ข้ามไปเนื้อหา

กองทัพที่ 7 (แวร์มัคท์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กองทัพที่ 7
เครื่องหมายของกองทัพที่เจ็ด (แวร์มัคท์)
สถาปนา1939–45
ประเทศ ไรช์เยอรมัน
เหล่า กองทัพบกเยอรมัน
รูปแบบกองทัพสนาม
ปฏิบัติการสำคัญ
ผู้บังคับบัญชา
ผบ.สำคัญฟรีดริช ด็อลมัน
เพาล์ เฮาเซอร์
ไฮน์ริช เอเบอร์บัค
เอริช แบรนเด็นเบอร์เกอร์
ฮันส์ เฟลเบอร์
ฮันส์ ฟอน ออบสท์เฟลเดอร์

กองทัพที่ 7 (เยอรมัน: 7. Armee) เป็นกองทัพสนามของกองทัพบกเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่สอง

ประวัติ

[แก้]

กองทัพที่ 7 ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1939[1] ที่เมืองชตุทการ์ท เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหารในฝรั่งเศส เดิมมีหน้าที่คุ้มกันพื้นที่ชายแดนระหว่างเยอรมนีกับฝรั่งเศสทางตอนใต้ในช่วงต้นของสงคราม[2]

รถถังไทเกอร์ 1 ของกองทัพที่ 7 ในปี 1944

ในช่วงเวลาของการยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดีครั้งแรกของฝ่ายสัมพันธมิตรตะวันตก เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 1944 กองทัพที่ 7 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ เลอม็อง[3]:หน้า 442

เนื่องจากความสับสนกับแผนลวง ของฝ่ายสัมพันธมิตรหลังจากการยกพลขึ้นบกในนอร์มังดีย์ กองทัพที่ 7 ในช่วงแรกจึงต้องรับผิดชอบในการสู้รบที่นอร์มังดีย์เป็นส่วนมากเนื่องจาก กองทัพที่ 15 ก็ยังคงอยู่ที่ปาสเดอกาแลส์ โดยคาดว่าฝ่ายสัมพันธมิตรจะยกพลขึ้นบกอีกครั้ง แต่ถึงแม้ว่าจะได้รับการเสริมกำลังจาก กองทัพยานเกราะที่ 5 และ กองพลที่ 15 ในภายหลัง กองทัพที่ 7 ก็ยังคงต้องยังรับผิดชอบในนอร์มังดีย์เป็นส่วนมากเหมือนเดิม

ภายใต้การโจมตีอย่างต่อเนื่องของฝ่ายสัมพันธมิตร กองทัพที่ 7 ถูกผลักดันให้ถอยกลับอย่างช้าๆผ่านแนวป้องกันที่นอร์มังดี ในที่สุด ภายในปฏิบัติการคอบร้าเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 1944 กองกำลังปีกซ้ายของกองทัพที่ 7 ที่อ่อนแอลงก็ถูกโจมตีซํ้าด้วยการโจมตีทางอากาศอย่างหนักจากฝ่ายสัมพันธมิตร โดย กองทัพสหรัฐที่ 1 และหน่วยรบของสหรัฐฯก็ใช้ยานเกราะเข้าโจมตีแนวหน้าทำให้ฝ่ายเยอรมันต้องล่าถอยและการโจมตีตอบโต้ก็ไม่ล้มเหลว ซึ่งนั่นก็ส่งผลให้กองทัพที่ 7 ถูกปิดล้อมและเกือบถูกกวาดล้างใน ฟาเลส์พ็อกเก็ต

กองทัพที่ 7 ที่เหลือทิ้งอุปกรณ์หนักที่เหลืออยู่ เพื่อหนีออกจากช่องแคบฟาเลส์ กองทัพที่เหลือถอยร่นไปทางตะวันออกสู่ชายแดนเยอรมัน สมาชิกกองทัพที่ 7 ที่รอดชีวิตแต่หนีไม่ทันก็ถูกจับใน ยุทธการที่ช่องแคบมอนส์ ประมาณ 25,000 นาย

ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปี 1944 กองทัพที่ 7 ได้รวมตัวกันใหม่และเตรียมตั้งรับใน ภูมิภาคไอเฟิล บนชายแดนเบลเยียมและลักเซมเบิร์ก ขณะที่ฮิตเลอร์เตรียมกำลังพลไว้สำหรับการโจมตีในฤดูหนาวที่แนวรบด้านตะวันตก

ในยุทธการที่นูน หน้าที่ของกองทัพที่เจ็ดได้รัลหน้าที่ในการปกป้องแนวรบด้านใต้ของกองทัพยานเกราะที่ 5 และ การรุกที่ป่าอาร์แดนส์ทั้งหมด

เช่นเดียวกับกองทัพเยอรมันอีกสองกองทัพในการรุก กองทัพที่ 7 ได้รับความเสียอย่างหนัก กองทัพที่ 7 ต้องป้องกันการโจมตีทางเหนือของกองทัพที่ 3 สหรัฐแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหยุดยั้งการบุกโจมตีของนายพล จอร์จ เอส. แพตตัน ที่มุ่งหน้าไปยัง บาสโทญและฮูฟฟาลิซได้ แต่ กองทัพที่ 7 ก็สามารถหลีกเลี่ยงการถูกปิดล้อมและล่าถอยไปยังเวสต์วอลล์อีกครั้ง

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1945 กองทัพที่ 3 ของสหรัฐได้โจมตีทางทิศตะวันออก ทำให้กองทัพที่ 7 ต้องล่าถอยจากพื้นที่เทรียร์ไปยังภูมิภาคโคเบลนซ์ภายใต้การโจมตีอย่างหนักของสหรัฐ กองทัพที่ 7 ถูกบังคับให้ล่าถอยผ่านพื้นที่รอบๆไมนซ์และมันไฮม์กองทัพที่ 7 ไม่สามารถหยุดยั้งการรุกคืบของสหรัฐในเยอรมนีตอนกลางได้ระหว่างเดือนมีนาคมและเมษายน ค.ศ. 1945 กองทัพที่ 7 ต้องล่าถอย่างต่อเนื่องจนถึงกรุงเบอร์ลิน

ในท้ายที่สุด กองทัพที่ 7 ยอมจำนนต่อกองทัพที่ 3 ของสหรัฐฯ ในพื้นที่ป่าบาวาเรียและโบฮีเมีย ตะวันตก ในวันที่ 8 พฤษภาคม 1945

กองกำลังขึ้นตรง

[แก้]
กองกำลังขึ้นตรงของกองทัพที่ 7 ในยุทธการที่นอร์ม็องดี
(มิถุนายน-สิงหาคม ค.ศ. 1944)
ประเภทหน่วย ชื่อหน่วย หมายเหตุ/บทบาทสำคัญ
กองพลทหารราบหลัก กองพลทหารราบที่ 9 ป้องกันภาคตะวันออกของแนวรบ
กองพลทหารราบที่ 79 หน่วยป้องกันชายหาด
กองพลทหารราบที่ 212 ตั้งรับในเขต Cotentin Peninsula
กองพลทหารราบที่ 276 หน่วยสำรองเคลื่อนที่เร็ว
กองพลทหารราบที่ 340 หน่วยป้องกันชายหาด
กองพลทหารราบที่ 352 ป้องกันชายหาดโอมาฮา (ศูนย์กลางการรบ)
หน่วยพิเศษ กองพลทหารราบที่ 15 หน่วยทหารราบเคลื่อนที่เร็ว
กองพลพลร่มที่ 5 Fallschirmjäger-Division

หน่วยสนับสนุน:

หน่วยสนับสนุน
กองพันปืนใหญ่ 4 กองพัน
หน่วยต่อต้านรถถัง 3 กองพัน
กองร้อยทหารช่าง 6 กองร้อย
หน่วยสื่อสาร 2 กองร้อย

อ้างอิง

[แก้]
  1. admin (2020-08-04). "7.Infanterie-Division - Feldgrau". Feldgrau (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). ข้อมูลเก่าจากแหล่งเดิมเมื่อ 2024-09-20. สืบค้นเมื่อ 2025-05-26.
  2. "7th Army under German fire, Niederbronn, 1944 | The Digital Collections of the National WWII Museum : Oral Histories". www.ww2online.org. สืบค้นเมื่อ 2025-05-27.
  3. Pöhlmann, Markus (2016). Der Panzer und die Mechanisierung des Krieges: Eine deutsche Geschichte, 1890 bis 1945 (ภาษาเยอรมัน). Ferdinand Schöningh. ISBN 9783506783554.