กฎบัตรซาราโกซา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา

กฎบัตรซาราโกซา 2551 (อังกฤษ: THE 2008 ZARAGOZA CHARTER) การจัดแสดงนิทรรศการนานาชาติ ณ เมืองซาราโกซา เป็นการจัดแสดงนิทรรศการครั้งแรกที่กำหนดแนวคิดหลัก คือ น้ำและการพัฒนาที่ยั่งยืน (อังกฤษ: Water and Sustainable Development) และจัดแสดงที่ริมฝั่งแม่น้ำเอโบร เมืองซาราโกซา ราชอาณาจักรสเปน โดยมีประเทศต่างๆ เข้าร่วมงานถึง 104 ประเทศ องค์กรระดับนานาชาติ 3 แห่ง ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและเมืองต่างๆในราชอาณาจักรสเปน องค์การนิทรรศการนานาชาติ หรือ BIE หรือ (ฝรั่งเศส: The Bureau International des Expositions; อังกฤษ: International Exhibitions Bureau) ได้ให้คำแนะนำแนวคิดการจัดแสดงนิทรรศการครั้งนี้ให้สอดคล้องกับงานขององค์การสหประชาชาติเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ BIE ตั้งเป้าหมายการจัดนิทรรศการระดับนานาชาติที่แสดงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยตรง และเป็นการให้ความรู้แก่สาธารณชน การจัดงานที่ซาราโกซาครั้งนี้ตั้ง เป้าหมาย ให้ผู้เข้าชมหลายล้านคนได้รับความรู้เกี่ยวกับน้ำและปัญหาในการพัฒนาที่ยั่งยืน

นอกจากงานนี้จะเป็นแหล่งรวมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแล้ว กิจกรรมของการประชุมสัมมนาเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ (อังกฤษ: Water Tribune)เป็นการถ่ายทอดความรู้และทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวิชาการ ตลอดจนความท้าทายในการจัดการทรัพยากรน้ำที่มนุษยชาติกำลังประสบอยู่ในปัจจุบันและในอนาคต ตลอดระยะเวลา 93 วันของการจัดแสดงนิทรรศการ เวทีนี้เป็นกิจกรรมใหญ่ที่สุดและรวบรวมกิจกรรมระดับนานาชาติเกี่ยวกับน้ำและการพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งหมดไว้

การประชุมสัมมนาทรัพยากรน้ำนี้ เสร็จสิ้นก่อนวันปิดงานแสดงนิทรรศการเป็นเวลา 2 วัน โดยการนำเสนอบทสรุปและการวิเคราะห์ในรูปของกฎบัตรซาราโกซา 2008 (อังกฤษ: The 2008 Zaragoza Charter)

บทนำ[แก้]

บทสรุปวิสัยทัศน์ใหม่ของน้ำ (อังกฤษ: Preamble. A new comprehensive vision of water)

เราทั้งหลายผู้มีส่วนในกิจกรรมเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำตระหนักดีว่า น้ำมีความสำคัญต่อชีวิตและดาวเคราะห์โลกใบนี้

แนวคิดใหม่ เรื่อง น้ำกับการพัฒนาที่ยั่งยืน มีเป้าหมายที่จะชี้ให้เห็นว่า การจัดการทรัพยากรน้ำแบบผสมผสานจะช่วยให้มนุษยชาติคงอยู่และช่วยปกป้องโลก รวมถึงสามารถเข้ามาแทนที่แนวคิดเดิมที่ให้มนุษย์เป็นศูนย์กลางเพียงอย่างเดียวได้

ข้อพิจารณา[แก้]

  1. น้ำและระบบนิเวศของโลกต้องได้รับการสงวนและปกป้อง
  2. องค์กรปกครองสาธารณะ(อังกฤษ: Public Authorities) ต้องรับประกันว่า มนุษย์ทุกคนมีสิทธิในการเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดและการสุขาภิบาล
  3. ประเทศต่างๆ ยอมรับเป้าหมายการพัฒนาแห่งศตวรรษ เป็นการแสดงว่า ยอมรับข้อผูกมัด ประเด็นเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำด้วย
  4. การเข้าถึงทรัพยากรน้ำมีผลกระทบมหาศาลต่อการพัฒนา
  5. น้ำเป็นตัวกลางที่มีบทบาทในกระบวนการผลิตและการถ่ายทอดพลังงาน
  6. ความต้องการน้ำที่เพิ่มขึ้น เกิดจากการเพิ่มขึ้นของประชากรและการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลลัพธ์มากกว่าประเด็นเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ (อังกฤษ: water footprint)
  7. จากการพยากรณ์ แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงปริมาณและความต้องการน้ำของโลก
  8. ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และ[[เทคโนโลยี}}ทำให้เกิดการผลิตน้ำสะอาดจากน้ำทะเลและหมอกหรือไอน้ำ ทั้งยังสามารถผลิตและนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ ในราคาที่เหมาะสมและเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าในอดีต
  9. ระยะเวลาและการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ชนบทมีความสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณและการใช้น้ำอย่างเหมาะสม
  10. กระบวนการผลิตอาหารอย่างยั่งยืนมีผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการใช้น้ำ
  11. การศึกษา วัฒนธรรม การติดต่อสื่อสารและกระบวนการมีส่วนร่วมต้องทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกระบวนการบริหารจัดการแหล่งน้ำทั่วโลก
  12. มีความจำเป็นต้องเสริมสร้างกระบวนการบริหารจัดการภาครัฐทุกระดับเพื่อนำไปสู่การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบผสมผสานและยั่งยืน ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงการมีส่วนร่วมและความรับผิดชอบร่วมกันของสังคม
  13. การจัดการลุ่มน้ำเป็นการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดในการควบคุมน้ำ ทั้งนี้ การจัดการที่ดีจะช่วยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในระดับประเทศ ภูมิภาคและระหว่างผู้ใช้น้ำ
  14. การเงิน การเฉลี่ยความเสี่ยงทางการเงิน ตลอดจนการใช้หลักเกณฑ์เพื่อความยั่งยืน เป็นสิ่งสำคัญในการริเริ่มหรือนำไปปฏิบัติเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ
  15. การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านแหล่งน้ำในประเทศกำลังพัฒนาเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความยากจน สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจ บนอัตราการลงทุนที่ลดลงซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาแห่งศตวรรษ
  16. องค์กรปกครองสาธารณะต้องริเริ่ม ส่งเสริมการออกกฎระเบียบและการนำไปใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจในการเข้าถึงทรัพยากรน้ำของทุกภาคส่วน
  17. การวิจัย การพัฒนาและนวัตกรรม เป็นหลักการสำคัญในการสนับสนุนองค์ความรู้ การแก้ไขปัญหา ความกินดีอยู่ดีและการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเด็นเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ

ข้อเสนอ[แก้]

ข้อเสนอ (อังกฤษ: The Water Tribune RECOMMENDS)

A. หลักการทั่วไป[แก้]

A1 การพัฒนาทางสังคมควรคำนึงถึงพื้นฐานหลักเกณฑ์การพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

A2 การจัดลำดับความสำคัญต้องคำนึงถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตของมนุษย์ บนหลักการการพัฒนาจริยธรรมอย่างยั่งยืน โปร่งใส และเท่าเทียมกันต่อประชากรทั้งในปัจจุบันและอนาคต

A3 การจัดการทรัพยากรน้ำควรส่งเสริมกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ประสิทธิผลและความเป็นปึกแผ่นโดยการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ โดยมีเป้าหมายสุดท้าย คือการมีจิตสำนึกของแต่ละบุคคล

A4 ควรกำหนดข้อตกลงและกฎระเบียบเพื่อแก้ไขปัญหาทางลบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเหตุการณ์อุณหภูมิสูงหรือต่ำเกินไป

A5 โครงการแก้ไขปัญหาและการจัดการน้ำ ต้องคำนึงถึงอัตราการพัฒนา วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจในแต่ละภูมิภาคและกลุ่มสังคม

A6 หน่วยในการจัดการทรัพยากรน้ำขั้นพื้นฐานควรใช้พื้นที่ลุ่มน้ำและแหล่งน้ำใต้ดิน โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างประเทศ(อังกฤษ: Supranational Nature)

A7 ทุกคนต้องสามารถเข้าถึงน้ำดื่มสะอาดที่ปลอดภัยและถูกสุขอนามัย ทั้งในเมืองและชนบท โดยถือเป็นคำสัญญาของโลก ซึ่งมีการตั้งเป้าหมายที่สามารถดำเนินการได้จริง

A8 การจัดหาน้ำดื่มและการรวบรวมน้ำเสียจัดเป็นลำดับความสำคัญซึ่งองค์กรปกครองสาธารณะต้องดำเนินการให้ในราคาที่เป็นธรรมและเหมาะสมกับต้นทุน

A9 ต้องให้ความสำคัญในการจัดการความต้องการและปริมาณที่มีอยู่ ในการตัดสินใจระดับนโยบาย กลยุทธ์ แผน โครงการและงบประมาณ

A10 การวิจัย พัฒนาและนวัตกรรมเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำต้องได้รับการส่งเสริม และเร่งรัดถ่ายทอดวิทยาการเพื่อผลประโยชน์ของสังคม

A11 ต้องมีการจัดตั้งองค์กรน้ำระดับโลก (อังกฤษ: World Water Agency) เพื่อดำเนินการตามพันธกิจ ดังนี้

a. จัดทำและเสนอกฎบัตรว่าด้วยสิทธิและความรับผิดชอบของมนุษยชาติกับทรัพยากรน้ำ เสนอต่อองค์การสหประชาชาติ

b. ปรับปรุงกรอบมาตรฐานน้ำระดับสากล ทั้งในส่วนของเนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาที่ยั่งยืนและการยอมรับจากทุกประเทศ

c. จัดเตรียมและส่งเสริมการจัดการประชุมนานาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างผิดปกติ และการจัดการความเสี่ยงในประเด็นเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ

d. ส่งเสริมการรับรองอนุสัญญานานาชาติสำหรับภาคพื้นแปซิฟิค และกระบวนการจัดการลุ่มน้ำนานาชาติ

e. ให้ความช่วยเหลือประเทศต่างๆ ที่ร้องขอการสนับสนุน การจัดการทรัพยากรน้ำแบบผสมผสาน

f. ให้การอบรมความรู้ หลักการและค่านิยมในเรื่องต่างๆ เพื่อให้เกิดการยอมรับทรัพยากรน้ำในเชิงจริยธรรม

g. ส่งเสริมการเผยแพร่ แลกเปลี่ยนบทเรียน ประสบการณ์ แนวทางการปฏิบัติ รูปแบบ และกระบวนการซึ่งประสบความสำเร็จ และเผยแพร่เป็นข้อแนะนำจากองค์กรในรูปแบบข่าวสารและองค์ความรู้ด้านทรัพยากรน้ำและการพัฒนาที่ยั่งยืน

h. ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อให้เกิดการจัดการน้ำสะอาดและถูกสุขอนามัยให้เป็นจริงในทางปฏิบัติทั่วๆ ไป

B. ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง[แก้]

สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ใช้น้ำและประชาชน

B1 ปกป้องระบบนิเวศอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษามูลค่าความหลากหลายทางชีวภาพและอายุการใช้งานของแหล่งน้ำ

B2 จัดให้มีบริการบำบัดน้ำเสียและสุขาภิบาลพื้นฐาน ตามมาตรฐานสุขอนามัยของโลก เพื่อทำให้เกิดสุขภาพ สุขอนามัยและความเป็นอยู่ดี ตามความเป็นอยู่จริงของประชาชน ] B3 รัฐต้องรับประกันการจัดหาน้ำสะอาดให้แก่ทุกครัวเรือนหรือมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในการแก้ไขปัญหาความยากจน รัฐบาลต้องรับประกันการจัดหาน้ำสะอาดขั้นต่ำให้แก่ทุกครัวเรือน

B4 ระบบกฎหมายและกฎระเบียบที่กำหนดขึ้น ต้องคำนึงถึงการไม่ทำให้เกิดความสูญเสียวัฒนธรรมและสิทธิของชุมชนท้องถิ่นที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ โดยการนำปัจจัยเหล่านี้ไปประกอบการพิจารณา

B5 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้ควบคุมการจัดการน้ำและบริการสุขาภิบาลเพื่อประชาชน

B6 มีการประเมินปริมาณความต้องการน้ำด้วยหลักเกณฑ์การศึกษา ข้อมูล การมีส่วนร่วมและการคำนวณภาษี

B7 ความล่าช้าในการจัดหาน้ำในพื้นที่ชนบทสามารถแก้ไขได้โดยการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการจัดการกระบวนการมีส่วนร่วม ซึ่งชุมชนต้องมีส่วนในการพัฒนาและการยอมรับ

B8 องค์ความรู้ที่นำมาใช้ในการกักเก็บน้ำ การผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล การนำน้ำทะเลมาใช้ประโยชน์ การเก็บไอน้ำและฝน การกลั่นน้ำ การสร้างและการนำกลับมาใช้ประโยชน์ นั้น ควรเลือกใช้วิทยาการที่ประหยัดพลังงานและมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำ เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน

B9 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร ประเทศต่างๆ ต้องพิจารณาทำการเกษตรโดยคำนึงถึงสภาพเศรษฐกิจและทิศทางความต้องการ

B10 การทบทวนและขยายผลระบบชลประทาน โดยใช้พลังงานน้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

B11 โครงการต่างๆ ที่มีการจัดการร่วมกันระหว่างประเทศและองค์กรใด ๆ นั้น ต้องพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดหาเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อจัดหาน้ำสะอาดและการสุขาภิบาลจากตลาดเงิน ขณะเดียวกัน ต้องให้ความสำคัญแก่ทรัพยากรบุคคลด้วย

B12 หลักเกณฑ์ทางเศรษฐกิจอย่างมีเหตุมีผล จะทำให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืน จึงควรพัฒนาอย่างฉลาด ให้เป็นหลักการทางสังคมและสิ่งแวดล้อมในการจัดการทรัพยากรน้ำ

B13 นโยบายแบบผสมผสานจะช่วยให้เกิดการแบ่งปันทรัพยากรน้ำเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างหลากหลาย ทำให้เกิดประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจและคุณภาพสิ่งแวดล้อม

B14 ประชาชนมีความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการทรัพยากรน้ำแบบผสมผสานและยั่งยืน

B15 ประชาชนตระหนักว่าน้ำเป็นมรดกของสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย มิใช่สมบัติส่วนตัวเท่านั้น

บทสรุป[แก้]

ซาราโกซา 2551: การจัดนิทรรศการซึ่งไม่มีวันจบ (อังกฤษ: ZARAGOZA 2008: AN EXPO WITHOUT AN EXPIRY DATE)

เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เป็นไปตามข้อเสนอข้างต้น กฎบัตรซาราโกซาได้รับการรับรองจากเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ องค์การนิทรรศการนานาชาติ และรัฐบาลสเปน

ข้อความทั้งหมดในกฎบัตรซาราโกซามาจาก - คำกล่าว คำอธิบาย การวิเคราะห์และการสรุป - โดยจะเก็บรักษา เพื่อเป็นมรดกให้แบ่งปันต่อกันและผนวกไว้ในมรดก (สเปน: Legodo;อังกฤษ: Legacy) และกล่องสีน้ำเงิน(สเปน: Caja Azul; อังกฤษ: Blue Box) ซึ่งเก็บไว้ในการดูแลของราชอาณาจักรสเปน ผู้เป็นประเทศเจ้าภาพในการจัดงานนิทรรศการนานาชาติ ประจำปี ค.ศ.2008 (พ.ศ. 2551)

ซาราโกซา: 14 กันยายน 2551

วันปิดการจัดแสดงนิทรรศการนานาชาติ ประจำปี ค.ศ. 2008

ประเทศไทย[แก้]

ประเทศไทยเข้าร่วมการจัดแสดงนิทรรศการนานาชาติ ณ เมืองซาราโกซา ราชอาณาจักรสเปน ระหว่างวันที่ 14 มิถุนายน ถึงวันที่ 14 กันยายน 2551 โดยมีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานหลัก กรมทรัพยากรน้ำเป็นหน่วยดำเนินงานหลัก

อ้างอิง[แก้]