ข้ามไปเนื้อหา

กองกำลังเดลตา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชุดปฏิบัติการรบพิเศษ – เดลตา ที่ 1 (ส่งทางอากาศ)
1st Special Forces Operational Detachment – Delta (Airborne)
เครื่องหมายติดไหล่หน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษกองทัพบกสหรัฐ (ส่งทางอากาศ)​ ประดับโดยกองกำลังเดลตา โดยมีมีดต่อสู้แฟร์เบิร์น-ไซค์อยู่ภายในกรอบรูปทรงหัวลูกศร
สถาปนา19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2520 (48 ปี)
ประเทศ สหรัฐ
เหล่า กองทัพบกสหรัฐ
รูปแบบหน่วยรบพิเศษ
หน่วยภารกิจพิเศษ
บทบาทการปฏิบัติการปกปิด
ต่อต้านการก่อการร้าย
ช่วยเหลือตัวประกัน
การปฏิบัติภารกิจโดยตรง
การลาดตระเวนระยะไกล
การสงครามนอกแบบ
การรวบรวมข่าวกรอง
เป้าหมายที่มีค่าสูง
ปฏิบัติการต่อต้านยาเสพติด
การต่อต้านการแพร่ขยาย
การคุ้มกันระยะประชิด
กำลังรบชั้นความลับ
ขึ้นต่อหน่วยบัญชาการยุทธการพิเศษร่วม
หน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษกองทัพบกสหรัฐ
กองบัญชาการค่ายแบรกก์, รัฐนอร์ทแคโรไลนา, สหรัฐอเมริกา
สมญาThe Unit, D'Boys
คำขวัญSine Pari (Without Equal)
ปฏิบัติการสำคัญ
อิสริยาภรณ์เครื่องอิสริยาภรณ์เชิดชูเกียรติหน่วยจากประธานาธิบดี
รางวัลหน่วยดีเด่นร่วม
รางวัลหน่วยกล้าหาญ
ผู้บังคับบัญชา
ผู้บัญชาการปัจจุบันชั้นความลับ
ผบ.สำคัญชาร์ลส์ อัลวิน เบ็กวิธ
วิลเลียม เอฟ แกริสัน
วิลเลียม จี บอยคิน
ปีเตอร์ เจ ชูเมเกอร์
เอลดอน เอ บาร์กเวลล์
แกรี แอล แฮเรล
เบนเนต เอส แซโคลิก
ออสติน เอส มิลเลอร์
มาร์ก เจ โอนีล
เจมส์ จาร์ราร์ด
คริสโตเฟอร์ ที โดนาฮิว
เครื่องหมายสังกัด
เครื่องหมายประจำหน่วยที่โดดเด่นหน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษกองทัพบกสหรัฐ (ส่งทางอากาศ)​ ประดับโดยกองกำลังเดลตา

ชุดปฏิบัติการรบพิเศษ – เดลตา ที่ 1 (ส่งทางอากาศ) (อังกฤษ: 1st Special Forces Operational Detachment – Delta (Airborne), 1st SFOD–D) หรือชื่อหน่วยที่รู้จักโดยทั่วไปว่า กองกำลังเดลตา, กองรบประยุกต์ และ กองกำลังเฉพาะกิจสีเขียว (อังกฤษ: Delta Force, Combat Applications Group (CAG), Task Force Green) เป็นหน่วยภารกิจพิเศษของหน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐอเมริกา (USSOCOM หรือ United States Special Operation Command) และเป็นส่วนเสริมของกองทัพบกสหรัฐของกองบัญชาการร่วมปฏิบัติการพิเศษ (JSOC หรือ Joint Special Operations Command)

ก่อตั้งโดย ร้อยเอกชาร์ลส์ อัลวิน เบ็กวิธ มีภารกิจในการปฏิบัติการพิเศษ ซึ่งส่วนมากเป็นการปฏิบัติการลับ โดยมีสายการบังคับบัญชาที่ยาว นอกจากการสั่งการโดยตรงจากหน่วยบัญชาการปฏิบัติการพิเศษแล้ว ยังรับคำสั่งโดยตรงจากหน่วยบัญชาการทหารแห่งชาติ (NCA หรือ National Command Authority) ที่มีประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเป็นประธาน กำลังพลที่ปฏิบัติงานอยู่ในหน่วยจะต้องผ่านการคัดเลือกเป็นพิเศษ การปฏิบัติงานของหน่วยที่ผ่านมาส่วนมากอยู่ในชั้นความลับ แต่ก็มีเผยแพร่ออกมาอยู่บ้าง

ประวัติ

[แก้]
ผู้ก่อตั้งกองกำลังเดลตา ชาร์ลส์ เบ็กวิธ ในปี ค.ศ. 1980
เจ้าหน้าที่อารักขาของกองกำลังเดลตาในเครื่องแต่งกายพลเรือน ปฏิบัติภารกิจคุ้มกันใกล้ชิดแก่พลเอก นอร์แมน ชวาร์สคอฟ ระหว่างสงครามอ่าว เมื่อปี ค.ศ. 1991

กองกำลังเดลตา ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1977 ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายหลายครั้งที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ซึ่งทำให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาตระหนักถึงความจำเป็นในการจัดตั้งหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายแบบประจำการเต็มเวลา

ในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1960 บุคคลสำคัญในกองทัพและรัฐบาลได้รับการบรรยายสรุปเกี่ยวกับแนวคิดของหน่วยลักษณะนี้ โดยชาร์ลส์ เบ็กวิธ นายทหารหน่วยรบพิเศษ (กรีนเบเรต์) และทหารผ่านศึกสงครามเวียดนาม เคยปฏิบัติหน้าที่เป็นนายทหารแลกเปลี่ยนกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางอากาศ กรมปฏิบัติการพิเศษทางอากาศที่ 22 ของกองทัพบกสหราชอาณาจักร ระหว่างวิกฤตการณ์มาลายา หลังจากกลับสู่สหรัฐฯ เบ็กวิธได้เสนอรายงานโดยละเอียด ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของกองทัพบกสหรัฐจากการที่ไม่มีหน่วยแบบเดียวกับ SAS ในขณะนั้น หน่วยรบพิเศษของกองทัพบกสหรัฐมุ่งเน้นไปที่สงครามนอกแบบ การฝึก และการสนับสนุนทางการแพทย์แก่กองกำลังต่อต้านในท้องถิ่น แต่เบ็กวิธตระหนักได้ว่า “ไม่ใช่เพียงกองกำลังของผู้สอน แต่ต้องเป็นกองกำลังของผู้ลงมือปฏิบัติจริง”

เขาเสนอแนวคิดของทีมขนาดเล็กที่มีความยืดหยุ่นสูง มีความเป็นอิสระอย่างสมบูรณ์ และมีทักษะพิเศษหลากหลาย เพื่อใช้ในการปฏิบัติภารกิจโดยตรงและการต่อต้านการก่อการร้าย อย่างไรก็ตาม บุคคลระดับสูงในกองทัพและรัฐบาลในขณะนั้นยังคงต่อต้านการจัดตั้งหน่วยใหม่ที่อยู่นอกกรอบของหน่วยรบพิเศษ หรือการเปลี่ยนแปลงแนวทางเดิม[5]

ในช่วงกลางคริสต์ทศวรรษ 1970 เมื่อภัยคุกคามจากการก่อการร้ายเพิ่มสูงขึ้น ผู้นำระดับสูงของเพนตากอนและกองทัพบกจึงแต่งตั้งเบ็กวิธให้จัดตั้งหน่วยดังกล่าว เบ็กวิธประเมินว่าจำเป็นต้องใช้เวลา 24 เดือน เพื่อให้หน่วยใหม่มีความพร้อมด้านภารกิจ การประเมินนี้มาจากการสนทนาก่อนหน้านั้นกับพลจัตวา จอห์น วัตส์ ในอังกฤษเมื่อปี 1976 ซึ่งระบุว่าการสร้างกำลังระดับกองร้อยต้องใช้เวลาอย่างน้อย 18 เดือน แต่แนะนำให้แจ้งผู้นำกองทัพว่าใช้เวลาสองปี และไม่ควรยอมให้ใครเปลี่ยนแปลงแผนดังกล่าว เพื่อสนับสนุนเหตุผลนี้ เบ็กวิธและคณะได้จัดทำเอกสารที่เรียกว่า “Robert Redford Paper” ซึ่งอธิบายถึงความจำเป็นและแบบอย่างทางประวัติศาสตร์ของกระบวนการคัดเลือกและประเมินผลสี่ระยะ

กองกำลังเดลตา ถูกจัดตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 1977 โดยเบ็ควิธ ร่วมกับพันเอก โทมัส เฮนรี[6] ในระหว่างนั้นพันเอก บ็อบ “แบล็ก กลัฟส์” เมาน์เทล แห่งกองรบพิเศษที่ 5 ได้จัดตั้งหน่วยชั่วคราวขึ้นเพื่ออุดช่องว่างระยะสั้นจนกว่า กองกำลังเดลตา จะพร้อมปฏิบัติการ หน่วยดังกล่าวมีชื่อว่า “บลูไลท์

ปฏิบัติการ

[แก้]
เจ้าหน้าที่กองกำลังเดลตาซึ่งปรากฏในภาพขณะปฏิบัติการในเขตหลังแนวป้องกันของกองทัพอิรักระหว่างสงครามอ่าว ค.ศ. 1991

ปฏิบัติการส่วนใหญ่ที่ได้รับมอบหมายให้กับกองกำลังเดลตาเป็นความลับ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดบางส่วนได้กลายเป็นข้อมูลสาธารณะ สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในปฏิบัติการเออร์เจนต์ฟิวรี (ค.ศ. 1983) ซึ่งเป็นการรุกรานประเทศเกรเนดาของสหรัฐอเมริกา กองกำลังเดลตาได้รับรางวัลหน่วยดีเด่นร่วมและได้รับรางวัลหน่วยกล้าหาญจากความกล้าหาญเป็นพิเศษในการปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือตัวประกันที่เรือนจำโมเดโลและการจับกุม มานูเอล โนริเอกาในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1989 ระหว่างปฏิบัติการจัสต์คอสในปานามา[7]

ในปี ค.ศ. 1993 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการรบพิเศษ – เดลตา ที่ 1 จากกองร้อย C มีส่วนร่วมในปฏิบัติการกอธิคเซอร์เพนต์ ในโซมาเลีย เจ้าหน้าที่สองนาย ได้แก่ จ่าสิบเอก แกรี กอร์ดอน และ จ่าสิบเอกพิเศษ แรนดี ชูการ์ต ได้รับเหรียญ มีเดล ออฟ ฮอนเนอร์ หลังเสียชีวิตจากการกระทำของพวกเขาเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1993 ระหว่างยุทธการที่โมกาดิชู

ระหว่าง ปฏิบัติการเสรีภาพยั่งยืน และ ปฏิบัติการเสรีภาพอิรัก ชุดปฏิบัติการรบพิเศษ – เดลตา ที่ 1 ได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์เชิดชูเกียรติหน่วยจากประธานาธิบดีสำหรับการปฏิบัติการรบในอัฟกานิสถาน ระหว่างวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 2001 ถึง 15 มีนาคม ค.ศ. 2002 และในอิรัก ระหว่างวันที่ 19 มีนาคม ค.ศ. 2003 ถึง 13 ธันวาคม ค.ศ. 2003.[8]

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ. 2019 เจ้าหน้าที่กองกำลังเดลตา พร้อมด้วยกำลังจากกรมเรนเจอร์ที่ 75 ได้ ดำเนินการจู่โจม ฐานที่มั่นของผู้นำกลุ่มรัฐอิสลาม คือ อะบู บักร์ อัลบัฆดาดีซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของเขา[9]

เมื่อวันที่ 3 มกราคม ค.ศ. 2026 เจ้าหน้าที่กองกำลังเดลตาได้ปฏิบัติการแอบโซลูตรีซอล์ฟ จับกุมประธานาธิบดีเวเนซุเอลา นิโกลัส มาดูโร และซีเลีย ฟลอเรส ภรรยาของเขา[10][11]

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. "US-Iraqi rescue operation 'foils IS mass execution'". BBC News. 22 October 2015.
  2. Rowan Scarborough (January 25, 2014). "Delta Force commando who saved 'numerous lives' in Benghazi seige honored". washingtontimes.com. สืบค้นเมื่อ December 25, 2020.
  3. Gina Harkins (April 29, 2020). "A Delta Force Marine earned the Navy Cross in Benghazi". wearethemighty.com. สืบค้นเมื่อ December 25, 2020.
  4. Jack Murphy (2016-01-11). "JSOC's Secretive Delta Force Operators on the Ground for El Chapo Capture". SOFREP News. สืบค้นเมื่อ 2016-03-18.
  5. Lewis, Jon E., บ.ก. (1997). The Handbook of the SAS And Elite Forces. How The Professionals Fight And Win. Robinson Publishing Ltd. p. 39 – Tactics And Techniques, American Army Special Forces. ISBN 1-85487-675-9.
  6. Goolsby, Denise (14 July 2016). "Palm Springs man was Army Delta Force co-creator". The Desert Sun. Palm Springs, Cal. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 20 July 2022.
  7. "Permanent Orders 137–33" (PDF). United States Army. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 8 July 2025. สืบค้นเมื่อ 2 November 2017.{{cite web}}: CS1 maint: bot: original URL status unknown (ลิงก์)
  8. "Permanent Orders 137–33" (PDF). U.S. Army Center of Military History. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2012-10-22. สืบค้นเมื่อ 2 November 2011.
  9. Warrick, Joby; Nakashima, Ellen; Lamothe, Dan (30 October 2019). "Islamic State defector inside Baghdadi's hideout critical to success of raid, officials say". The Washington Post. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 30 October 2019. สืบค้นเมื่อ 30 October 2019.
  10. https://www.cbsnews.com/live-updates/venezuela-us-military-strikes-maduro-trump/#post-update-c5fe6542
  11. "Venezuela latest: Trump says US has 'captured' President Maduro in strikes on country – latest". BBC News (ภาษาอังกฤษแบบบริติช). 2026-01-03. สืบค้นเมื่อ 2026-01-03.

หนังสืออ่านเพิ่ม

[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]