ข้ามไปเนื้อหา

กันนิยากุมริ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กันนิยากุมริ
นคร
อนุสรณ์สถานวิเวกานันทศิลา กันนิยากุมริ
สมญา: 
เคปคอมอริน, กุมริ, ติรุเวณิสังฆัม
กันนิยากุมริตั้งอยู่ในรัฐทมิฬนาฑู
กันนิยากุมริ
กันนิยากุมริ
กันนิยากุมริตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย
กันนิยากุมริ
กันนิยากุมริ
พิกัด: 8°05′18″N 77°32′19″E / 8.088300°N 77.538500°E / 8.088300; 77.538500
ประเทศอินเดีย
รัฐทมิฬนาฑู
อำเภอกันนิยากุมริ
ตั้งชื่อจากเทวีกันยา กุมริ
พื้นที่
  ทั้งหมด
25.89 ตร.กม. (10.00 ตร.ไมล์)
ความสูง
60 เมตร (200 ฟุต)
ประชากร
 (2012)
  ทั้งหมด
29,761 คน
  ความหนาแน่น665 คน/ตร.กม. (1,720 คน/ตร.ไมล์)
เขตเวลาUTC+5:30 (IST)
PIN
629 702
รหัสโทรศัพท์91-4652 & 91-4651
ทะเบียนพาหนะTN 74 & TN 75
เว็บไซต์www.kanniyakumari.nic.in

กันนิยากุมริ (ทมิฬ: கன்னியாகுமரி; Kanniyakumari, US: /kənˈjʌkʊmɑːr/; แปลตรงตัว'กุมารีผู้เป็นกันย์' หมายถึงเทวีกันยกุมารี) หรือ กันยากุมารี (อักษรโรมัน: Kanyakumari) หรือชื่อเดิม เคปคอมอริน (อังกฤษ: Cape Comorin) เป็นเมืองในอำเภอกันนิยากุมริ รัฐทมิฬนาฑู ทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย ถือว่าเป็นเมืองที่อยู่ทิศใต้สุดของอินเดียแผ่นดินใหญ่ และนิยมเรียกกันว่าเป็น "จุดสิ้นสุดดินแดน" ("The Land's End") เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างไป 90 กิโลเมตร (56 ไมล์) ทางใต้ของนครติรุวนันตปุรัม และ 20 กิโลเมตร (12 ไมล์) ทางใต้ของนครโกยิล ซึ่งเป็นศูนย์กลางการปกครองของอำเภอกันนิยากุมริ

กันนิยากุมริเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและจุดหมายปลายทางการแสวงบุญที่สำคัญแห่งหนึ่งของอินเดีย สถานที่ท่องเที่ยวของกินนยากุมริ เช่น รูปปั้นติรุวัฬฬุวร และ อนุสรณ์สถานวิเวกานันทศิลา ซึ่งตั้งอยู่นอกชายฝั่งของกันนิยากุมริ[1] เมืองกันนิยากุมริล้อมรอบด้วยทะเลลักษทวีปจากทั้งสามทิศ ยกเว้นทิศเหนือ[2] และมีพื้นที่ชายฝั่งความยาว 71.5 กิโลเมตร (44.4 ไมล์) อยู่สามด้านของเมือง[3]

บนชายฝั่งของเมืองมีศาสนสถานที่สำคัญหนึ่งสร้างขึ้นเพื่อบูชาเทวีกันนิยากุมริ (หรือ กันยากุมารี) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเมือง[4] มีประวัติศาสตร์ของกันนิยากุมริเป็นนครมาตั้งแต่ยุคสมัยสังฆัม ปรากฏชื่อในวรรณกรรมมลยาฬัมโบราณ และในเอกสารของทั้งพทอเลมี และ มาร์โคโปโล[4][5][6]

ในตำนานหนึ่งของฮินดูเล่าว่า พระนางกันยเทวี อวตารปางหนึ่งของพระปารวตีกำลังจะสมรสกับพระศิวะ แต่พระศิวะมิได้เสด็จมาในพิธีสมรส ข้าวและธัญพืชต่าง ๆ ที่เตรียมไว้เลี้ยงฉลองในพิธีสมรสจึงถูกทิ้งไว้ไม่ได้นำไปประกอบอาหารหรือใช้งาน ต่อมาจึงกลายมาเป็นหิน ซึ่งเชื่อกันว่าคือหินชายฝั่งของกันนิยากุมริในปัจจุบันซึ่งดูเหมือนข้าวสาร มนเทียรของพระนางกันยเทวีในกันนิยากุมริถือว่าเป็นหนึ่งในศากติปีฐซึ่งได้รับการเคารพบูชาอย่างสูงโดยคติลัทธิศักติในศาสนาฮินดู[7][8][9][10]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "India Getaways: 16 Reasons Why You Should be Holidaying in Tamil Nadu | Nat Geo Traveller India".
  2. "Limits of Oceans and Seas, 3rd edition" (PDF). International Hydrographic Organization. 1953. p. 21. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 8 October 2011. สืบค้นเมื่อ 28 December 2020.
  3. Kanniyakumari
  4. 1 2 "The eternal charm of Kanyakumari, that is situated at the tip of peninsular India..." The Hindu Images. สืบค้นเมื่อ 14 October 2023.
  5. Kanakasabhai, V (1997). The Malayalees Eighteen Hundred Years Ago. Asian Educational Services. p. 10. ISBN 8120601505.
  6. Abraham, Shinu (2003). "Chera, Chola, Pandya: using archaeological evidence to identify the Tamil kingdoms of early historic South India". Asian Perspectives. 42 (2): 207–223. doi:10.1353/asi.2003.0031. hdl:10125/17189. S2CID 153420843.
  7. "Shaktipeeth". Zee News. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-03. สืบค้นเมื่อ 2016-04-06.
  8. Sharma, Divyanshi, บ.ก. (2019-10-03). "Navratri 2019: Know the origin and existence of the 51 Shaktipeethas". Zee News (ภาษาอังกฤษ). เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-12-28. สืบค้นเมื่อ 2021-12-28.
  9. Shankar, Ravi (26 September 2021). "Motherlodes of Power: The story of India's 'Shakti Peethas'". The New Indian Express. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-09-26. สืบค้นเมื่อ 2021-12-28.
  10. Upadhyay, Lipi (23 September 2017). "Navratri for travellers: Visit these 51 Shakti-peeths and learn about their significance". India Today. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2021-12-28. สืบค้นเมื่อ 2021-12-28.