การค้นหาและกู้ภัยในการรบ

การค้นหาและกู้ภัยในการรบ (อังกฤษ: Combat search and rescue, CSAR) คือการปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยที่ดำเนินการในระหว่างสงครามซึ่งอยู่ภายในหรือใกล้เขตการสู้รบ[1]
ภารกิจการค้นหาและกู้ภัยในการรบอาจดำเนินการโดยกองกำลังเฉพาะกิจที่ประกอบด้วยเฮลิคอปเตอร์, อากาศยานโจมตีภาคพื้นดิน, เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ และที่บัญชาการในอากาศ[2] USAF HC-130 ซึ่งเปิดตัวในปี พ.ศ. 2508 ทำหน้าที่สองบทบาทหลัง[3]
ประวัติ
[แก้]
สงครามโลกครั้งที่หนึ่งเป็นพื้นหลังสำหรับการพัฒนาหลักนิยมนการค้นหาและช่วยเหลือในการรบในระยะเริ่มแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่สงครามที่มีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นในบอลข่านและตะวันออกกลาง
ในช่วงเริ่มต้นสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง กองยานเกราะของกองทัพเรืออังกฤษได้จัดตั้งกองยานเกราะขึ้นโดยมีรถหุ้มเกราะและรถทัวร์ริ่งเพื่อค้นหาและรับลูกเรือที่ถูกบังคับให้ลงจอด เมื่อสงครามสนามเพลาะทำให้ไม่สามารถปฏิบัติการดังกล่าวได้ ยานเกราะจึงถูกย้ายไปยังพื้นที่อื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตะวันออกกลาง
ในปี พ.ศ. 2458 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ผู้บัญชาการฝูงบิน ริชาร์ด เบลล์-เดวีส์ แห่งกองทัพอากาศอังกฤษได้ปฏิบัติภารกิจค้นหาและกู้ภัยในการรบเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เขาใช้เครื่องบินที่นั่งเดียวช่วยชีวิตเพื่อนร่วมรบที่ถูกยิงตกในบัลแกเรีย รางวัลวิกตอเรียครอสของเขาประกอบด้วย "ผู้บัญชาการฝูงบินเดวีส์ได้ลดระดับลงจากเครื่องบินที่กำลังลุกไหม้ในระยะที่ปลอดภัย เข้าควบคุมเรือโท สไมลี แม้ว่าฝ่ายศัตรูจะเข้ามาใกล้ และเดินทางกลับสนามบิน ซึ่งเป็นการแสดงฝีมือการบินที่หาใครเทียบได้ยากในด้านทักษะและความกล้าหาญ"[4]
ในระหว่างการทัพเมโสโปเตเมีย กองกำลังอังกฤษและกองกำลังเครือจักรภพอื่น ๆ เริ่มใช้ยุทธวิธีที่คล้ายคลึงกันในระดับที่ใหญ่กว่า นักบินที่ถูกยิงตกในดินแดนเบดูอินที่เป็นศัตรู มักจะถูกค้นหาโดยหน่วยค้นหาบนอากาศและสามารถให้ความช่วยเหลือได้[5]
ประเทศอื่นๆ ยังได้มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาภารกิจการค้นหาและกู้ภัยในการรบในยุคปัจจุบัน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กองทัพอากาศเยอรมัน (องค์กร Seenotdienst) ปฏิบัติการเครื่องบินกู้ภัยทางอากาศและทางทะเลที่พรางตัวติดอาวุธ[6]
ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2486 ศัลยแพทย์ประจำกองบิน พันเอก ดอน ฟลิกกิงเกอร์ และช่างเทคนิคศัลยกรรมการรบ 2 นาย คือ จ่าสิบเอก ริชาร์ด เอส. พาสซีย์ และพลทหารวิลเลียม จี. แม็คเคนซี โดดร่มลงมาจากเครื่องบินค้นหาในเขตนาคาของพม่าเพื่อช่วยเหลือและดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บ[7]

จากประสบการณ์การค้นหาและกู้ภัยในการรบภาคพื้นดินในเวียดนาม กองทัพสหรัฐยังปรับปรุงขีดความสามารถของเฮลิคอปเตอร์และอาวุธต่อต้านพื้นที่ในเวลากลางคืนอีกด้วย[8]: 36
ในช่วงสงครามเวียดนาม กองกำลังรค้นหาและกู้ภัยของสหรัฐช่วยชีวิตคนได้ 3,883 คน โดยต้องสูญเสียเจ้าหน้าที่กู้ภัยไป 71 นายและเครื่องบิน 45 ลำ[8]: 46
ภารกิจที่สำคัญ
[แก้]สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง
[แก้]เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2460 กัปตันริชาร์ด วิลเลียมส์ แห่งกองบินออสเตรเลียได้ลงจอดด้านหลังแนวข้าศึกเพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมรบที่ถูกยิงตกในช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง[9][10]
สงครามเวียดนาม
[แก้]ในปี พ.ศ. 2515 พันโท ไอซีล แฮมเบิลตัน นำร่อง/เจ้าหน้าที่สงครามอิเล็กทรอนิกส์ที่มีพื้นฐานด้านเทคโนโลยีขีปนาวุธพิสัยไกลและมาตรการต่อต้านขีปนาวุธของกองทัพอากาศสหรัฐ เป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวจากเครื่องบิน EB-66 ที่ถูกยิงตกระหว่างการรุกอีสเตอร์ เขารอดพ้นการจับกุมของกองกำลังเวียดนามเหนือจนกระทั่งได้รับการช่วยเหลือ 11 วันครึ่งต่อมา ในระหว่างปฏิบัติการกู้ภัย เครื่องบินทหารสหรัฐ 5 ลำที่สนับสนุนความพยายามค้นหาและกู้ภัยในการรบถูกยิงตก ทหารสหรัฐ 11 นายเสียชีวิต และทหาร 2 นายถูกจับกุม ปฏิบัติการกู้ภัยครั้งนี้เป็นปฏิบัติการ "ค้นหาและกู้ภัยที่ใหญ่ที่สุด ยาวนานที่สุด และซับซ้อนที่สุด" ตลอดช่วงสงครามเวียดนาม[11] ปฏิบัติการนี้ถูกตีพิมพ์ในหนังสือ 2 เล่มและภาพยนตร์เรื่อง Bat*21 ซึ่งส่วนใหญ่ในภาพยนตร์เป็นเรื่องแต่ง[12]
เหตุการณ์อื่น
[แก้]
ฝูงบินยุทธวิธีพิเศษที่ 24 ของกองทัพอากาศสหรัฐ (USAF) มีส่วนร่วมในการสู้รบที่โมกาดิชูในปี พ.ศ. 2536[13] ทิโมธี วิลกินสัน ซึ่งเป็นพลร่มกู้ภัย ได้รับรางวัลแอร์ฟอร์ซครอสจากการกระทำอันกล้าหาญของเขาในระหว่างการสู้รบ[14]
พลร่มกู้ภัยทางอากาศของกองทัพอากาศได้รับเหรียญเกียรติยศกองทัพอากาศสหรัฐ 1 เหรียญ และเหรียญกางเขนอากาศ 12 เหรียญ นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในช่วงเปิดฉากของปฏิบัติการพายุทะเลทราย ลูกเรือ MH-53 Pave Low จากฝูงบินปฏิบัติการพิเศษที่ 20 ได้พบนักบิน F-14 Tomcat ที่ถูกยิงตกเหนืออิรัก[15]
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2538 เครื่องบิน F-16C ของกองทัพอากาศสหรัฐถูกขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ SA-6 ของกองทัพเซิร์บในบอสเนียยิงตกใกล้เมือง Mrkonjić Grad ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา นักบินชาวอเมริกัน Scott O'Grady ดีดตัวออกมาได้อย่างปลอดภัยและได้รับการช่วยเหลือในอีกหกวันต่อมา[16]
ในปี พ.ศ. 2542 สมาชิกหน่วยพลร่มกู้ภัย กองทัพอากาศสหรัฐร่วมกับเครื่องบินกู้ภัยของหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพอากาศได้ช่วยเหลือตัวนักบินของเครื่องบินโจมตีแบบ "ล่องหน" รุ่น F-117 ได้สำเร็จ (ดูเหตุการณ์เครื่องบิน F-117A ถูกยิงตกในปี 1999) และตัวนักบิน (เดวิด แอล. โกลด์เฟน) ของเครื่องบินขับไล่รุ่น F-16 ทั้งสองลำถูกยิงตกเหนือยูโกสลาเวียระหว่างภารกิจภายใต้การนำของเนโท[17]
ดูเพิ่ม
[แก้]- พลร่มกู้ภัย กองทัพอากาศไทย กองพันปฏิบัติการพิเศษ 2 กรมปฏิบัติการพิเศษ หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน
- พลร่มกู้ภัย กองทัพอากาศสหรัฐ
- พลประจำยานลำน้ำสงครามพิเศษ
- กองทัพอากาศอิสราเอล หน่วย 669 และหน่วย 5101
- หน่วยค้นหาและกู้ภัยในการรบ (กองทัพตุรกี)
- หน่วยแยกค้นหาและกู้ภัยในการรบ (โรมาเนีย)
- กองกำลังเฉพาะกิจพิเศษ (ศรีลังกา)
- กรมพร้อมรบส่วนกลาง (ถูกส่งไปยังอัฟกานิสถานเพื่ออพยพพลเรือนญี่ปุ่นในประเทศระหว่างการล่มสลายของกรุงคาบูล)
อ้างอิง
[แก้]- ↑ SPG Media Limited/Army-Technology.com (2009). "Term: Combat Search and Rescue". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-05-10. สืบค้นเมื่อ 2009-06-03.
- ↑ Combat Aircraft (European Edition) (magazine), Ian Allan Publishing, September 2003, page 28
- ↑ Combat Aircraft (European Edition) (magazine), Ian Allan Publishing, September 2003, page 29
- ↑ "No. 29423". The London Gazette (Supplement). 1 January 1916. p. 86.
- ↑ Leave No Man Behind: The Saga of Combat Search and Rescue. pp. 5–6.
- ↑ Feltus, Pamela. History and the Headlines. "Air-Sea Rescue." ABC-CLIO, 2008. Retrieved: 23 April 2011.
- ↑ Sevareid, Eric (28 August 1943). "Burmese Headhunters Saved Lives of Stranded Fliers". St. Petersburg Times. สืบค้นเมื่อ 8 November 2020.
- 1 2 Busboom, Lt. Col. Stanley (April 2, 1990). Bat 21: A Case Study (PDF). Carlisle Barracks, Pennsylvania: U.S. Army War College. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ March 20, 2012. สืบค้นเมื่อ April 3, 2011.
- ↑ Cutlack, The Australian Flying Corps, p.63
- ↑ "No. 30234". The London Gazette (Supplement). 14 August 1917. p. 8353.
- ↑ Zimmerman, Dwight Jon; Gresham, John (14 October 2008). Beyond Hell and Back: How America's Special Operations Forces Became the World's Greatest Fighting Unit. St. Martin's Griffin. p. 320. ISBN 978-0-312-38467-8.
- ↑ Darrel D. Whitcomb, The Rescue of Bat 21 (Naval Institute Press, 1998)
- ↑ Pike, John (n.d.). "24th Special Tactics Squadron 24th STS". Global Security. สืบค้นเมื่อ 19 April 2011.
- ↑ "The Air Force Cross For Actions in Somalia in 1993". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ November 4, 2016. สืบค้นเมื่อ September 7, 2012.
- ↑ "Hawg Driver Coordinates Desert Storm Rescue Mission! - Fighter Sweep". 1 February 2016.
- ↑ "One Amazing Kid - Capt. Scott O' Grady escapes from Bosnia-Herzegovina". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2011-05-29.
- ↑ Valdet (17 February 2020). "U.S. F-117 Stealth Fighter Is Downed in Yugoslavia".
- Leave No Man Behind: The Saga of Combat Search and Rescue. George Galdorisi, Thomas Phillips. MBI Publishing Company, 2009. ISBN 978-0-7603-2392-2.