ข้ามไปเนื้อหา

กลุ่มภาษาเคลต์เกาะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กลุ่มภาษาเคลต์เกาะ
กลุ่มภาษาเคลต์หมู่เกาะ
กลุ่มเชื้อชาติ:ชนเคลต์เกาะ
ภูมิภาค:เบรอตาญ, คอร์นวอลล์, ไอร์แลนด์, เกาะแมน, สกอตแลนด์ และเวลส์
การจําแนก
ทางภาษาศาสตร์
:
อินโด-ยูโรเปียน
กลุ่มย่อย:
กลอตโตลอก:insu1254[1]

กลุ่มภาษาเคลต์เกาะ (อังกฤษ: Insular Celtic languages) เป็นกลุ่มของภาษาเคลต์ที่พูดหรือมีต้นกำเนิดในบริเตนใหญ่ ไอร์แลนด์ และเกาะแมน รวมถึงภาษาเบรอตาญในเบรอตาญ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งแม้ปัจจุบันอยู่บนทวีปยุโรป แต่สืบมาจากภาษาบริตันที่ผู้พูดจากบริเตนอพยพข้ามช่องแคบอังกฤษไปตั้งถิ่นฐานในเบรอตาญ ภาษากลุ่มเคลต์ที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งหมดในปัจจุบันอยู่ในกลุ่มเคลต์เกาะ ได้แก่ ภาษาเวลส์ ภาษาเบรอตาญ ภาษาคอร์นิช ภาษาไอริช ภาษาเกลิกสกอต และภาษาแมน ส่วนกลุ่มภาษาเคลต์ภาคพื้นทวีปซึ่งเคยใช้พูดอย่างกว้างขวางในยุโรปภาคพื้นทวีปและอานาโตเลีย เช่น ภาษากอล ภาษาเคลติเบเรีย ภาษากาลาเทีย และภาษาเลปอนติก ล้วนสูญแล้ว[2]

โดยทั่วไป กลุ่มภาษาเคลต์เกาะแบ่งออกเป็นสองสาขาหลัก คือ กลุ่มภาษาบริตัน ได้แก่ ภาษาเวลส์ ภาษาเบรอตาญ และภาษาคอร์นิช กับ กลุ่มภาษากอยเดลิก หรือกลุ่มภาษาเกลิก ได้แก่ ภาษาไอริช ภาษาเกลิกสกอต และภาษาแมน นอกจากนี้ ภาษาพิกต์หรือภาษาพริตีนิกในสกอตแลนด์โบราณมักถูกเสนอว่าอาจอยู่ในกลุ่มบริตันหรือเป็นสาขาใกล้เคียงอีกสาขาหนึ่ง แต่การจัดจำแนกยังไม่แน่ชัดเพราะมีหลักฐานภาษาจำกัดมาก[3]

คำว่า “เคลต์เกาะ” เป็นคำทางภาษาศาสตร์ ไม่ได้หมายความว่าทุกภาษาต้องใช้พูดบนเกาะในปัจจุบัน แต่หมายถึงกลุ่มภาษาที่สัมพันธ์กับโลกเคลต์ของหมู่เกาะบริเตน ไอร์แลนด์ และเกาะแมนในเชิงประวัติศาสตร์ ดังนั้นภาษาเบรอตาญจึงยังนับเป็นภาษาเคลต์เกาะ เพราะเป็นภาษาบริตันที่พัฒนาจากภาษาของผู้พูดซึ่งย้ายจากบริเตนไปยังเบรอตาญ ไม่ใช่ทายาทของภาษากอลท้องถิ่นของภาคพื้นทวีป

ภาษาที่มีชีวิตอยู่

[แก้]

ภาษากลุ่มเคลต์เกาะที่ยังมีการเขียนและการพูดอยู่ในปัจจุบันมีหกภาษา แบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก ดังนี้

ในหกภาษาที่มีชีวิตอยู่ ภาษาเวลส์ ภาษาไอริช ภาษาเกลิกสกอต และภาษาเบรอตาญมีประวัติการใช้ต่อเนื่องในชุมชนผู้พูด ส่วนภาษาคอร์นิชและภาษาแมนสูญจากการใช้เป็นภาษาแม่ในสมัยใหม่ ก่อนจะเกิดขบวนการฟื้นฟูภาษาในคริสต์ศตวรรษที่ 20 และ 21 ภาษาทั้งหมดนี้ใช้อักษรละตินในปัจจุบัน แม้ภาษาไอริชและภาษาเกลิกสกอตจะมีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์กับอักษรโอคัมและอักษรเกลิกในยุคก่อนก็ตาม

ความสัมพันธ์กับกลุ่มภาษาเคลต์ภาคพื้นทวีป

[แก้]
แผนที่โดยสังเขปของพื้นที่ที่เคยมีผู้พูดภาษาเคลต์ในยุโรป และพื้นที่ที่ยังมีผู้พูดในปัจจุบัน

การแบ่งภาษาเคลต์เป็น “เคลต์เกาะ” และ “เคลต์ภาคพื้นทวีป” เป็นการแบ่งที่ใช้ทั้งเกณฑ์ทางภูมิศาสตร์และเกณฑ์ทางประวัติศาสตร์ กลุ่มภาษาเคลต์ภาคพื้นทวีปคือภาษาที่เคยใช้พูดในยุโรปภาคพื้นทวีปและอานาโตเลีย เช่น กอล เคลติเบเรีย กาลาเทีย และเลปอนติก ภาษาเหล่านี้มีหลักฐานเป็นจารึก ชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ และคำที่นักเขียนกรีก–โรมันบันทึกไว้ แต่สูญไปทั้งหมดแล้ว

ในทางตรงกันข้าม กลุ่มภาษาเคลต์เกาะเป็นสายภาษาที่รอดมาจนถึงปัจจุบันผ่านสาขาบริตันและกอยเดลิก ภาษาเหล่านี้ไม่ได้หมายถึง “ภาษาเคลต์ทั้งหมดที่อยู่บนเกาะ” เท่านั้น แต่ยังหมายถึงสมมติฐานว่าภาษาบริตันและกอยเดลิกมีพัฒนาการร่วมกันหลังแยกจากภาษาเคลต์ดั้งเดิม และมีนวัตกรรมทางไวยากรณ์บางอย่างร่วมกันซึ่งไม่พบอย่างชัดเจนในภาษาเคลต์ภาคพื้นทวีป

สมมติฐานเคลต์เกาะ

[แก้]

สมมติฐานเคลต์เกาะ (อังกฤษ: Insular Celtic hypothesis) คือทฤษฎีที่เสนอว่าภาษาบริตันและภาษากอยเดลิกวิวัฒน์ร่วมกันในบริเตน ไอร์แลนด์ หรือบริเวณใกล้เคียง และมีบรรพบุรุษร่วมที่ใหม่กว่าภาษาเคลต์ภาคพื้นทวีป เช่น กอล เคลติเบเรีย กาลาเทีย และเลปอนติก สมมติฐานนี้ต่างจากการแบ่งแบบ พี-เคลต์ และ คิว-เคลต์ ซึ่งเน้นพัฒนาการของเสียง */kʷ/ ในภาษาเคลต์ดั้งเดิม

นักวิชาการที่สนับสนุนสมมติฐานเคลต์เกาะ เช่น Warren Cowgill, Kim McCone และ Peter Schrijver ชี้ว่าภาษาบริตันกับกอยเดลิกมีนวัตกรรมร่วมหลายประการ โดยเฉพาะ[4][5][6][7]

  • บุพบทผันรูป คือบุพบทที่รวมกับสรรพนามเป็นคำเดียว เช่น โครงสร้างแบบ “กับ-ฉัน”, “ที่-เขา” ซึ่งในภาษาเคลต์เกาะมักเป็นรูปคำเฉพาะ
  • การใช้ อนุภาคกริยา บางชนิดร่วมกัน โดยอนุภาคคือคำสั้น ๆ หน้ากริยาที่มีผลต่อความหมายหรือรูปคำ
  • ลำดับคำแบบ กริยา–ประธาน–กรรม หรือ VSO ซึ่งต่างจากภาษาอังกฤษและภาษาไทยที่มักใช้ประธานนำหน้า
  • ความแตกต่างระหว่าง รูปกริยาสัมบูรณ์ กับ รูปกริยาพึ่งพิง หรือที่ในไวยากรณ์อังกฤษเรียกว่า absolute/conjunct ซึ่งพบชัดมากในภาษาไอริชเก่าและพบร่องรอยในภาษาเวลส์สมัยกลาง

ในมุมมองนี้ การแบ่งภาษาบริตันกับกอลเป็นพี-เคลต์ และแบ่งกอยเดลิกกับเคลติเบเรียเป็นคิว-เคลต์ อาจเป็นเพียงลักษณะผิวเผิน เพราะการเปลี่ยนเสียง */kʷ/ เป็น /p/ อาจเกิดขึ้นแยกกันในบรรพบุรุษของกอลกับบริตัน หรือแพร่กระจายผ่านการสัมผัสทางภาษาได้ ไม่จำเป็นต้องแปลว่ากอลกับบริตันมีบรรพบุรุษร่วมที่ใกล้กันกว่ากอยเดลิกเสมอไป

พี-เคลต์และคิว-เคลต์

[แก้]

การแบ่งแบบ พี-เคลต์ และ คิว-เคลต์ เป็นอีกวิธีหนึ่งในการอธิบายภาษาเคลต์ โดยดูจากพัฒนาการของเสียง */kʷ/ ในภาษาเคลต์ดั้งเดิม ภาษากอลและกลุ่มบริตันมักเปลี่ยนเสียงนี้เป็น /p/ จึงเรียกว่า “พี-เคลต์” ส่วนกลุ่มกอยเดลิกและภาษาเคลติเบเรียเก็บเสียงไว้เป็นเสียงใกล้ /k/ หรือ /kʷ/ จึงเรียกว่า “คิว-เคลต์”

ตัวอย่างคำร่วมเชื้อสายที่แสดงพัฒนาการของ */kʷ/ ในภาษาเคลต์
ภาษาเคลต์ดั้งเดิมกลุ่มกอล–บริตันกลุ่มกอยเดลิกความหมาย
*kʷennos กอล pennos; เวลส์ pen; คอร์นิช penn; เบรอตาญ penn ไอริช ceann; เกลิกสกอต ceann; แมน kione หัว
*kʷetwar- กอล petuar; เวลส์ pedwar; คอร์นิช peswar; เบรอตาญ pevar ไอริช ceathair; เกลิกสกอต ceithir; แมน kiare สี่
*kʷenkʷe กอล pempe; เวลส์ pump; คอร์นิช pymp; เบรอตาญ pemp ไอริช cúig; เกลิกสกอต còig; แมน queig ห้า
*kʷeis กอล pis; เวลส์ pwy; คอร์นิช piw; เบรอตาญ piv ไอริช ; เกลิกสกอต /cia; แมน quoi ใคร

การแบ่งแบบพี/คิวมีประโยชน์ในการอธิบายเสียง แต่ไม่จำเป็นต้องตรงกับสายตระกูลทั้งหมด สมมติฐานเคลต์เกาะจึงเสนอว่าแม้บริตันจะเหมือนกอลในเรื่องเสียง /p/ แต่บริตันกับกอยเดลิกอาจมีประวัติพัฒนาร่วมกันในระดับลึกกว่า โดยเฉพาะด้านไวยากรณ์และระบบกริยา

ลักษณะร่วมทางไวยากรณ์

[แก้]

บุพบทผันรูป

[แก้]

ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของภาษาเคลต์เกาะคือ บุพบทผันรูป หรือบุพบทที่รวมกับสรรพนามเป็นคำเดียว ตัวอย่างเชิงโครงสร้างคือคำที่มีความหมายแบบ “ที่ฉัน”, “กับเขา”, “จากเรา” ซึ่งในภาษากลุ่มนี้มักไม่ใช่เพียงบุพบทบวกสรรพนามแยกกัน แต่เป็นรูปคำเฉพาะของบุพบทนั้น ๆ ลักษณะนี้พบชัดในภาษาไอริช ภาษาเกลิกสกอต ภาษาแมน และมีคู่เทียบในกลุ่มบริตัน

ลำดับคำ VSO

[แก้]

ภาษากลุ่มเคลต์เกาะจำนวนมากมีลำดับคำพื้นฐานแบบ กริยา–ประธาน–กรรม หรือ VSO เช่น ประโยคที่ตรงกับภาษาไทยว่า “เห็น ชาย หญิง” แทนที่จะเป็น “ชายเห็นหญิง” แบบภาษาอังกฤษ ลำดับคำนี้เป็นลักษณะสำคัญของภาษาเคลต์เกาะและเกี่ยวข้องกับระบบอนุภาคหน้ากริยาและรูปกริยาในภาษาเก่า

รูปกริยาสัมบูรณ์และพึ่งพิง

[แก้]

ระบบกริยาของภาษาเคลต์เกาะมีลักษณะพิเศษที่ไม่พบในภาษาอินโด-ยูโรเปียนที่ได้รับการรับรองอื่น ๆ คือกริยาอาจมีรูปต่างกันตามตำแหน่งในประโยค หากกริยาอยู่ต้นประโยคโดยตรง จะใช้รูปที่เรียกว่า รูปสัมบูรณ์ (absolute) แต่หากมีกริยาอยู่หลังอนุภาคหน้ากริยา เช่น คำปฏิเสธ จะใช้รูปที่เรียกว่า รูปพึ่งพิง หรือ conjunct ลักษณะนี้พบชัดที่สุดในภาษาไอริชเก่า ยังหลงเหลือบางส่วนในภาษาเกลิกสกอต และมีร่องรอยในภาษาเวลส์สมัยกลาง

ตัวอย่างจากกริยาไอริชเก่า beirid “ถือ/นำ/พา” เมื่อใช้เป็นประโยคบอกเล่ากริยาอยู่ต้นประโยคจะใช้รูปหนึ่ง แต่เมื่ออยู่หลังคำปฏิเสธ “ไม่” จะใช้รูปอีกชุดหนึ่ง

ตัวอย่างรูปกริยาไอริชเก่า beirid “ถือ/นำ/พา”
บุรุษและพจน์รูปสัมบูรณ์ความหมายรูปหลัง ความหมาย
เอกพจน์ บุรุษที่ 1biruฉันถือní biurฉันไม่ถือ
เอกพจน์ บุรุษที่ 2biriเธอถือní birเธอไม่ถือ
เอกพจน์ บุรุษที่ 3beiridเขา/เธอถือní beirเขา/เธอไม่ถือ
พหูพจน์ บุรุษที่ 1bermaiพวกเราถือní beramพวกเราไม่ถือ
พหูพจน์ บุรุษที่ 2beirtheพวกเธอถือní beiridพวกเธอไม่ถือ

ระบบนี้มีความสำคัญมากต่อการถกเถียงเรื่องเคลต์เกาะ เพราะหากเป็นนวัตกรรมร่วมจริง ก็เป็นหลักฐานสนับสนุนว่าบริตันกับกอยเดลิกเคยมีระยะพัฒนาร่วมกันหลังแยกจากภาษาเคลต์ภาคพื้นทวีป

เคลต์เกาะในฐานะเขตภาษา

[แก้]

นักวิชาการบางคนไม่เห็นว่าลักษณะร่วมทั้งหมดจำเป็นต้องมาจากบรรพบุรุษร่วมโดยตรง แต่เสนอว่าเคลต์เกาะอาจเป็น เขตภาษา หรือพื้นที่ที่ภาษาต่าง ๆ มีอิทธิพลต่อกันอย่างใกล้ชิดหลังแยกจากกันแล้ว เขตภาษาอาจเกิดจากการมีผู้พูดสองภาษาอย่างแพร่หลาย การแต่งงานข้ามกลุ่ม และการไม่มีเส้นแบ่งทางสังคมภาษาที่แข็งมาก

รานโก มาตาโซวิช เสนอว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่กระทบทั้งสองสาขาของเคลต์เกาะ แต่ไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าต้องลงวันที่ไปถึงยุคเคลต์เกาะดั้งเดิม ได้แก่[8]

  • การเปลี่ยนแปลงทางเสียง เช่น การทำให้พยัญชนะกักไม่ก้องอ่อนลง การยกเสียงสระ การลดเสียงสระ การตัดเสียงท้ายคำ และการตัดเสียงกลางคำ
  • การเปลี่ยนแปลงทางรูปคำ เช่น การสร้างบุพบทผันรูป การสูญรูปการกของสรรพนาม การสร้างระดับเปรียบเทียบแบบเท่าเทียม การสร้างกาลไม่สมบูรณ์ และการสร้างมาลาเงื่อนไข
  • การเปลี่ยนแปลงทางวากยสัมพันธ์ เช่น การทำให้ลำดับคำ VSO แข็งตัว การสร้างคำนำหน้านามชี้เฉพาะหน้าคำนาม การสร้างอนุภาคแสดงบอกเล่าและปฏิเสธ การสร้างโครงสร้างกริยาช่วย การสร้างตัวบ่งกรรม และการใช้เลขลำดับในความหมายว่า “หนึ่งใน”

ด้วยเหตุนี้ บทความทางภาษาศาสตร์จำนวนมากจึงมักแยกสองประเด็นออกจากกัน คือ “เคลต์เกาะเป็นสาขาตระกูลภาษาจริงหรือไม่” กับ “เคลต์เกาะเป็นเขตภาษาที่มีการถ่ายทอดลักษณะร่วมกันหรือไม่” ทั้งสองแนวคิดอาจไม่จำเป็นต้องตัดกันโดยสิ้นเชิง เพราะภาษาที่มีบรรพบุรุษร่วมใกล้กันก็ยังอาจมีอิทธิพลต่อกันภายหลังได้อีก

ภาษาพิกต์และพริตีนิก

[แก้]

ภาษาพิกต์เป็นภาษาที่เกี่ยวข้องกับชาวพิกต์ในสกอตแลนด์โบราณ หลักฐานที่เหลืออยู่มีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ และจารึกสั้น ๆ จึงทำให้การจัดจำแนกไม่แน่ชัด นักวิชาการจำนวนมากมองว่าภาษาพิกต์น่าจะเป็นภาษาบริตันหรือใกล้เคียงกับบริตัน ขณะที่บางแนวคิดแยกเป็นสาขาที่เรียกว่า พริตีนิก[9][10]

ในบทความนี้จึงใส่ภาษาพิกต์ไว้เป็นรายการมีเครื่องหมายคำถาม เพราะสถานะยังเป็นข้อถกเถียง ไม่ควรจัดเป็นภาษาแม่ลูกกับภาษาเวลส์หรือภาษาเบรอตาญอย่างมั่นใจเกินไป แม้ในเชิงกว้างจะเกี่ยวข้องกับโลกภาษาบริตันของบริเตนตอนเหนือก็ตาม

เบรอตาญกับคำว่าเกาะ

[แก้]

กรณีของภาษาเบรอตาญมักทำให้เกิดความสับสน เพราะภาษาเบรอตาญใช้พูดในเบรอตาญซึ่งอยู่บนภาคพื้นทวีปยุโรป แต่ในทางภาษาศาสตร์ยังจัดเป็นภาษาเคลต์เกาะ ไม่ใช่ภาษาเคลต์ภาคพื้นทวีป เหตุผลคือภาษาเบรอตาญไม่ได้สืบจากภาษากอลท้องถิ่นโดยตรง แต่สืบจากภาษาบริตันที่ผู้พูดจากบริเตนพาข้ามช่องแคบอังกฤษไปยังเบรอตาญในช่วงต้นยุคกลาง หลังแรงกดดันและการเคลื่อนย้ายของชาวแองโกล-แซกซันในเกาะอังกฤษ

ด้วยเหตุนี้ ภาษาเบรอตาญจึงใกล้กับภาษาเวลส์และภาษาคอร์นิชมากกว่าภาษากอลโบราณ แม้จะอยู่ในฝรั่งเศสในปัจจุบัน คำว่า “เคลต์เกาะ” จึงเป็นชื่อของสายประวัติภาษา ไม่ใช่คำบอกตำแหน่งภูมิศาสตร์ปัจจุบันอย่างเคร่งครัด

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Hammarström, Harald; Forkel, Robert; Haspelmath, Martin (บ.ก.). "Insular Celtic". Glottolog . Jena, Germany: Max Planck Institute for the Science of Human History.
  2. Eska, Joseph F. (2006). "Galatian language". ใน John T. Koch (บ.ก.). Celtic culture: a historical encyclopedia. เล่มที่ III: G—L. Santa Barbara, California: ABC-CLIO. ISBN 1-85109-440-7.
  3. Rhys, Guto. "The Early Evidence for 'Pictish' - Pritenic Reconsidered". Arts & Humanities Research Council.
  4. Cowgill, Warren (1975). "The origins of the Insular Celtic conjunct and absolute verbal endings". ใน H. Rix (บ.ก.). Flexion und Wortbildung: Akten der V. Fachtagung der Indogermanischen Gesellschaft, Regensburg, 9.–14. September 1973. Wiesbaden: Reichert. น. 40–70. ISBN 3-920153-40-5.
  5. McCone, Kim (1991). "The PIE stops and syllabic nasals in Celtic". Studia Celtica Japonica. 4: 37–69.
  6. McCone, Kim (1992). "Relative Chronologie: Keltisch". ใน Beekes, R.; Lubotsky, A.; Weitenberg, J. (บ.ก.). Rekonstruktion und relative Chronologie: Akten Der VIII. Fachtagung Der Indogermanischen Gesellschaft, Leiden, 31. August–4. September 1987. Institut für Sprachwissenschaft der Universität Innsbruck. น. 12–39. ISBN 3-85124-613-6.
  7. Schrijver, Peter (1995). Studies in British Celtic historical phonology. Amsterdam: Rodopi. ISBN 90-5183-820-4.
  8. Insular Celtic as a Language Area in The Celtic Languages in Contact, Hildegard Tristram, 2007.
  9. Alan G. James (2020), The Brittonic Language in the Old North - A Guide to the Place-Name Evidence (Volume 1) PDF.
  10. Paul Cavill, George Broderic (2009), "Language Contact in the Place-Names of Britain and Ireland", The Journal of Scottish Name Studies.

บรรณานุกรม

[แก้]
  • Ball, Martin J. & James Fife (ed.) (1993). The Celtic Languages. London: Routledge. ISBN 0-415-01035-7.
  • Borsley, Robert D. & Ian Roberts (ed.) (1996). The Syntax of the Celtic Languages: A Comparative Perspective. Cambridge: Cambridge University Press. ISBN 0521481600.
  • Cowgill, Warren (1975). "The origins of the Insular Celtic conjunct and absolute verbal endings". ใน H. Rix (บ.ก.). Flexion und Wortbildung: Akten der V. Fachtagung der Indogermanischen Gesellschaft, Regensburg, 9.–14. September 1973. Wiesbaden: Reichert. น. 40–70. ISBN 3-920153-40-5.
  • McCone, Kim (1991). "The PIE stops and syllabic nasals in Celtic". Studia Celtica Japonica. 4: 37–69.
  • McCone, Kim (1992). "Relative Chronologie: Keltisch". ใน Beekes, R.; Lubotsky, A.; Weitenberg, J. (บ.ก.). Rekonstruktion und relative Chronologie: Akten Der VIII. Fachtagung Der Indogermanischen Gesellschaft, Leiden, 31. August–4. September 1987. Institut für Sprachwissenschaft der Universität Innsbruck. น. 12–39. ISBN 3-85124-613-6.
  • Schrijver, Peter (1995). Studies in British Celtic historical phonology. Amsterdam: Rodopi. ISBN 90-5183-820-4.
  • Schumacher, Stefan; Schulze-Thulin, Britta; aan de Wiel, Caroline (2004). Die keltischen Primärverben. Ein vergleichendes, etymologisches und morphologisches Lexikon (ภาษาเยอรมัน). Innsbruck: Institut für Sprachen und Kulturen der Universität Innsbruck. ISBN 3-85124-692-6.

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]