ข้ามไปเนื้อหา

กบฏฮง กย็อง-แน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กบฏฮง กย็อง-แน
ส่วนหนึ่งของ กบฏชาวนาเกาหลีในศตวรรษที่ 19

ภาพวาดทหารฝ่ายราชสำนักเตรียมปิดล้อมกลุ่มกบฏของฮง กย็อง-แนที่ช็อนจู
วันที่31 มกราคม ค.ศ. 1812 – 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1812
สถานที่
ผล

ราชสำนักโชซอนได้รับชัยชนะ

  • กลุ่มกบฏถูกปราบปราม
  • ราชวงศ์โชซ็อนอ่อนแอลงอย่างมาก
คู่สงคราม
กองทัพหลวงโชซ็อน กองกำลังกบฏของฮง กย็อง-แน
ผู้บังคับบัญชาและผู้นำ
พระเจ้าซุนโจแห่งโชซ็อน
อี ย็อง-ชิก
อี แฮ-ซึง
ฮง คย็อง-แน 
อู คุน-ช็อก โทษประหารชีวิต
คิม ซา-รย็อง โทษประหารชีวิต
ฮง ช็อง-กัก โทษประหารชีวิต
คิม ชัน-ซี โทษประหารชีวิต
กำลัง
8,000 นาย 5,000 นาย/คน
ความสูญเสีย
เสียชีวิต 70 นาย, ได้รับบาดเจ็บ 137 นาย ทหารและพลเรือน 3,000 คน ถูกจับกุม, ประหารชีวิตประมาณ 2,000 คน ในจำนวนนั้นมีเด็กอายุ 10 ปี ด้วย
กบฏฮง กย็อง-แน
ฮันกึล
홍경래의 난
ฮันจา
洪景來ㅡ亂
อาร์อาร์Hong Gyeongraeui nan
เอ็มอาร์Hong Kyŏngnaeŭi nan

กบฏฮง กย็อง-แน (เกาหลี: 경래의 난; ฮันจา: 洪景來ㅡ亂) เป็นกบฏชาวนาที่เกิดขึ้นในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 1812 ถึง 29 พฤษภาคม ค.ศ. 1812 ในโชซ็อน กบฏนี้นำโดยฮง คย็อง-แนและชนชั้นสูงแห่งแคว้นพย็องอัน ซึ่งไม่พอใจต่อระบอบภาษีของรัฐบาลที่มาในรูปแบบของเงินกู้ดอกเบี้ยสูง ชาวนาที่ยากจนได้เข้าร่วมการลุกฮือหลังจากเผชิญกับปีที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ย่ำแย่เป็นพิเศษ แต่ถึงกระนั้นก็ยังถูกบังคับให้ส่งมอบผลผลิตเข้า "กองทุนธัญพืช" ซึ่งเหตุการครั้งนี้เรัยกอีกอย่างว่า สงครามชาวนาควันซอ

ในตอนแรกการกบฏค่อนข้างประสบความสำเร็จ ในช่วงสูงสุด ฝ่ายกบฏเข้าควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางเหนือของแม่น้ำช็องช็อน รวมถึงเมืองช็องจูที่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งให้ทนทานต่อการรุกรานจากแมนจูเรีย (ตอนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของจีนราชวงศ์ชิง) เมื่อใดก็ตามที่ฝ่ายกบฏเข้ายึดครองเขตใด พวกเขาจะแจกข้าวของราชสำนักให้กับประชาชน

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกบฏประสบความพ่ายแพ้ในสมรภูมิป่าสนและทุ่งสนสี่แห่ง ซึ่งทำให้พวกเขาต้องล่าถอยไปยังช็องจู ที่นั่น พวกเขาถูกกองกำลังราชสำนักปิดล้อม ฝ่ายกบฏถูกปราบลงในอีกไม่กี่เดือนต่อมา ในวันที่ 19 เมษายน เมื่อกองกำลังราชสำนักบุกทะลวงกำแพงเมืองด้วยดินปืน ฮง กย็อง-แนถูกสังหารในการสู้รบ ผู้นำกบฏคนอื่น ๆ ก็ถูกสังหารในการสู้รบหรือถูกประหารชีวิตเช่นกัน ผู้คนนับพันถูกจับกุมในเหตุการณ์จลาจล รวมทั้งเด็กชายอายุเพียง 10 ขวบที่ถูกประหารชีวิตเช่นกัน[1]

แม้ว่ากบฏนี้ล้มเหลว กบฏฮง กย็อง-แนอาจเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการลุกฮือด้วยอาวุธครั้งอื่น ๆ ในพื้นที่ต่าง ๆ ของเกาหลีเพื่อแสวงหาสังคมที่ยุติธรรมยิ่งขึ้น[2] จุดสุดยอดของเหตุการณ์เหล่านี้คือกบฏทงฮักใน ค.ศ. 1894 ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ทางตอนใต้ของแคว้นช็อลลา[3][4]

ภูมิหลัง

[แก้]

เมื่อพระเจ้าซุนโจขึ้นครองราชย์เมื่อยังทรงพระเยาว์ พระพันปีหลวงช็องซุน พระราชินีองค์ที่สองของพระเจ้าย็องโจ ขึ้นปกครองเป็นผู้สำเร็จราชการและมีอำนาจเหนือกิจการของรัฐ แม้ว่าพระเจ้าซุนโจพยายามปฏิรูปการเมือง แต่หลักการพื้นฐานด้านการปกครองก็เสื่อมถอยลง การทดสอบภาครัฐเกิดความไม่เป็นระเบียบ และการทุจริตในการบริหารงานบุคคลของรัฐก็แพร่หลาย ส่งผลให้เกิดความวุ่นวายในสังคมและเกิดการจลาจลในหมู่ราษฎร[5]

ปัจจัย

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. Kim 2007.
  2. Yoon 2014, p. 16.
  3. Pratt 1999, p. 378.
  4. Kim 2012, p. 301.
  5. "Cultural Heritage, the source for Koreans' Strength and Dream". Cultural Heritage Administration. สืบค้นเมื่อ 2 กันยายน 2013.{{cite web}}: CS1 maint: date auto-translated (ลิงก์)
  • Kim, Jinwung A History of Korea: From "Land of the Morning Calm" to States in Conflict. Indiana University Press. 2012. ISBN 9780253000248., 720 pages
  • Kim, Sun Joo Marginality and Subversion in Korea: The Hong Kyŏngnae Rebellion. University of Washington Press. 2007. ISBN 9780295989310., 294 pages