กองทัพมาเกโดเนียโบราณ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
กองทัพมาเกโดนีอาโบราณ
มีส่วนร่วมในความรุ่งโรจน์ของมาเกโดเนีย, การทัพบอลข่านของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์, การสงครามของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช
Hypaspist.jpg
ไฮปาสปิสต์ติดอาวุธเบา
ผู้นำพระเจ้าฟิลิปโปสที่ 2 แห่งมาเกโดเนีย, พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช
กองบัญชาการเพลลา, บาบิโลเนีย
พื้นที่ปฏิบัติการกรีซโบราณ, บอลข่าน, อานาโตเลีย, ซีเรีย, ฟีนิเชีย, อียิปต์, เมโสโปเตเมีย, อิหร่าน, อินเดีย
กำลังพล32,000+ - ตัวเลขนี้เป็นขนาดของกองทัพภาคสนามของอเล็กซานเดอร์ ในสงครามรุกรานจักรวรรดิเปอร์เซีย ตามที่ ดิโอโดรัส ซิคุลัส บันทึกไว้ แต่ในบางสมรภูมิอย่างเช่น ยุทธการที่กอกาเมลา อเล็กซานเดอร์บัญชาการทหารถึงไม่ต่ำกว่า 47,000 นาย
ส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรมาเกโดนีอา
เปลี่ยนเป็นกองทัพของเหล่า ไดอะดอไค - กองทัพเฮเลนิสติก (กองทัพของราชวงศ์แอนติโกนีด, กองทัพจักรวรรดิเซลิวซีด, กองทัพราชอาณาจักรทอเลมี)
พันธมิตรสันนิบาตโครินธ์
ปรปักษ์อิลีเรีย, เทรเซีย, Phocis, เอเธนส์, ธีบส์, สปาร์ตา, จักรวรรดิอะคีเมนิด, เปารพ, Scythians
การสู้รบและสงครามยุทธการที่ทุ่งโครคัส, ยุทธการที่ไครอนีอา, ยุทธการที่ธีบส์, ยุทธการที่แม่น้ำแกรนิคัส, ยุทธการที่อิสซัส, ยุทธการที่กอกามีลา, ยุทธการที่ไฮดาสเปส

กองทัพของราชอาณาจักรมาเกโดนีอา นับเป็นหนึ่งในกองกำลังทางทหารที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกยุคโบราณ กองทัพนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยพระเจ้าฟิลิปส์ที่ 2 แห่งมาเกโดเนีย จนมีขีดความสามารถในการสู้รบสูงและมีความคล่องตัวในการใช้งานหลายภูมิประเทศ พระเจ้าฟิลิปโปสคิดค้นนวัตกรรมในการสงครามหลายอย่าง แต่ที่สำคัญคือการสร้างกองกำลังทหารอาชีพประจำการ ซึ่งทำให้พระเจ้าฟิลิปโปสสามารถฝึกทหารของตนได้สม่ำเสมอ ทำให้ทหารมาเกดอนมีระเบียบวินัย สามารถเคลื่อนทัพและแปรขบวนรบได้โดยไม่แตกแถว ภายในระยะเวลาสั้นๆกองกำลังนี้ก็ถูกแปรสภาพกลายเป็นหนึ่งเครื่องจักรสงครามที่ทรงพลานุภาพที่สุดในโลกยุคโบราณ โดยสามารถพิชิตกองกำลังพันธมิตรกรีก และรวบรวมกรีซให้เป็นหนึ่งได้ภายใต้ผู้ปกครองคนเดียวเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นก็สามารถพิชิตกองทัพของจักรวรรดิเปอร์เซีย และเป็นแบบอย่างที่กองทัพของราชวงศ์แอนติโกนีด จักรวรรดิเซลิวซิด และราชอาณาจักรทอเลมี ยึดถือร่วมกันในช่วงศตวรรษที่ 3 และ 2 ก่อนคริสตกาล

การพัฒนาทางยุทธวิธีได้แก่ การปรับปรุงการใช้กระบวนทัพฟาลังซ์ของกรีก ซึ่งคิดค้นขึ้นโดยนายพลอีพามินอนดัส (Epaminondas) แห่งธีบส์ และอิฟิเครตีส (Iphicrates) แห่งเอเธนส์ ฯ พระเจ้าฟิลิปโปสที่ ๒ รับมาใช้ ทั้งการตั้งขบวนฟาลังซ์แบบแถวลึกของเอปามินอนดัส และ นวัตกรรมของอิฟิเครตีสที่ริเริ่มใช้หอกที่ยาวขึ้นกับโล่ที่ขนาดเล็กและเบาลง โดยฟิลิปโปสปรับหอกให้ยาวขึ้นไปอีก จนกลายเป็นหอกยาวสิบแปดฟุตที่ต้องถือสองมือ เรียกว่าซาริสซา (Sarissa) ความยาวของซาริสซาทำให้พลทหารราบแถวฟาลังซ์มีความได้เปรียบทั้งในการโจมตี และตั้งรับ และเปลี่ยนโฉมหน้าการสงครามของกรีซ โดยทำให้กองทหารม้ากลายเป็นอาวุธชี้ขาดแพ้ชนะเป็นครั้งแรกในสมรภูมิ กองทัพของมาเกโดเนียฝึกการประสานการรบระหว่างหน่วยต่อสู้ประเภทต่างๆจนถึงขีดสมบูรณ์แบบ - ตัวอย่างของยุทธวิธีผสม (หรือการปฏิบัติการร่วมทางยุทธวิธี) ของกองทัพมาเกโดเนีย ประกอบไปด้วย พลทหารราบฟาลังซ์ติดอาวุธหนัก หน่วยทหารราบเข้าปะทะ พลธนู พลทหารม้าติดอาวุธหนักและเบา และอาวุธปิดล้อม ซึ่งแต่ละหน่วยจะใช้ความได้เปรียบของตนให้เหมาะสมกับสถาณการณ์ และสนับสนุนซึ่งกันและกัน

กองทัพของมาเกโดเนียเป็นกองกำลังผสมหลายชาติ พระเจ้าฟิลิปโปสรวบรวมกองกำลังทหารจากทั้งในมาเกโดเนีย และนครรัฐกรีกต่างๆ (โดยเฉพาะกองกำลังมหารม้าจากเทสซาลี) เข้าด้วยกัน โดยยังมีกองทหารรับจ้างจากทั่วหมู่เกาะอีเจียน และจากบอลข่านรวมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพด้วย พอถึงปีที่ ๓๓๘ ก่อนค.ศ. กำลังทหารมากกว่าครึ่งที่ประกอบเข้าอยู่ในแผนรุกรานจักรวรรดิอะคีเมนิดของเปอร์เซีย ก็เป็นทหารที่เกณฑ์หรือรวบรวมมาจากทั่วโลกอารยธรรมของกรีก และไม่ใช่ชาวมาเกโดเนีย เช่นชาวเทรเซีย (Thracian) ชาวอิลีเรีย (Illyrian) และชาวไพโอเนีย (Paeonian)

ดูเพิ่ม[แก้]