กรณีพิพาทอโยธยา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

กรณีพิพาทอโยธยา (Ayodhya dispute; ฮินดี: अयोध्या विवाद 'Ayōdhyā Vivād' , อูรดู: مسئلۂ ایودھیا 'Masʾala-ē Ayōdhyā' ) เป็นข้อโต้แยงในเชิงการเมือง ประวัติศาสตร์และศาสนาในเมืองอโยธยา ซึ่งเป็นความขัดแย้งระหว่างผู้นับถือศาสนาฮินดูและอิสลาม

ในคัมภีร์อโยธยา มหาตมยา กล่าวว่ามีโบสถ์พระรามอยู่ที่รามโกฏ อันเป็นที่ประสูติของพระราม ชาวฮินดูได้อ้างว่ามีการรื้อถอนโบสถ์พระรามมาสร้างมัสยิดบาบรีเมื่อ พ.ศ. 2271 ตามคำสั่งของพระเจ้าบาบูร์หรือบาบาร์แห่งราชวงศ์โมกุล ปัญหาความขัดแย้งระหว่างฮินดูและมุสลิมในบริเวณนี้ ในสมัยที่ราชวงศ์โมกุลหรืออังกฤษปกครองอยู่นั้น ปัญหายังไม่บานปลาย มาลุกลามมากขึ้นหลังจากได้รับเอกราชแล้ว โดยในวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2492 ชาวฮินดูได้นำเทวรูปของพระลักษม์ พระราม และนางสีดาเข้าไปไว้ในมัสยิด จนมีคำสั่งศาลเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529 ให้ชาวฮินดูเข้าไปสักการะเทวรูปของพระรามได้

สันนิบาตราษฏริยะ สวยัมเสวกสังฆ์ ซึ่งเป็นสันนิบาตของชาวฮินดูหัวรุนแรง ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2468 ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการสร้างโบสถ์พระราม ณ บริเวณมัสยิดบาบรีตั้งแต่ พ.ศ. 2532 ทำให้พรรคการเมืองนำมาหาเสียงเพื่อจะได้รับการสนับสนุนจากชาวฮินดู รัฐบาลของวี พี นรสิงห์ต้องการจะแก้ปัญหานี้อย่างสันติจึงให้ศาลสูงที่ลักเนาตัดสินว่ามัสยิดบาบรีตั้งอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นโบสถ์พระรามจริงหรือไม่ ก่อนจะมีการตัดสินชี้ขาดในวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2535 สันนิบาตราษฏริยะ สวยัมเสวกสังฆ์และกลุ่มชาวฮินดูหัวรุนแรงอื่นๆกลัวว่าคำตัดสินจะกลายเป็นข้อผูกมัด จึงจัดชุมนุมชาวฮินดูที่มัสยิดและเข้าไปทำลายมัสยิดจนพังเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2535 รัฐบาลกลางจึงประกาศภาวะฉุกเฉินทั้งรัฐอุตตรประเทศ และสั่งจับแกนนำที่ก่อให้เกิดการจลาจล

การทำลายมัสยิดนี้มีผลกระทบต่อมุสลิมทั้งโลก มีการประท้วงของชาวมุสลิมจนเกิดการปะทะกับชาวฮินดูในนิวเดลี กัลกัตตา และบอมเบย์ มีการเผาโบสถ์ฮินดูประท้วงในปากีสถาน บังกลาเทศ และลอนดอน

อ้างอิง[แก้]

  • ศรีสุรางค์ พูลทรัพย์. อโยธยา ใน สารานุกรมประวัติศาสตร์สากลสมัยใหม่: เอเชีย เล่ม 1 อักษร A-B ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. กทม.ราชบัณฑิตยสถาน. 2539. หน้า 514 – 418