การตีโฉบฉวยที่คาบานาตวน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
การตีโฉบฉวยที่คาบานาตวน
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามโลกครั้งที่สอง, เขตสงครามแปซิฟิก
A couple hundred men are all facing the camera, smiling and cheering. Many have their hands raised. The men are wearing uniforms, t-shirts, and shorts. Huts and trees can be seen in the background.
ภาพถ่ายของเหล่าเชลยศึกกำลังเฉลิมฉลองที่เมืองคาบานาตวน เมื่อวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 1945
วันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 1945
สถานที่ เมืองคาบานาตวน, จังหวัดนูเวบาเอซีฮา, ฟิลิปปินส์
ผลลัพธ์ ฝ่ายสัมพันธมิตรชนะ
  • ปลดปล่อยเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรจำนวน 552 นาย
คู่ขัดแย้ง
 สหรัฐ  จักรวรรดิญี่ปุ่น
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
เฮนรี มูสซี
สหรัฐ อาร์เทอร์ ดี. ซิมมอนส์
Juan Pajota
Eduardo Joson
โทโมยูกิ ยามาชิตะ
กำลัง
133 U.S. soldiers from the 6th Ranger Battalion and Alamo Scouts
250–280 Filipino guerrillas
est. 220 Japanese guards and soldiers
est. 1,000 Japanese near the camp
est.5,000~8,000 Japanese at Cabanatuan City
กำลังพลสูญเสีย
U.S. Soldiers
2 killed
4 wounded
2 prisoners died
แม่แบบ:Country data Philippine Commonwealth Filipino Guerillas
9 wounded in action
Empire of Japan:
530–1,000+ killed
4 tanks out of action

การตีโฉบฉวยที่คาบานาตวน (Filipino: Pagsalakay sa Cabanatuan), ยังเป็นที่รู้จักกันคือ การตีโฉบฉวยครั้งใหญ่ (Filipino: Ang Dakilang Pagsalakay), เป็นการช่วยเหลือแก่เชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรและพลเรือนจากค่ายของญี่ปุ่นที่อยู่ใกล้กับเมืองคาบานาตวนในประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 1945 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดย หน่วยจู่โจมกองทัพบกสหรัฐ หรือหน่วยเรนเจอร์ ลูกเสือแอละโม และ กองโจรชาวฟิลิปปินส์ซึ่งปลดปล่อยได้มากกว่า 500 คนจากค่ายเชลยศึก

ภายหลังการยอมจำนนของทหารอเมริกันจำนวนกว่าหมื่นนายในช่วงยุทธการที่บาตาอัน หลายคนได้ถูกส่งไปยังค่ายเรือนจำคาบานาตวนภายหลังจากการเดินขบวนแห่งความตายที่บาตาอัน ญี่ปุ่นได้โยกย้ายเชลยศึกส่วนใหญ่ไปยังพื้นที่อื่นๆ เหลือเพียงแค่จำนวน 500 คนที่เป็นทั้งเชลยศึกจากอเมริกันและฝ่ายสัมพันธมิตรและพลเรือนภายในที่คุมขัง ด้วยการที่ประสบสภาวการณ์ที่โหดร้าย รวมทั้งโรคภัย การทรมาน และความอดอยากหิวโหย พวกเชลยศึกต่างเกรงกลัวว่าพวกเขาจะถูกประหารโดยพวกที่จับกุมก่อนที่การมาถึงของนายพล ดักลาส แมกอาเธอร์ และกองกำลังอเมริกันของเขาที่เดินทางกลับมายังเกาะลูซอน ในปลายเดือนมกราคม ค.ศ. 1945 แผนดังกล่าวได้ริเริ่มขึ้นโดยผู้นำแห่งกองทัพที่หกและกองโจรฟิลิปปินส์เพื่อส่งกองกำลังขนาดเล็กไปช่วยเหลือแก่เชลยศึก กลุ่มของหน่วยเรนเจอร์กว่า 100 นายและกองโจรฟิลิปปินส์ 200 คนได้เดินทางจากระยะทาง 30 ไมล์(48 กิโลเมตร) ทางด้านหลังของแนวพิ้นที่ของญี่ปุ่นเพื่อไปยังค่ายแห่งนั้น

ในช่วงการตีโฉบฉวยตอนค่ำมืด ภายใต้ความมืดที่ปกคลุมและถูกเบี่ยงเบนความสนใจโดยเครื่องขับไล่ตอนกลางคืน พี-61 แบล็กวิโดว์ กลุ่มกองกำลังได้สร้างประหลาดใจแก่กองกำลังญี่ปุ่นทั้งภายในและบริเวณรอบๆของค่าย ทหารญี่ปุ่นจำนวนร้อยนายล้วนถูกฆ่าตายจากการโจมตีที่ประสานงานกันภายในเวลา 30 นาที ฝ่ายอเมริกันได้รับความสูญเสียที่เล็กน้อย หน่วยเรนเจอร์ ลูกเสือ และกองโจรได้ทำการอพยพพาเหล่าเชลยศึกกลับไปยังแนวพื้นที่ของอเมริกัน การช่วยเหลือครั้งนี้ได้ทำให้เหล่าเชลยสามารถบอกเล่าถึงการเดินขบวนแห่งความตายและการสังหารโหดในค่ายกักกัน ซึ่งได้กระตุ้นในการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดเพื่อทำสงครามกับญี่ปุ่น หน่วยทหารที่ให้ความช่วยเหลือได้รับการยกย่องจากแมกอาเธอร์และยังได้รับการยอมรับจากประธานาธิบดี แฟรงกลิน ดี. โรสเวลต์ อนุสรณ์สถานในปัจจุบันที่ตั้งอยู่ที่เป็นอดีตค่ายและเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นของการตีโฉบฉวยที่ถูกบรรยายไว้ในภาพยนตร์หลายเรื่อง