กฎมณเฑียรบาลญี่ปุ่น
กฎมณเฑียรบาล (ญี่ปุ่น: 皇室典範; โรมาจิ: Kōshitsu Tenpan) เป็นกฎหมายญี่ปุ่นที่ว่าด้วยการสืบราชสมบัติญี่ปุ่น ความเป็นสมาชิกราชวงศ์ญี่ปุ่น และประเด็นอื่น ๆ ที่ว่าด้วยการบริหารราชวงศ์ญี่ปุ่น
กฎมณเฑียรบาลฉบับปัจจุบัน ผู้ร่าง คือ รัฐบาลชุดที่มีชิเงรุ โยชิดะ เป็นนายกรัฐมนตรีในช่วงที่ญี่ปุ่นถูกสหรัฐยึดครอง โดยมุ่งหมายจะปรับปรุงกฎมณเฑียรบาลให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่สหรัฐร่างให้ญี่ปุ่น สภานิติบัญญัติชุดสุดท้ายของจักรวรรดิญี่ปุ่นให้ความเห็นชอบร่างกฎดังกล่าวเมื่อวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 1947 เพื่อใช้แทนที่กฎมณเฑียรบาลฉบับ ค.ศ. 1889 ซึ่งมีสถานะเท่าเทียมกับรัฐธรรมนูญเมจิและจะแก้ไขเพิ่มเติมได้ก็แต่โดยจักรพรรดิ ขณะที่กฎหมายฉบับใหม่นี้มีสถานะเป็นรองจากรัฐธรรมนูญอันกำหนดไว้ในมาตรา 2 ว่า ให้การสืบราชสมบัติเป็นไปตามกฎมณเฑียรบาลที่สภานิติบัญญัติให้ความเห็นชอบ[1]
ใน ค.ศ. 2017 สภานิติบัญญัติแห่งชาติญี่ปุ่นแก้ไขเพิ่มเติมกฎนี้ เพื่ออนุญาตให้จักรพรรดิอากิฮิโตะสละราชสมบัติได้ภายใน 3 ปีนับแต่การแก้ไขเพิ่มเติม[2][3] จักรพรรดิอากิฮิโตะจึงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 2019[4]
สาระสำคัญ
[แก้]- มาตรา 1
- ราชสันตติวงศ์ ให้สืบโดยทายาทเพศชายที่สืบสันดานทายาทฝ่ายชายของจักรพรรดิ
- มาตรา 2
- ราชสันตติวงศ์ ให้สืบโดยพระบรมวงศานุวงศ์ ตามลำดับดังต่อไปนี้
- 1 พระราชโอรสองค์ใหญ่ (พระราชโอรสลำดับแรก)
- 2 พระราชนัดดาองค์ใหญ่ (โอรสของพระราชโอรสองค์ใหญ่)
- 3 ผู้สืบสันดานของพระราชโอรสองค์ใหญ่รายอื่น
- 4 พระราชโอรสองค์รอง และผู้สืบสันดานของพระราชโอรสรองนั้น
- 5 ผู้สืบสันดานของพระราชโอรสองค์อื่น
- 6 พระเชษฐาและพระอนุชาของจักรพรรดิ และผู้สืบสันดานของแต่ละพระองค์ตามลำดับ
- 7 พระปิตุลาและพระปิตุจฉา และผู้สืบสันดานของแต่ละพระองค์ตามลำดับ
- ถ้าไม่มีพระบรมวงศานุวงศ์ตามที่บัญญัติไว้ข้างต้น ให้ราชสันตติวงศ์สืบโดยเจ้านายในราชสกุลที่ใกล้ชิดที่สุดตามลำดับต่อไป
- ในกรณีดังกล่าว ให้สายอาวุโสได้สิทธิก่อน และถ้าอยู่ในลำดับเดียวกัน ให้ผู้มีอาวุโสกว่าได้สิทธิก่อน
- มาตรา 3
- หากพระรัชทายาทมีโรคทางจิตหรือทางกายที่ร้ายแรงมิอาจรักษาก็ดี หรือมีอุบัติเหตุร้ายแรงก็ดี ลำดับการสืบราชสันตติวงศ์สามารถเปลี่ยนโดยมติของสภามณเฑียรบาล ทั้งนี้ให้เป็นไปตามลำดับที่บัญญัติไว้ในมาตราก่อน
- มาตรา 4
- เมื่อจักรพรรดิเสด็จสวรรคต พระรัชทายาทจะครองราชสมบัติในทันที
- มาตรา 5
- พระบรมวงศานุวงศ์ ได้แก่ จักรพรรดินี, จักรพรรดินีอัยยิกาเจ้า, จักรพรรดินีพันปีหลวง, ชินโน, ชินโนฮิ, ไนชินโน, โอ, โอฮิ และโจโอ
- มาตรา 6
- พระราชโอรสและพระราชนัดดาโดยชอบที่สืบสันดานทายาทฝ่ายชาย ให้ฐานันดรศักดิ์ของพระองค์ชายเป็นชินโน พระองค์หญิงเป็นไนชินโน ส่วนผู้สืบสันดานทายาทฝ่ายชายโดยชอบตั้งแต่ชั้นเหลนหลวงลงไป ให้ฐานันดรศักดิ์ของพระองค์ชายเป็นโอ และพระองค์หญิงเป็นโจโอ
- มาตรา 7
- เมื่อเจ้าชั้นโอได้สืบราชสันตติวงศ์ ให้เชษฐาและขนิษฐาที่เป็นโอและโจโอ มีฐานันดรศักดิ์เป็นชินโนและไนชินโนตามลำดับ
- มาตรา 8
- ให้เรียกพระราชโอรสผู้เป็นรัชทายาทว่ามกุฎราชกุมาร แต่หากไม่มีมกุฎราชกุมาร ให้เรียกพระราชนัดดาผู้เป็นรัชทายาทว่ามกุฎราชนัดดา
- มาตรา 9
- จักรพรรดิและพระบรมวงศานุวงศ์ จะรับบุตรบุญธรรมมิได้
- มาตรา 10
- การสถาปนาจักรพรรดินีและการสมรสของพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายชาย ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภามณเฑียรบาล
- (และมาตราอื่น ๆ จนถึงมาตรา 37)
อ้างอิง
[แก้]- ↑ "The Constitution Of Japan". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-12-14. สืบค้นเมื่อ 2006-09-05.
- ↑ https://english.kyodonews.net/news/2017/06/e059a2712303-update1-japan-enacts-law-to-allow-1st-abdication-of-emperor-in-200-years.html
- ↑ https://www.theatlantic.com/news/archive/2017/06/japanese-parliament-passes-law-allowing-its-emperor-to-abdicate/529080/
- ↑ "Panel stresses clean break once emperor steps down". Nikkei Asian Review. 22 April 2017. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 7 May 2019. สืบค้นเมื่อ 7 May 2019.