ข้ามไปเนื้อหา

กอทูเล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สาธารณรัฐกอทูเล
ကီၢ်သူလ့ၤ (กะเหรี่ยงสะกอ)
ကော့သူးလေ (พม่า)
ธงชาติกะเหรี่ยง (แถบสามสี แดง ขาว น้ำเงิน พร้อมกลองมโหระทึกและแสงอาทิตย์)
ธงชาติ
แผนที่แสดงที่ตั้งของดินแดนกอทูเลซึ่งเป็นพื้นที่อ้างสิทธิ์หลัก
สถานะรัฐที่ยังไม่ได้รับการรับรอง (อ้างสิทธิ์โดยกองกำลัง KTLA ฝ่ายเดียว)
เมืองหลวง(ไม่ประกาศอย่างเป็นทางการ) อูเกอคี (ที่ทำการชั่วคราว)
ภาษาราชการภาษากะเหรี่ยง (สะกอ, โป), ภาษาพม่า
การปกครองรัฐบาลเฉพาะกาล
เนอดา เมียะ
โพว์ ทูเลย์
ก่อตั้ง
 การประกาศเอกราช
5 มกราคม พ.ศ. 2569

กอทูเล มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐกอทูเล (อังกฤษ: Kawthoolei กะเหรี่ยงสะกอ: ကီၢ်သူလ့ၤ พม่า: ကော့သူးလေ) เป็นรัฐที่ประกาศเอกราชฝ่ายเดียวจากประเทศพม่า เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569 ภายใต้การนำของกองทัพบกกอทูเล (KTLA) นำโดยพลเอกเนอดา เมียะ เป็นประธานาธิบดีและ โพว์ ทูเลย์ เป็นนายกรัฐมนตรี[1][2][3]

เดิมที กอทูเลถูกระบุเป็นชื่อเขตปกครองตนเองสำหรับชาวกะเหรี่ยงที่จะจัดตั้งขึ้นหลังจากการได้รับเอกราชของพม่าจากอังกฤษ แต่หลังจากการปะทุของสงครามกลางเมืองพม่าใน ค.ศ. 1949 ชื่อนี้ได้เปลี่ยนไปเป็นชื่อของดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ใน ค.ศ. 1953 เคเอ็นยูได้ประกาศจัดตั้งรัฐอิสระกอทูเล โดยมีเมืองหลวงอยู่ที่ผาปูน ในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990 โบเมียะ ประธานเคเอ็นยู ได้ปรับกลยุทธ์ใหม่ โดยมุ่งเน้นไปที่การปกป้องดินแดนกอทูเลที่มีขนาดเล็กกว่าในภาคตะวันออกของพม่า โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองมาเนอปลอว์ เพื่อสร้างสังคมทางเลือกที่แตกต่างจากพม่าที่ถูกครอบงำโดยกองทัพ[4]

คำนิยามช่วงต้น

[แก้]

ชื่อ "กอทูเล" (Kaw-thu-lay) ใช้งานโดยรัฐบาลสหภาพพม่าในร่างรัฐธรรมนูญ ค.ศ. 1948 ซึ่งได้กำหนดบทบัญญัติสำหรับการจัดตั้งเขตปกครองตนเองสำหรับชาวกะเหรี่ยง[5] คำถามเกี่ยวกับลักษณะของดินแดนกะเหรี่ยงและแม้กระทั่งว่าใครบ้างที่นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของชาติพันธุ์กะเหรี่ยงนั้น เป็นคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบขณะได้รับเอกราช ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงได้บอยคอตการเลือกตั้งในเวลานั้น ในขณะที่รัฐกะยาและรัฐฉานได้รับสิทธิในการแยกตัวในรัฐธรรมนูญ แต่รัฐกะเหรี่ยงไม่ได้รับอนุญาตให้แยกตัวอย่างชัดเจน รัฐธรรมนูญมาตรา 181 อนุญาตให้จัดตั้ง "กอทูเล" ขึ้นเป็นเขตพิเศษแทน ซึ่งประกอบด้วยอำเภอสาละวิน และพื้นที่ที่มีประชากรกะเหรี่ยงส่วนใหญ่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งจะถูกกำหนดในภายหลังโดยข้าหลวงพิเศษ[4]

ประวัติในช่วงสงครามกลางเมือง

[แก้]

“สาธารณรัฐกอทูเล” หมายถึงดินแดนที่อยู่ภายใต้การปกครองบางส่วนของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ซึ่งใน ค.ศ. 2017 ประกอบด้วยรัฐกะเหรี่ยงและพื้นที่บางส่วนของรัฐต่อไปนี้: รัฐมอญ ภาคตะนาวศรี ภาคพะโค และภาคอิรวดี[6]

KNU จัดการประชุมที่เมืองเมาะลำเลิงในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1947 และตัดสินใจร่วมกับผู้นำของกลุ่มคนประมาณ 145,000 คน ประกาศให้กลุ่มชาติพันธุ์เหล่านั้นเป็นสมาชิกของรัฐกอทูเลก่อนการประกาศเอกราช[7] ในวันถัดจากวันประกาศเอกราช คือวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 1948 ผู้นำกะเหรี่ยงบางส่วนได้ประกาศแล้วว่าพวกเขากำลังแยกตัวออกไปเป็นส่วนหนึ่งของ “สาธารณรัฐกอทูเล”[8]

ซอบะอู้จี้ นายกรัฐมนตรีคนแรกของกอทูเล

เมื่อวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 1949 ภายหลังเหตุการณ์ตอบโต้และการสังหารหมู่หลายครั้งจากรัฐบาลกลาง ทาง KNU ได้ประกาศสงครามอย่างเป็นทางการกับรัฐบาล หลังพ่ายแพ้ในยุทธการที่อินเส่ง KNU จึงเริ่มการรณรงค์ทางการเมืองจากตองอูในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1949 ผู้นำ KNU ได้ประชุมกันในเดือนมิถุนายน แม้ว่าการโจมตีที่เพิ่มขึ้นจากรัฐบาลกลางจะทำให้ผู้นำจากดินแดนกะเหรี่ยงอื่น ๆ ไม่สามารถเข้าร่วมได้ กองกำลังทหารทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ KNU ได้เปลี่ยนชื่อเป็นกองทัพกอทูเล (KAF) โดยแบ่งออกเป็นกองพลเดลตาและกองพลตะวันออก ในตอนท้ายของการประชุม วิทยุกะเหรี่ยงเสรีได้ประกาศการจัดตั้งรัฐบาลกอทูเลชั่วคราวในตองอู ซึ่งเรียกว่าคณะปกครองกะเหรี่ยง[4] ผู้นำกะเหรี่ยงที่มีอิทธิพลอย่าง ซอบะอู้จี้ ได้รับการประกาศให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก[9] รัฐบาลก่อตั้งขึ้นโดยมีหลักการสี่ประการ ซึ่งหลักการบางส่วนยังคงเป็นหลักการชี้นำของ KNU ในปัจจุบัน:[10]

  1. จะไม่มีการหารือเรื่องการยอมจำนน
  2. อาวุธของชาวกะเหรี่ยงจะยังคงอยู่ในมือของชาวกะเหรี่ยง
  3. ชาวกะเหรี่ยงจะสร้างชะตากรรมทางการเมืองเอง
  4. การรับรองรัฐกะเหรี่ยงจะต้องเสร็จสมบูรณ์

ใน ค.ศ. 1953 พรรครวมชาติกะเหรี่ยงเข้ายึดอำนาจนำของ KNU และเริ่มต้นกระบวนการปฏิรูปที่กินเวลานานนับทศวรรษ เพื่อวางแบบอย่างสำหรับการก่อความไม่สงบของกลุ่มชาติพันธุ์ตลอดสงครามกลางเมืองพม่าทั้งหมด เพื่อเริ่มต้นการรวมอำนาจทางการเมือง ใน ค.ศ. 1953 พวกเขาประกาศต่อรัฐบาลไทยว่ากำลังจัดตั้งรัฐอิสระกอทูเลและขอการรับรองจากสหประชาชาติ[4]

สถานะทางการเมืองและบริบท

[แก้]

แหล่งข่าวในพม่าและสื่อภาษอังกฤษบางแห่งระบุว่า สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง เคยใช้คำว่า กอทูเล เพื่ออธิบาย “หน่วยสหพันธรัฐ” ภายใต้แนวคิดสหพันธรัฐประชาธิปไตยในอนาคต และมีการกล่าวถึงการจัดตั้ง รัฐบาลกอทูเล ร่วมกับกองกำลังต่อต้านในช่วงปี 2568–2569[11][12]

ความขัดแย้งและการไม่ยอมรับ

[แก้]

ความพยายามในการสถาปเอกราชภายใต้ชื่อ กอทูเล นำไปสู่ความขัดแย้งภายในกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง โดยเฉพาะกรณีการก่อตั้ง กองทัพกอทูเล โดย พลเอก เนอดา เมียะ ซึ่งแยกตัวออกมาจาก สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง เมื่อ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2565 ภายหลังจากที่มีรายงานว่า เนอดา เมียะ ได้ประกาศจัดตั้ง รัฐบาลกอทูเล และประกาศสถาปนาสาธารณรัฐกอทูเลแยกตัวออกมา ทางสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ได้ออกมาปฏิเสธและไม่ยอมรับสถานะดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง โดย ปะโด่ ซอ ตอ นี โฆษกของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงได้ให้สัมภาษณ์ตอบโต้ว่าการกระทำของกองทัพกอทูเล ว่าเป็นเรื่องที่ ไร้สาระ และ น่าขำ ในมุมมองทางการเมือง[13]

สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงยืนยันว่า เนอดา เมียะ ได้พ้นสภาพจากการเป็นผู้นำทหารขององค์กรไปตั้งแต่ปี 2565 และการเคลื่อนไหวใด ๆ ของกองทัพกอทูเลในนาม สาธารณรัฐกอทูเล นั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกับสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงแต่อย่างใด นอกจากนี้สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงยังมองว่าการประกาศเอกราชของกองทัพกอทูเลสร้างความสับสนต่อเป้าหมายหลักของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงที่ต้องการสร้าง สหพันธรัฐประชาธิปไตย ร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ ในพม่า ไม่ใช่การแยกตัวเป็นเอกราชโดดเดี่ยว[14][15]

ยังไม่แน่ชัดถึงสาเหตุในการใช้ชื่อกอทูเล ทั้งนี้ กอทูเลไม่ใช่ชื่อเดียวที่ใช้เรียกดินแดนของชาวกะเหรี่ยง ความหมายที่แท้จริงของกอทูเลยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ แม้กระทั่งในหมู่ชาวกะเหรี่ยงเอง โดยชาวกะเหรี่ยงโปใช้วลี "คานซูไล" (Kan Su Line) ซึ่งแปลว่า "ถ้ำเย็นบนแผ่นดิน"[16] ธงประจำดินแดนได้รับการรับรองใน ค.ศ. 1974[17]

ก่อนการประชุมปางหลวง ค.ศ. 1947 และรัฐธรรมนูญจะใช้คำว่า "กอทูเล" ผู้นำชาวกะเหรี่ยงได้เสนอให้ทางอังกฤษจัดตั้งรัฐอิสระชื่อกะเหรี่ยงสถาน (Karenistan) แต่อังกฤษกลับเรียกร้องให้กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ บรรลุข้อตกลงร่วมกันเอง[18]

การปกครองและนโยบาย

[แก้]

สาธารณรัฐกอทูเล ปกครองภายใต้อำนาจของ รัฐบาลกอทูเล[1] ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็น รัฐบาลเฉพาะกาล ที่จัดตั้งขึ้นโดยฝ่ายการเมืองของกองทัพกอทูเล เพื่อบริหารราชการและรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ควบคุมและพื้นที่อ้างสิทธิ์ในระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านอำนาจจากรัฐบาลทหารพม่า

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 "ลูกชาย นายพลโบเมียะ สถาปนาตัวเองเป็นปธน.สาธารณรัฐกอทูเล ประกาศเป็นอิสระจากพม่า". ข่าวสด. สืบค้นเมื่อ 6 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  2. "ช็อกอาเซียน! ประกาศเอกราช สถาปนา 'สาธารณรัฐกอทูเล'". เดลินิวส์. สืบค้นเมื่อ 6 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  3. "จับตา! "ก่อทูเลย์" ประกาศเอกราช ตั้งสาธารณรัฐใหม่". สยามรัฐ. สืบค้นเมื่อ 6 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  4. 1 2 3 4 Smith, Martin (1999-06-01). Burma: Insurgency and the Politics of Ethnicity (ภาษาอังกฤษ). Bloomsbury Academic. น. 82, 116–7, 140–141, 170, 216–218, 389–401. ISBN 978-1-85649-660-5.
  5. Leckie, Scott (2010). Housing, Land and Property Rights in Burma: The Current Legal Framework. Displacement Solutions. น. 1096, 1135, 1136. ISBN 978-2839905787.
  6. Nyein, Nyein (ตุลาคม 10, 2017). "Central Govt Infringing Administration of KNU Regions, Say Leaders". The Irrawaddy. สืบค้นเมื่อ พฤษภาคม 9, 2020.{{cite news}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  7. "အဖူးစကား ကြားနိုင်ကြ‌စေချင်" [Anecdotal Announcement]. KIC. 19 ตุลาคม 2016. สืบค้นเมื่อ 14 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  8. "ကော်သူးလေ သမ္မတနိုင်ငံတော် တည်ထောင်" [Establishment of the Republic of Kawthoolei]. BBC Burmese. 7 มกราคม 2026. สืบค้นเมื่อ 14 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  9. "The enduring legacy of Karen revolutionary leader Saw Ba U Gyi". southeastasiaglob. 17 ส.ค. 2020. สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  10. "ကရင့်အမျိုးသားအာဇာနည်‌နေ့ ဖြစ်‌ပေါ်လာပုံ" [How the Karen Martyr's Day came to be]. KIC. 10 สิงหาคม 2023. สืบค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  11. "Karen National Union reaffirms commitment to federalism in Myanmar on Kawthoolei Day". DVB (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 6 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  12. "KNU to establish Kawthoolei Govt in coalition with resistance forces". Myanmar Peace Monitor (ภาษาอังกฤษ). สืบค้นเมื่อ 6 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  13. "KNU dismisses KTLA's Kawthoolei declaration as 'nonsense', analysts see publicity stunt". Transborder News (ภาษาอังกฤษ). 7 มกราคม 2026. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  14. "Armed group in Karen State declares independence from Myanmar". DVB (ภาษาอังกฤษ). 8 มกราคม 2026. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  15. "'KNU ' ไม่ให้น้ำหนัก 'KTLA-เนอดา เมียะ' สถาปนาเอกราชกอทูเล ชี้เป็นเรื่องน่าอับอาย". LINE TODAY. 5 มกราคม 2026. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม 2026.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  16. Languages of Security in the Asia-Pacific (มีนาคม 13, 2014). "Karen – Kawthoolei".{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  17. Crampton, William (1989). The Complete Guide to Flags (p.132). Kingfisher Books. ISBN 0 86272 466 X
  18. Zeiner-Morrish, Olivia (1 เมษายน 2022). "Enduring Ethnic Conflict: The Institutional Origins of Conflict in Myanmar". Trinity Student Scholarship. Trinity College: 69.{{cite journal}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)