การชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทครั้งแรกในประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

การชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทครั้งแรกในประเทศไทย โดยปกติแล้วในวงการมวยหรือการชกมวยในประเทศไทย มักจะไม่ค่อยได้มีการจัดมวยสากลหรือแม้แต่กระทั่งมวยไทยก็ตามในรุ่นที่เกินกว่าไลท์เวทขึ้นไป และยิ่งหากเป็นการชิงแชมป์โลกในรุ่นเฮฟวี่เวทที่มีนักมวยต่างชาติเป็นเจ้าของตำแหน่งด้วยแล้ว ยิ่งเป็นไปได้ยาก

แต่ว่า ที่จริงแล้วเคยมีการชกชิงแชมเปี้ยนโลกในรุ่นเฮฟวี่เวทมาแล้วครั้งหนึ่งในประเทศไทย ถือเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวตราบจนบัดนี้ คือในวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2537 ที่ จ.เชียงใหม่ เป็นการชกป้องกันตำแหน่งระหว่าง จอห์นนี่ เนลสัน (Johnny Nelson) แชมป์โลกผิวดำชาวอังกฤษ กับ นิโคไล คัลพิน (Nikolai Kulpin) ผู้ท้าชิงชาวรัสเซีย ซึ่งน่าจะสนุกตื่นเต้นเพราะเป็นการชกในนักมวยรุ่นที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากนักมวยรูปร่างใหญ่โต แต่เมื่อเอาเข้าจริงแล้ว การชกเป็นไปอย่างน่าเบื่อหน่าย เพราะนักมวยทั้งคู่ไม่ได้ออกอาวุธที่มีความเด็ดขาดในการที่จะสยบคู่ต่อสู้ได้เลย และตลอดการชกทั้ง 12 ยก จอห์นนี่ เนลสัน แชมป์โลกก็เป็นฝ่ายเดินหน้าชกอยู่ข้างเดียว ครบ 12 ยก กรรมการจึงตัดสินให้แชมป์โลกสามารถรักษาแชมป์ไว้ได้ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์

สำหรับมวยคู่ประกอบรายการ เป็นการชกป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกในรุ่นจูเนียร์แบนตั้มเวทครั้งแรกของ แซมซั่น กระทิงแดงยิม ซึ่งในขณะนั้นใช้ชื่อว่า แซมซั่น อีลิทยิม แชมป์โลกชาวไทยกับ ฮิปโป กาล่า ผู้ท้าชิงชาวอินโดนีเซีย กลับชกได้สนุกตื่นเต้าเร้าใจคนดูมากกว่า สามารถเรียกเสียงเชียร์ได้ตลอดเวลา และแซมซั่นก็เป็นฝ่ายชนะทีเคโอกาล่าไปในยกที่ 5

การจัดมวยในครั้งนี้ มีนายชวน หลีกภัย ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยแรกเป็นประธาน เป็นการป้องกันตำแหน่งของสถาบันสหพันธ์มวยโลก หรือ WBF สถาบันเล็ก ๆ ที่ไม่ได้รับการยอมรับจากทั้งสากลและในประเทศไทย แม้จะมีการป้องกันตำแหน่งในรุ่นเฮฟวี่เวทเป็นจุดสนใจก็ตาม แต่ก็มิได้เรียกความสนใจจากแฟนมวยชาวไทยหรือต่างประเทศเท่าที่ควร สำหรับ จอห์นนี่ เนลสัน แล้วนั้น นี่เป็นการชกป้องกันตำแหน่งครั้งแรกของเขา หลังจากได้แชมป์โลกมา และจากนั้นเมื่อป้องกันตำแหน่งครั้งต่อไป ก็ได้เสียแชมป์โลกทันทีที่บราซิล และหลังจากนั้นเนลสันก็ยังคงชกมวยเรื่อยมา และไม่เคยแพ้อีกเลย มีสถิติชนะรวดทั้งหมดอีกหลายครั้งและยังได้เป็นแชมป์โลกในรุ่นครุยเซอร์เวทขององค์กรมวยโลก หรือ WBO อีกด้วย แต่ก็มิได้ขยับขึ้นมาเป็นนักมวยในระดับแนวหน้าของโลกแต่อย่างใด จนกระทั่งแขวนนวมไปเมื่อปี พ.ศ. 2548 ส่วน นิโคไล คัลพิน ผู้ท้าชิงแล้วนั้น ต่อมาก็มีสถิติลุ่ม ๆ ดอน ๆ จนกระทั่งแขวนนวมไปในที่สุดในปีต่อมา

แต่สำหรับนักมวยไทย แซมซั่น กระทิงแดงยิม นั้น เป็นจุดเริ่มต้นของการป้องกันตำแหน่งแชมป์ที่ต่อมาเขาป้องกันตำแหน่งแทบจะเดือนต่อเดือน จนกลายมาเป็นสถิติป้องกันตำแหน่งได้สูงสุดถึง 38 ครั้ง แต่มิได้รับการยอมรับจากแฟนมวยชาวไทยหรือระดับสากลเลย เพราะเป็นสถาบันที่สังกัดนั้น มิได้มาตรฐานเพียงพอ