไขปัญหาในปี ค.ศ. 1494 ในข้อตกลงในสนธิสัญญาทอร์เดสซิลลาส (Treaty of Tordesillas) ที่แบ่งโลกระหว่างสองมหาอำนาจ โปรตุเกส “ได้รับ” ทุกอย่างนอกยุโรปทางตะวันออกของเส้นที่แล่น 270 ลีก (League) ทางตะวันตกของหมู่เกาะแหลมแวร์เดที่ทำให้โปรตุเกสมมีอิทธิพลในการควบคุมแอฟริกา, เอเชีย และทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปอเมริกา (บราซิล) ส่วนสเปนได้ทุกอย่างทางตะวันตกของเส้นแบ่งที่ระบุ ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงเป็นดินแดนที่ยังไม่ได้รับการสำรวจที่มารู้จักกันต่อมาว่าเป็นทางเด้านตะวันตกของทวีปอเมริกาและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก[2]

การแบ่งสรรทวีปอเมริกาโดยชาวยุโรป[แก้]

Political evolution of Central America and the Caribbean since 1700.
European nations’ control over South America, 1700 to present
สเปน
อังกฤษ
ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่: List of Hudson's Bay Company trading posts
Courland
เดนมาร์ก
ดัตช์
ฝรั่งเศส
ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่: List of French forts in North America
อัศวินแห่งมอลตา
Norwegian
โปรตุเกส
รัสเซีย
สกอตแลนด์
สวีเดน

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Jensen, De Lamar (1992), Renaissance Europe 2nd ed. pg. 345
  2. Fernandez-Armesto, Felipe (2006). Pathfinders: A Global History of Exploration. W.W. Norton & Company. p. 202. ISBN 0-393-06259-7.