กลุ่มภาษาเคลต์เกาะ
| กลุ่มภาษาเคลต์เกาะ | |
|---|---|
| กลุ่มภาษาเคลต์หมู่เกาะ | |
| กลุ่มเชื้อชาติ: | ชนเคลต์เกาะ |
| ภูมิภาค: | เบรอตาญ, คอร์นวอลล์, ไอร์แลนด์, เกาะแมน, สกอตแลนด์ และเวลส์ |
| การจําแนก ทางภาษาศาสตร์: | อินโด-ยูโรเปียน
|
| กลุ่มย่อย: | |
| กลอตโตลอก: | insu1254[1] |
กลุ่มภาษาเคลต์เกาะ (อังกฤษ: Insular Celtic languages) เป็นกลุ่มของภาษาเคลต์ที่พูดหรือมีต้นกำเนิดในบริเตนใหญ่ ไอร์แลนด์ และเกาะแมน รวมถึงภาษาเบรอตาญในเบรอตาญ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งแม้ปัจจุบันอยู่บนทวีปยุโรป แต่สืบมาจากภาษาบริตันที่ผู้พูดจากบริเตนอพยพข้ามช่องแคบอังกฤษไปตั้งถิ่นฐานในเบรอตาญ ภาษากลุ่มเคลต์ที่ยังมีชีวิตอยู่ทั้งหมดในปัจจุบันอยู่ในกลุ่มเคลต์เกาะ ได้แก่ ภาษาเวลส์ ภาษาเบรอตาญ ภาษาคอร์นิช ภาษาไอริช ภาษาเกลิกสกอต และภาษาแมน ส่วนกลุ่มภาษาเคลต์ภาคพื้นทวีปซึ่งเคยใช้พูดอย่างกว้างขวางในยุโรปภาคพื้นทวีปและอานาโตเลีย เช่น ภาษากอล ภาษาเคลติเบเรีย ภาษากาลาเทีย และภาษาเลปอนติก ล้วนสูญแล้ว[2]
โดยทั่วไป กลุ่มภาษาเคลต์เกาะแบ่งออกเป็นสองสาขาหลัก คือ กลุ่มภาษาบริตัน ได้แก่ ภาษาเวลส์ ภาษาเบรอตาญ และภาษาคอร์นิช กับ กลุ่มภาษากอยเดลิก หรือกลุ่มภาษาเกลิก ได้แก่ ภาษาไอริช ภาษาเกลิกสกอต และภาษาแมน นอกจากนี้ ภาษาพิกต์หรือภาษาพริตีนิกในสกอตแลนด์โบราณมักถูกเสนอว่าอาจอยู่ในกลุ่มบริตันหรือเป็นสาขาใกล้เคียงอีกสาขาหนึ่ง แต่การจัดจำแนกยังไม่แน่ชัดเพราะมีหลักฐานภาษาจำกัดมาก[3]
คำว่า “เคลต์เกาะ” เป็นคำทางภาษาศาสตร์ ไม่ได้หมายความว่าทุกภาษาต้องใช้พูดบนเกาะในปัจจุบัน แต่หมายถึงกลุ่มภาษาที่สัมพันธ์กับโลกเคลต์ของหมู่เกาะบริเตน ไอร์แลนด์ และเกาะแมนในเชิงประวัติศาสตร์ ดังนั้นภาษาเบรอตาญจึงยังนับเป็นภาษาเคลต์เกาะ เพราะเป็นภาษาบริตันที่พัฒนาจากภาษาของผู้พูดซึ่งย้ายจากบริเตนไปยังเบรอตาญ ไม่ใช่ทายาทของภาษากอลท้องถิ่นของภาคพื้นทวีป
ภาษาที่มีชีวิตอยู่
[แก้]ภาษากลุ่มเคลต์เกาะที่ยังมีการเขียนและการพูดอยู่ในปัจจุบันมีหกภาษา แบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก ดังนี้
- กลุ่มภาษาบริตัน หรือ บริตโทนิก
- ภาษาเวลส์ ใช้พูดในเวลส์และชุมชนผู้พูดในที่อื่น เช่น จังหวัดชูบุต ประเทศอาร์เจนตินา
- ภาษาเบรอตาญ ใช้พูดในเบรอตาญ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส
- ภาษาคอร์นิช ภาษาของคอร์นวอลล์ ซึ่งสูญจากการใช้เป็นภาษาแม่ในสมัยใหม่ แต่มีการฟื้นฟู
- กลุ่มภาษากอยเดลิก หรือ กลุ่มภาษาเกลิก
- ภาษาไอริช ภาษาพื้นเมืองของเกาะไอร์แลนด์
- ภาษาเกลิกสกอต ใช้พูดโดยเฉพาะในที่สูงสกอตและเฮบริดีส
- ภาษาแมน ภาษาของเกาะแมน ซึ่งสูญจากการใช้เป็นภาษาแม่ในสมัยใหม่ แต่มีการฟื้นฟู
- พริตีนิก (?)
- ภาษาพิกต์ ภาษาที่เคยใช้ในสกอตแลนด์ตอนเหนือและตะวันออก จัดอยู่ในหรือใกล้กับกลุ่มบริตันในหลายสมมติฐาน แต่ยังเป็นประเด็นถกเถียง
ในหกภาษาที่มีชีวิตอยู่ ภาษาเวลส์ ภาษาไอริช ภาษาเกลิกสกอต และภาษาเบรอตาญมีประวัติการใช้ต่อเนื่องในชุมชนผู้พูด ส่วนภาษาคอร์นิชและภาษาแมนสูญจากการใช้เป็นภาษาแม่ในสมัยใหม่ ก่อนจะเกิดขบวนการฟื้นฟูภาษาในคริสต์ศตวรรษที่ 20 และ 21 ภาษาทั้งหมดนี้ใช้อักษรละตินในปัจจุบัน แม้ภาษาไอริชและภาษาเกลิกสกอตจะมีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์กับอักษรโอคัมและอักษรเกลิกในยุคก่อนก็ตาม
ความสัมพันธ์กับกลุ่มภาษาเคลต์ภาคพื้นทวีป
[แก้]
การแบ่งภาษาเคลต์เป็น “เคลต์เกาะ” และ “เคลต์ภาคพื้นทวีป” เป็นการแบ่งที่ใช้ทั้งเกณฑ์ทางภูมิศาสตร์และเกณฑ์ทางประวัติศาสตร์ กลุ่มภาษาเคลต์ภาคพื้นทวีปคือภาษาที่เคยใช้พูดในยุโรปภาคพื้นทวีปและอานาโตเลีย เช่น กอล เคลติเบเรีย กาลาเทีย และเลปอนติก ภาษาเหล่านี้มีหลักฐานเป็นจารึก ชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ และคำที่นักเขียนกรีก–โรมันบันทึกไว้ แต่สูญไปทั้งหมดแล้ว
ในทางตรงกันข้าม กลุ่มภาษาเคลต์เกาะเป็นสายภาษาที่รอดมาจนถึงปัจจุบันผ่านสาขาบริตันและกอยเดลิก ภาษาเหล่านี้ไม่ได้หมายถึง “ภาษาเคลต์ทั้งหมดที่อยู่บนเกาะ” เท่านั้น แต่ยังหมายถึงสมมติฐานว่าภาษาบริตันและกอยเดลิกมีพัฒนาการร่วมกันหลังแยกจากภาษาเคลต์ดั้งเดิม และมีนวัตกรรมทางไวยากรณ์บางอย่างร่วมกันซึ่งไม่พบอย่างชัดเจนในภาษาเคลต์ภาคพื้นทวีป
สมมติฐานเคลต์เกาะ
[แก้]สมมติฐานเคลต์เกาะ (อังกฤษ: Insular Celtic hypothesis) คือทฤษฎีที่เสนอว่าภาษาบริตันและภาษากอยเดลิกวิวัฒน์ร่วมกันในบริเตน ไอร์แลนด์ หรือบริเวณใกล้เคียง และมีบรรพบุรุษร่วมที่ใหม่กว่าภาษาเคลต์ภาคพื้นทวีป เช่น กอล เคลติเบเรีย กาลาเทีย และเลปอนติก สมมติฐานนี้ต่างจากการแบ่งแบบ พี-เคลต์ และ คิว-เคลต์ ซึ่งเน้นพัฒนาการของเสียง */kʷ/ ในภาษาเคลต์ดั้งเดิม
นักวิชาการที่สนับสนุนสมมติฐานเคลต์เกาะ เช่น Warren Cowgill, Kim McCone และ Peter Schrijver ชี้ว่าภาษาบริตันกับกอยเดลิกมีนวัตกรรมร่วมหลายประการ โดยเฉพาะ[4][5][6][7]
- บุพบทผันรูป คือบุพบทที่รวมกับสรรพนามเป็นคำเดียว เช่น โครงสร้างแบบ “กับ-ฉัน”, “ที่-เขา” ซึ่งในภาษาเคลต์เกาะมักเป็นรูปคำเฉพาะ
- การใช้ อนุภาคกริยา บางชนิดร่วมกัน โดยอนุภาคคือคำสั้น ๆ หน้ากริยาที่มีผลต่อความหมายหรือรูปคำ
- ลำดับคำแบบ กริยา–ประธาน–กรรม หรือ VSO ซึ่งต่างจากภาษาอังกฤษและภาษาไทยที่มักใช้ประธานนำหน้า
- ความแตกต่างระหว่าง รูปกริยาสัมบูรณ์ กับ รูปกริยาพึ่งพิง หรือที่ในไวยากรณ์อังกฤษเรียกว่า absolute/conjunct ซึ่งพบชัดมากในภาษาไอริชเก่าและพบร่องรอยในภาษาเวลส์สมัยกลาง
ในมุมมองนี้ การแบ่งภาษาบริตันกับกอลเป็นพี-เคลต์ และแบ่งกอยเดลิกกับเคลติเบเรียเป็นคิว-เคลต์ อาจเป็นเพียงลักษณะผิวเผิน เพราะการเปลี่ยนเสียง */kʷ/ เป็น /p/ อาจเกิดขึ้นแยกกันในบรรพบุรุษของกอลกับบริตัน หรือแพร่กระจายผ่านการสัมผัสทางภาษาได้ ไม่จำเป็นต้องแปลว่ากอลกับบริตันมีบรรพบุรุษร่วมที่ใกล้กันกว่ากอยเดลิกเสมอไป
พี-เคลต์และคิว-เคลต์
[แก้]การแบ่งแบบ พี-เคลต์ และ คิว-เคลต์ เป็นอีกวิธีหนึ่งในการอธิบายภาษาเคลต์ โดยดูจากพัฒนาการของเสียง */kʷ/ ในภาษาเคลต์ดั้งเดิม ภาษากอลและกลุ่มบริตันมักเปลี่ยนเสียงนี้เป็น /p/ จึงเรียกว่า “พี-เคลต์” ส่วนกลุ่มกอยเดลิกและภาษาเคลติเบเรียเก็บเสียงไว้เป็นเสียงใกล้ /k/ หรือ /kʷ/ จึงเรียกว่า “คิว-เคลต์”
| ภาษาเคลต์ดั้งเดิม | กลุ่มกอล–บริตัน | กลุ่มกอยเดลิก | ความหมาย |
|---|---|---|---|
| *kʷennos | กอล pennos; เวลส์ pen; คอร์นิช penn; เบรอตาญ penn | ไอริช ceann; เกลิกสกอต ceann; แมน kione | หัว |
| *kʷetwar- | กอล petuar; เวลส์ pedwar; คอร์นิช peswar; เบรอตาญ pevar | ไอริช ceathair; เกลิกสกอต ceithir; แมน kiare | สี่ |
| *kʷenkʷe | กอล pempe; เวลส์ pump; คอร์นิช pymp; เบรอตาญ pemp | ไอริช cúig; เกลิกสกอต còig; แมน queig | ห้า |
| *kʷeis | กอล pis; เวลส์ pwy; คอร์นิช piw; เบรอตาญ piv | ไอริช cé; เกลิกสกอต cò/cia; แมน quoi | ใคร |
การแบ่งแบบพี/คิวมีประโยชน์ในการอธิบายเสียง แต่ไม่จำเป็นต้องตรงกับสายตระกูลทั้งหมด สมมติฐานเคลต์เกาะจึงเสนอว่าแม้บริตันจะเหมือนกอลในเรื่องเสียง /p/ แต่บริตันกับกอยเดลิกอาจมีประวัติพัฒนาร่วมกันในระดับลึกกว่า โดยเฉพาะด้านไวยากรณ์และระบบกริยา
ลักษณะร่วมทางไวยากรณ์
[แก้]บุพบทผันรูป
[แก้]ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของภาษาเคลต์เกาะคือ บุพบทผันรูป หรือบุพบทที่รวมกับสรรพนามเป็นคำเดียว ตัวอย่างเชิงโครงสร้างคือคำที่มีความหมายแบบ “ที่ฉัน”, “กับเขา”, “จากเรา” ซึ่งในภาษากลุ่มนี้มักไม่ใช่เพียงบุพบทบวกสรรพนามแยกกัน แต่เป็นรูปคำเฉพาะของบุพบทนั้น ๆ ลักษณะนี้พบชัดในภาษาไอริช ภาษาเกลิกสกอต ภาษาแมน และมีคู่เทียบในกลุ่มบริตัน
ลำดับคำ VSO
[แก้]ภาษากลุ่มเคลต์เกาะจำนวนมากมีลำดับคำพื้นฐานแบบ กริยา–ประธาน–กรรม หรือ VSO เช่น ประโยคที่ตรงกับภาษาไทยว่า “เห็น ชาย หญิง” แทนที่จะเป็น “ชายเห็นหญิง” แบบภาษาอังกฤษ ลำดับคำนี้เป็นลักษณะสำคัญของภาษาเคลต์เกาะและเกี่ยวข้องกับระบบอนุภาคหน้ากริยาและรูปกริยาในภาษาเก่า
รูปกริยาสัมบูรณ์และพึ่งพิง
[แก้]ระบบกริยาของภาษาเคลต์เกาะมีลักษณะพิเศษที่ไม่พบในภาษาอินโด-ยูโรเปียนที่ได้รับการรับรองอื่น ๆ คือกริยาอาจมีรูปต่างกันตามตำแหน่งในประโยค หากกริยาอยู่ต้นประโยคโดยตรง จะใช้รูปที่เรียกว่า รูปสัมบูรณ์ (absolute) แต่หากมีกริยาอยู่หลังอนุภาคหน้ากริยา เช่น คำปฏิเสธ จะใช้รูปที่เรียกว่า รูปพึ่งพิง หรือ conjunct ลักษณะนี้พบชัดที่สุดในภาษาไอริชเก่า ยังหลงเหลือบางส่วนในภาษาเกลิกสกอต และมีร่องรอยในภาษาเวลส์สมัยกลาง
ตัวอย่างจากกริยาไอริชเก่า beirid “ถือ/นำ/พา” เมื่อใช้เป็นประโยคบอกเล่ากริยาอยู่ต้นประโยคจะใช้รูปหนึ่ง แต่เมื่ออยู่หลังคำปฏิเสธ ní “ไม่” จะใช้รูปอีกชุดหนึ่ง
| บุรุษและพจน์ | รูปสัมบูรณ์ | ความหมาย | รูปหลัง ní | ความหมาย |
|---|---|---|---|---|
| เอกพจน์ บุรุษที่ 1 | biru | ฉันถือ | ní biur | ฉันไม่ถือ |
| เอกพจน์ บุรุษที่ 2 | biri | เธอถือ | ní bir | เธอไม่ถือ |
| เอกพจน์ บุรุษที่ 3 | beirid | เขา/เธอถือ | ní beir | เขา/เธอไม่ถือ |
| พหูพจน์ บุรุษที่ 1 | bermai | พวกเราถือ | ní beram | พวกเราไม่ถือ |
| พหูพจน์ บุรุษที่ 2 | beirthe | พวกเธอถือ | ní beirid | พวกเธอไม่ถือ |
ระบบนี้มีความสำคัญมากต่อการถกเถียงเรื่องเคลต์เกาะ เพราะหากเป็นนวัตกรรมร่วมจริง ก็เป็นหลักฐานสนับสนุนว่าบริตันกับกอยเดลิกเคยมีระยะพัฒนาร่วมกันหลังแยกจากภาษาเคลต์ภาคพื้นทวีป
เคลต์เกาะในฐานะเขตภาษา
[แก้]นักวิชาการบางคนไม่เห็นว่าลักษณะร่วมทั้งหมดจำเป็นต้องมาจากบรรพบุรุษร่วมโดยตรง แต่เสนอว่าเคลต์เกาะอาจเป็น เขตภาษา หรือพื้นที่ที่ภาษาต่าง ๆ มีอิทธิพลต่อกันอย่างใกล้ชิดหลังแยกจากกันแล้ว เขตภาษาอาจเกิดจากการมีผู้พูดสองภาษาอย่างแพร่หลาย การแต่งงานข้ามกลุ่ม และการไม่มีเส้นแบ่งทางสังคมภาษาที่แข็งมาก
รานโก มาตาโซวิช เสนอว่ามีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่กระทบทั้งสองสาขาของเคลต์เกาะ แต่ไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าต้องลงวันที่ไปถึงยุคเคลต์เกาะดั้งเดิม ได้แก่[8]
- การเปลี่ยนแปลงทางเสียง เช่น การทำให้พยัญชนะกักไม่ก้องอ่อนลง การยกเสียงสระ การลดเสียงสระ การตัดเสียงท้ายคำ และการตัดเสียงกลางคำ
- การเปลี่ยนแปลงทางรูปคำ เช่น การสร้างบุพบทผันรูป การสูญรูปการกของสรรพนาม การสร้างระดับเปรียบเทียบแบบเท่าเทียม การสร้างกาลไม่สมบูรณ์ และการสร้างมาลาเงื่อนไข
- การเปลี่ยนแปลงทางวากยสัมพันธ์ เช่น การทำให้ลำดับคำ VSO แข็งตัว การสร้างคำนำหน้านามชี้เฉพาะหน้าคำนาม การสร้างอนุภาคแสดงบอกเล่าและปฏิเสธ การสร้างโครงสร้างกริยาช่วย การสร้างตัวบ่งกรรม และการใช้เลขลำดับในความหมายว่า “หนึ่งใน”
ด้วยเหตุนี้ บทความทางภาษาศาสตร์จำนวนมากจึงมักแยกสองประเด็นออกจากกัน คือ “เคลต์เกาะเป็นสาขาตระกูลภาษาจริงหรือไม่” กับ “เคลต์เกาะเป็นเขตภาษาที่มีการถ่ายทอดลักษณะร่วมกันหรือไม่” ทั้งสองแนวคิดอาจไม่จำเป็นต้องตัดกันโดยสิ้นเชิง เพราะภาษาที่มีบรรพบุรุษร่วมใกล้กันก็ยังอาจมีอิทธิพลต่อกันภายหลังได้อีก
ภาษาพิกต์และพริตีนิก
[แก้]ภาษาพิกต์เป็นภาษาที่เกี่ยวข้องกับชาวพิกต์ในสกอตแลนด์โบราณ หลักฐานที่เหลืออยู่มีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นชื่อบุคคล ชื่อสถานที่ และจารึกสั้น ๆ จึงทำให้การจัดจำแนกไม่แน่ชัด นักวิชาการจำนวนมากมองว่าภาษาพิกต์น่าจะเป็นภาษาบริตันหรือใกล้เคียงกับบริตัน ขณะที่บางแนวคิดแยกเป็นสาขาที่เรียกว่า พริตีนิก[9][10]
ในบทความนี้จึงใส่ภาษาพิกต์ไว้เป็นรายการมีเครื่องหมายคำถาม เพราะสถานะยังเป็นข้อถกเถียง ไม่ควรจัดเป็นภาษาแม่ลูกกับภาษาเวลส์หรือภาษาเบรอตาญอย่างมั่นใจเกินไป แม้ในเชิงกว้างจะเกี่ยวข้องกับโลกภาษาบริตันของบริเตนตอนเหนือก็ตาม
เบรอตาญกับคำว่าเกาะ
[แก้]กรณีของภาษาเบรอตาญมักทำให้เกิดความสับสน เพราะภาษาเบรอตาญใช้พูดในเบรอตาญซึ่งอยู่บนภาคพื้นทวีปยุโรป แต่ในทางภาษาศาสตร์ยังจัดเป็นภาษาเคลต์เกาะ ไม่ใช่ภาษาเคลต์ภาคพื้นทวีป เหตุผลคือภาษาเบรอตาญไม่ได้สืบจากภาษากอลท้องถิ่นโดยตรง แต่สืบจากภาษาบริตันที่ผู้พูดจากบริเตนพาข้ามช่องแคบอังกฤษไปยังเบรอตาญในช่วงต้นยุคกลาง หลังแรงกดดันและการเคลื่อนย้ายของชาวแองโกล-แซกซันในเกาะอังกฤษ
ด้วยเหตุนี้ ภาษาเบรอตาญจึงใกล้กับภาษาเวลส์และภาษาคอร์นิชมากกว่าภาษากอลโบราณ แม้จะอยู่ในฝรั่งเศสในปัจจุบัน คำว่า “เคลต์เกาะ” จึงเป็นชื่อของสายประวัติภาษา ไม่ใช่คำบอกตำแหน่งภูมิศาสตร์ปัจจุบันอย่างเคร่งครัด
ดูเพิ่ม
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- ↑ Hammarström, Harald; Forkel, Robert; Haspelmath, Martin (บ.ก.). "Insular Celtic". Glottolog . Jena, Germany: Max Planck Institute for the Science of Human History.
- ↑ Eska, Joseph F. (2006). "Galatian language". ใน John T. Koch (บ.ก.). Celtic culture: a historical encyclopedia. เล่มที่ III: G—L. Santa Barbara, California: ABC-CLIO. ISBN 1-85109-440-7.
- ↑ Rhys, Guto. "The Early Evidence for 'Pictish' - Pritenic Reconsidered". Arts & Humanities Research Council.
- ↑ Cowgill, Warren (1975). "The origins of the Insular Celtic conjunct and absolute verbal endings". ใน H. Rix (บ.ก.). Flexion und Wortbildung: Akten der V. Fachtagung der Indogermanischen Gesellschaft, Regensburg, 9.–14. September 1973. Wiesbaden: Reichert. น. 40–70. ISBN 3-920153-40-5.
- ↑ McCone, Kim (1991). "The PIE stops and syllabic nasals in Celtic". Studia Celtica Japonica. 4: 37–69.
- ↑ McCone, Kim (1992). "Relative Chronologie: Keltisch". ใน Beekes, R.; Lubotsky, A.; Weitenberg, J. (บ.ก.). Rekonstruktion und relative Chronologie: Akten Der VIII. Fachtagung Der Indogermanischen Gesellschaft, Leiden, 31. August–4. September 1987. Institut für Sprachwissenschaft der Universität Innsbruck. น. 12–39. ISBN 3-85124-613-6.
- ↑ Schrijver, Peter (1995). Studies in British Celtic historical phonology. Amsterdam: Rodopi. ISBN 90-5183-820-4.
- ↑ Insular Celtic as a Language Area in The Celtic Languages in Contact, Hildegard Tristram, 2007.
- ↑ Alan G. James (2020), The Brittonic Language in the Old North - A Guide to the Place-Name Evidence (Volume 1) PDF.
- ↑ Paul Cavill, George Broderic (2009), "Language Contact in the Place-Names of Britain and Ireland", The Journal of Scottish Name Studies.
บรรณานุกรม
[แก้]- Ball, Martin J. & James Fife (ed.) (1993). The Celtic Languages. London: Routledge. ISBN 0-415-01035-7.
- Borsley, Robert D. & Ian Roberts (ed.) (1996). The Syntax of the Celtic Languages: A Comparative Perspective. Cambridge: Cambridge University Press. ISBN 0521481600.
- Cowgill, Warren (1975). "The origins of the Insular Celtic conjunct and absolute verbal endings". ใน H. Rix (บ.ก.). Flexion und Wortbildung: Akten der V. Fachtagung der Indogermanischen Gesellschaft, Regensburg, 9.–14. September 1973. Wiesbaden: Reichert. น. 40–70. ISBN 3-920153-40-5.
- McCone, Kim (1991). "The PIE stops and syllabic nasals in Celtic". Studia Celtica Japonica. 4: 37–69.
- McCone, Kim (1992). "Relative Chronologie: Keltisch". ใน Beekes, R.; Lubotsky, A.; Weitenberg, J. (บ.ก.). Rekonstruktion und relative Chronologie: Akten Der VIII. Fachtagung Der Indogermanischen Gesellschaft, Leiden, 31. August–4. September 1987. Institut für Sprachwissenschaft der Universität Innsbruck. น. 12–39. ISBN 3-85124-613-6.
- Schrijver, Peter (1995). Studies in British Celtic historical phonology. Amsterdam: Rodopi. ISBN 90-5183-820-4.
- Schumacher, Stefan; Schulze-Thulin, Britta; aan de Wiel, Caroline (2004). Die keltischen Primärverben. Ein vergleichendes, etymologisches und morphologisches Lexikon (ภาษาเยอรมัน). Innsbruck: Institut für Sprachen und Kulturen der Universität Innsbruck. ISBN 3-85124-692-6.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- Celtic languages ที่ Omniglot
- Celtic languages ที่ Encyclopaedia Britannica