ข้ามไปเนื้อหา

กนต์ธีร์ ศุภมงคล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กนต์ธีร์ ศุภมงคล
กนต์ธีร์เยี่ยมชมตลาดปลาคีล เมื่อปี พ.ศ. 2509
เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ดำรงตำแหน่ง
19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507  1 กรกฎาคม พ.ศ. 2508
ก่อนหน้าวิลเลียม เวิร์ธ (รักษาการ)
ถัดไปเจซุส วาร์กัส
เอกอัครราชทูตไทยประจำออสเตรเลีย
ดำรงตำแหน่ง
14 พฤษภาคม พ.ศ. 2499  22 กรกฎาคม พ.ศ. 2502
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรี
ก่อนหน้าสถาปนาตำแหน่ง
ถัดไปวัฒนา อิศรภักดี
เอกอัครราชทูตไทยประจำนิวซีแลนด์
ดำรงตำแหน่ง
17 สิงหาคม พ.ศ. 2499  14 กันยายน พ.ศ. 2502
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรี
ก่อนหน้าสถาปนาตำแหน่ง
ถัดไปวัฒนา อิศรภักดี
เอกอัครราชทูตไทยประจำเยอรมนีตะวันตก
ดำรงตำแหน่ง
29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508  23 มกราคม พ.ศ. 2513
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรีจอมพล ถนอม กิตติขจร
ก่อนหน้าดิเรก ชัยนาม
ถัดไปพันเอก จินตน์ กุญชร ณ อยุธยา
เอกอัครราชทูตไทยประจำฟินแลนด์
ดำรงตำแหน่ง
9 มีนาคม พ.ศ. 2510  13 สิงหาคม พ.ศ. 2513
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรีจอมพล ถนอม กิตติขจร
ก่อนหน้าดิเรก ชัยนาม
ถัดไปพันเอก จินตน์ กุญชร ณ อยุธยา
เอกอัครราชทูตไทยประจำสหราชอาณาจักร
ดำรงตำแหน่ง
19 มกราคม พ.ศ. 2513  30 กันยายน พ.ศ. 2519
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรี
ก่อนหน้าสุนทร หงส์ลดารมภ์
ถัดไปแผน วรรณเมธี
เอกอัครราชทูตไทยประจำไอร์แลนด์[a]
ดำรงตำแหน่ง
7 เมษายน พ.ศ. 2519  30 กันยายน พ.ศ. 2519
กษัตริย์พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
นายกรัฐมนตรีหม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช
ก่อนหน้าสถาปนาตำแหน่ง
ถัดไปแผน วรรณเมธี
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด3 สิงหาคม พ.ศ. 2459
เมืองพระนคร ประเทศสยาม
เสียชีวิต27 ธันวาคม พ.ศ. 2554 (95 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
เชื้อชาติ
การเข้าร่วม
พรรคการเมืองอื่น
เสรีไทย
คู่สมรสดุษฎี อรรถกระวีสุนทร (สมรส 2494; เสียชีวิต 2539)
บุตร
การศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศิษย์เก่า
อาชีพนักการทูต
วิชาชีพข้าราชการพลเรือน

ศาสตราจารย์ กนต์ธีร์ ศุภมงคล (3 สิงหาคม พ.ศ. 2459[1] – 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554[2]) เป็นนักการทูตชาวไทย เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ ๆ เช่น เอกอัครราชทูตไทยประจำออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, เยอรมนีตะวันตก, ฟินแลนด์ และสหราชอาณาจักร, อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ, ที่ปรึกษาการต่างประเทศของนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาเป็นบิดาของ กันตธีร์ ศุภมงคล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

ประวัติ

[แก้]

มีรายงานขัดที่แย้งกันว่า กนต์ธีร์เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2457 แต่เอกสารราชการระบุว่าเกิด พ.ศ. 2459 เขาเรียนนิติศาสตร์ที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนที่จะโอนไปยัง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเพิ่งก่อตั้งขึ้น โดยสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีสาขา “ธรรมศาสตร์” จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปีพ.ศ. 2480 เขาได้รับทุนจากกระทรวงการต่างประเทศไปศึกษาต่อที่ประเทศฝรั่งเศส ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2483 เขากลับประเทศไทย ซึ่งเนื่องมาจากความวุ่นวายของสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เขาต้องผ่านแอฟริกาและอเมริกาเป็นเวลาเก้าเดือน ต่อมาได้ทำงานเป็นนักการทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศของไทย[1]

เขาเข้าร่วมขบวนการเสรีไทย ซึ่งเป็นองค์กรลับที่ต่อต้านความร่วมมือของไทยกับญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่กลับให้ความร่วมมือกับฝ่ายสัมพันธมิตรแทน ดิเรก ชัยนาม ผู้ช่วยเอกอัครราชทูตไทย ประจำประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเคยอยู่ฝ่ายเสรีไทย ประจำกรุงโตเกียวตั้งแต่ พ.ศ. 2485 ถึง พ.ศ. 2487 หลังจากกลับมาถึงประเทศไทยแล้ว เขาได้ทำงานที่แผนกตะวันตก กระทรวงการต่างประเทศ เสรีไทยเลือกกนต์ธีเป็นผู้เจรจากับสหรัฐอเมริกา เขาได้เดินทางไปยังเกาะกระดาษในอ่าวไทยในเดือนมกราคม พ.ศ. 2488 จากนั้น เครื่องบินสะเทินน้ำสะเทินบกของกองทัพอากาศอังกฤษ ก็ได้มารับเขาไปยังประเทศอินเดีย โดยที่กองกำลังยึดครองของญี่ปุ่นไม่ทันสังเกตเห็น[1][3] โดยใช้นามแฝง “สุนี เทพรักษา” – ที่ชาวอเมริกันเรียกว่า “ซันนี่” – เขาได้เดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งเขาได้รณรงค์เพื่อให้สหรัฐอเมริกาและบริเตนใหญ่รับรองรัฐบาลพลัดถิ่นของไทย[1][4] ต่อมา กนต์ธีร์ทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่าง ปรีดี พนมยงค์ หัวหน้ากลุ่มเสรีไทย กับนายริชาร์ด กรีนลี เจ้าหน้าที่โอเอสเอส ซึ่งเป็นผู้นำภารกิจ ไซเรน[5]

ในช่วงต้นทศวรรษ 1950 กนต์ธีร์ดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกตะวันตกในกระทรวงการต่างประเทศของประเทศไทย ในฐานะนี้ เขาเขียน บันทึก ให้แก่นาย พจน์ สารสิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493 ซึ่งคัดค้านการรับรอง "รัฐเวียดนาม" ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในสมัยจักรพรรดิ บ๋าว ดั่ย เนื่องจากรัฐขาดการสนับสนุนจากประชาชน และการรับรองอย่างเป็นทางการอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเวียดนาม ข้อโต้แย้งของกนต์ธีร์ได้รับการสนับสนุนจากหัวหน้าแผนกอื่นๆ ในกระทรวงและรัฐมนตรีต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี จอมพล แปลก พิบูลสงคราม ของไทย เพิกเฉยต่อคำแนะนำนี้ และยอมรับระบอบการปกครองของบ๋าว ดั่ย[6]

ต่อมากนต์ธีร์ ได้เป็นเอกอัครราชทูต ประจำประเทศออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ระหว่างปี พ.ศ. 2499-2502 จากนั้นจึงมีการมอบหมายงานต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศอีกครั้ง ผู้นำเผด็จการทหาร จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ แต่งตั้งกนต์ธีร์เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และ จอมพล ถนอม กิตติขจร ผู้สืบทอดตำแหน่งจากสฤษดิ์ แต่งตั้งกนต์ธีร์ เป็นที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศในปี 2506 เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2507 กนต์ธีร์ได้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และดำรงตำแหน่งนี้จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2508

ต่อมาเขาได้รับการแต่งตั้งเป็นเอกอัครราชทูตประจำสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวจนถึงปี พ.ศ. 2513 ในเวลาเดียวกันเขาได้รับการรับรองให้เป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศฟินแลนด์ ระหว่างปี พ.ศ. 2510 ถึง พ.ศ. 2513 และเป็นเอกอัครราชทูตประจำ สหราชอาณาจักร ตั้งแต่ พ.ศ. 2513 จนกระทั่งเกษียณอายุในปลายเดือนกันยายน พ.ศ. 2519 ระหว่างปี พ.ศ. 2520 ถึง พ.ศ. 2521 ในช่วงที่รัฐบาลเผด็จการทหารกลับมาปกครองอีกครั้ง เขาเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์[1]

กันตธีร์ ศุภมงคล บุตรชายของกนต์ธีร์ก็ได้เป็นนักการทูตและดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2548 ถึง 2549[7]

เครื่องราชอิสริยาภรณ์

[แก้]

กนต์ธีร์ ศุภมงคล ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งไทยและต่างประเทศ ดังนี้

ประเทศไทย

[แก้]

ต่างประเทศ

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  1. 1 2 3 4 5 Noranit Setthabut: Konthi Suphamongkhon : Seri Thai Phu Rai Puen[ลิงก์เสีย]. King Prajadhipok’s Institute.
  2. Local News[ลิงก์เสีย]แม่แบบ:Toter Link, Student Weekly, 9. Januar 2012, abgerufen am 2. September 2012.
  3. E. Bruce Reynolds: Thailand's Secret War. OSS, SOE and the Free Thai Underground During World War II. Cambridge University Press, 2005, ISBN 0-521-83601-8, S. 276.
  4. Reynolds: Thailand's Secret War. 2005, S. 324.
  5. Reynolds: Thailand's Secret War. 2005, S. 333.
  6. [กนต์ธีร์ ศุภมงคล ที่กูเกิล หนังสือ A special relationship: the United States and military government in Thailand, 1947-1958]. University of Hawai'i Press. 1997. น. 285. ISBN 0-8248-1818-0. {{cite book}}: ตรวจค่าของ |url= (วิธีใช้)
  7. เก็บถาวร (Date missing) ที่ nationmultimedia.com (Error: unknown archive URL)
  8. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า, เล่ม ๘๘ ตอนที่ ๔๙ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๑๘, ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๑๔
  9. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๘๐ ตอนที่ ๑๒๒ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๒๐, ๒๗ ธันวาคม ๒๕๐๖
  10. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์, เล่ม ๗๘ ตอนที่ ๑๐๔ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๑๙, ๑๕ ธันวาคม ๒๕๐๔
  11. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญราชการชายแดน, เล่ม ๘๐ ตอนที่ ๕๓ ง หน้า ๑๔๕๑, ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๐๖
  12. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์, เล่ม ๑๑๗ ตอนที่ ๒๖ ข หน้า ๑๐, ๒๑ ธันวาคม ๒๕๔๓
  13. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญจักรมาลาและเหรียญจักรพรรดิมาลา, เล่ม ๘๓ ตอนที่ ๑๑๔ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๘๕๐, ๑๙ ธันวาคม ๒๕๐๙
  14. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเหรียญอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๗๐ ตอนที่ ๕๖ ง หน้า ๓๑๘๖, ๑ กันยายน ๒๔๙๖
  15. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๗๑ ตอนที่ ๓๕ ง หน้า ๑๓๒๕, ๑ มิถุนายน ๒๔๙๗
  16. ราชกิจจานุเบกษา, แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ, เล่ม ๘๓ ตอนที่ ๘๗ ง ฉบับพิเศษ หน้า ๑๙, ๑ ตุลาคม ๒๕๐๙

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]
  1. เป็นตำแหน่งเอกอัครราชทูตที่มีถิ่นพำนักที่กรุงลอนดอน