กองทัพที่ 7 (แวร์มัคท์)
| กองทัพที่ 7 | |
|---|---|
เครื่องหมายของกองทัพที่เจ็ด (แวร์มัคท์) | |
| สถาปนา | 1939–45 |
| ประเทศ | |
| เหล่า | |
| รูปแบบ | กองทัพสนาม |
| ปฏิบัติการสำคัญ | |
| ผู้บังคับบัญชา | |
| ผบ.สำคัญ | ฟรีดริช ด็อลมัน เพาล์ เฮาเซอร์ ไฮน์ริช เอเบอร์บัค เอริช แบรนเด็นเบอร์เกอร์ ฮันส์ เฟลเบอร์ ฮันส์ ฟอน ออบสท์เฟลเดอร์ |
กองทัพที่ 7 (เยอรมัน: 7. Armee) เป็นกองทัพสนามของกองทัพบกเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สอง
ประวัติ
[แก้]กองทัพที่ 7 ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1939[1] ที่เมืองชตุทการ์ท เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหารในฝรั่งเศส เดิมมีหน้าที่คุ้มกันพื้นที่ชายแดนระหว่างเยอรมนีกับฝรั่งเศสทางตอนใต้ในช่วงต้นของสงคราม[2]

ในช่วงเวลาของการยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดีครั้งแรกของฝ่ายสัมพันธมิตรตะวันตก เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 1944 กองทัพที่ 7 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ เลอม็อง[3]: หน้า 442
เนื่องจากความสับสนกับแผนลวง ของฝ่ายสัมพันธมิตรหลังจากการยกพลขึ้นบกในนอร์มังดีย์ กองทัพที่ 7 ในช่วงแรกจึงต้องรับผิดชอบในการสู้รบที่นอร์มังดีย์เป็นส่วนมากเนื่องจาก กองทัพที่ 15 ก็ยังคงอยู่ที่ปาสเดอกาแลส์ โดยคาดว่าฝ่ายสัมพันธมิตรจะยกพลขึ้นบกอีกครั้ง แต่ถึงแม้ว่าจะได้รับการเสริมกำลังจาก กองทัพยานเกราะที่ 5 และ กองพลที่ 15 ในภายหลัง กองทัพที่ 7 ก็ยังคงต้องยังรับผิดชอบในนอร์มังดีย์เป็นส่วนมากเหมือนเดิม
ภายใต้การโจมตีอย่างต่อเนื่องของฝ่ายสัมพันธมิตร กองทัพที่ 7 ถูกผลักดันให้ถอยกลับอย่างช้าๆผ่านแนวป้องกันที่นอร์มังดี ในที่สุด ภายในปฏิบัติการคอบร้าเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 1944 กองกำลังปีกซ้ายของกองทัพที่ 7 ที่อ่อนแอลงก็ถูกโจมตีซํ้าด้วยการโจมตีทางอากาศอย่างหนักจากฝ่ายสัมพันธมิตร โดย กองทัพสหรัฐที่ 1 และหน่วยรบของสหรัฐฯก็ใช้ยานเกราะเข้าโจมตีแนวหน้าทำให้ฝ่ายเยอรมันต้องล่าถอยและการโจมตีตอบโต้ก็ไม่ล้มเหลว ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้กองทัพที่ 7 ถูกปิดล้อมและเกือบถูกกวาดล้างใน ฟาเลส์พ็อกเก็ต
กองทัพที่ 7 ที่เหลือทิ้งอุปกรณ์หนักที่เหลืออยู่ เพื่อหนีออกจากช่องแคบฟาเลส์ กองทัพที่เหลือถอยร่นไปทางตะวันออกสู่ชายแดนเยอรมัน สมาชิกกองทัพที่ 7 ที่รอดชีวิตแต่หนีไม่ทันก็ถูกจับใน ยุทธการที่ช่องแคบมอนส์ ประมาณ 25,000 นาย
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี 1944 กองทัพที่ 7 ได้รวมตัวกันใหม่และเตรียมตั้งรับใน ภูมิภาคไอเฟิล บนชายแดนเบลเยียมและลักเซมเบิร์ก ขณะที่ฮิตเลอร์เตรียมกำลังพลไว้สำหรับการโจมตีในฤดูหนาวที่แนวรบด้านตะวันตก
ในยุทธการที่นูน หน้าที่ของกองทัพที่เจ็ดได้รัลหน้าที่ในการปกป้องแนวรบด้านใต้ของกองทัพยานเกราะที่ 5 และ การรุกที่ป่าอาร์แดนส์ทั้งหมด
เช่นเดียวกับกองทัพเยอรมันอีกสองกองทัพในการรุก กองทัพที่ 7 ได้รับความเสียอย่างหนัก กองทัพที่ 7 ต้องป้องกันการโจมตีทางเหนือของกองทัพที่ 3 สหรัฐแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหยุดยั้งการบุกโจมตีของนายพล จอร์จ เอส. แพตตัน ที่มุ่งหน้าไปยัง บาสโทญและฮูฟฟาลิซได้ แต่ กองทัพที่ 7 ก็สามารถหลีกเลี่ยงการถูกปิดล้อมและล่าถอยไปยังเวสต์วอลล์อีกครั้ง
ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1945 กองทัพที่ 3 ของสหรัฐได้โจมตีทางทิศตะวันออก ทำให้กองทัพที่ 7 ต้องล่าถอยจากพื้นที่เทรียร์ไปยังภูมิภาคโคเบลนซ์ภายใต้การโจมตีอย่างหนักของสหรัฐ กองทัพที่ 7 ถูกบังคับให้ล่าถอยผ่านพื้นที่รอบๆไมนซ์และมันไฮม์กองทัพที่ 7 ไม่สามารถหยุดยั้งการรุกคืบของสหรัฐในเยอรมนีตอนกลางได้ระหว่างเดือนมีนาคมและเมษายน ค.ศ. 1945 กองทัพที่ 7 ต้องล่าถอย่างต่อเนื่องจนถึงกรุงเบอร์ลิน
ในท้ายที่สุด กองทัพที่ 7 ยอมจำนนต่อกองทัพที่ 3 ของสหรัฐฯ ในพื้นที่ป่าบาวาเรียและโบฮีเมีย ตะวันตก ในวันที่ 8 พฤษภาคม 1945
กองกำลังขึ้นตรง
[แก้]| ประเภทหน่วย | ชื่อหน่วย | หมายเหตุ/บทบาทสำคัญ |
|---|---|---|
| กองพลทหารราบหลัก | กองพลทหารราบที่ 9 | ป้องกันภาคตะวันออกของแนวรบ |
| กองพลทหารราบที่ 79 | หน่วยป้องกันชายหาด | |
| กองพลทหารราบที่ 212 | ตั้งรับในเขต Cotentin Peninsula | |
| กองพลทหารราบที่ 276 | หน่วยสำรองเคลื่อนที่เร็ว | |
| กองพลทหารราบที่ 340 | หน่วยป้องกันชายหาด | |
| กองพลทหารราบที่ 352 | ป้องกันชายหาดโอมาฮา (ศูนย์กลางการรบ) | |
| หน่วยพิเศษ | กองพลทหารราบที่ 15 | หน่วยทหารราบเคลื่อนที่เร็ว |
| กองพลพลร่มที่ 5 | Fallschirmjäger-Division |
หน่วยสนับสนุน:
| หน่วยสนับสนุน | |
| กองพันปืนใหญ่ 4 กองพัน | |
| หน่วยต่อต้านรถถัง 3 กองพัน | |
| กองร้อยทหารช่าง 6 กองร้อย | |
| หน่วยสื่อสาร 2 กองร้อย | |
อ้างอิง
[แก้]- ↑ admin (2020-08-04). "7.Infanterie-Division - Feldgrau". Feldgrau (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-09-20. สืบค้นเมื่อ 2025-05-26.
- ↑ "7th Army under German fire, Niederbronn, 1944 | The Digital Collections of the National WWII Museum : Oral Histories". www.ww2online.org. สืบค้นเมื่อ 2025-05-27.
- ↑ Pöhlmann, Markus (2016). Der Panzer und die Mechanisierung des Krieges: Eine deutsche Geschichte, 1890 bis 1945 (ภาษาเยอรมัน). Ferdinand Schöningh. ISBN 9783506783554.