แลนไร้สาย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก WLAN)
คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับแลนไร้สายผ่านทางการ์ดเชื่อมต่อแบบ PC card
การ์ดเชื่อมต่อแลนไร้สายกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

แลนไร้สาย หรือ ไวเลสแลน คือ เทคโนโลยีที่เชื่อมอุปกรณ์ตั้งแต่สองตัวขึ้นไปเข้าด้วยกัน โดยใช้วิธีการกระจายแบบไร้สาย (ส่วนใหญ่แล้ว จะใช้ spread-spectrum หรือคลื่นวิทยุ OFDM) โดยปกติแล้ว จะมีการเชื่อมต่อผ่านทาง Access Point เพื่อเข้าไปยังโลกอินเทอร์เน็ต แลนไร้สายทำให้ผู้ใช้สามารถนำพาหรือเคลื่อนย้ายคอมพิวเตอร์ไปยังพื้นที่ใดก็ได้ที่มีสัญญาณของแลนไร้สาย และยังสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายได้ตามปกติ

แลนไร้สายได้รับความนิยมอย่างมากในคอมพิวเตอร์ตามบ้านเนื่องจากติดตั้งง่าย และยิ่งได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มแล็ปท็อป ธุรกิจหลายแขนงเริ่มให้บริการการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านทางแลนไร้สายกับลูกค้าที่มาใช้บริการ เช่น ร้านกาแฟ ซึ่งส่วนใหญ่มักให้บริการแบบไม่คิดมูลค่า นอกจากนี้ ในเมืองใหญ่ๆ เช่น นิวยอร์ก มีการสร้างเครือข่ายแลนไร้สายขนาดใหญ่ให้คนทำงานสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้โดยสะดวกในพื้นที่สาธารณะอีกด้วย [1]

แลนไร้สาย เป็นเทคโนโลยีสื่อสารเครือข่ายคอมพิวเตอร์มาตรฐาน IEEE802.11 ที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันเป็นเครือข่ายภายในพื้นที่แบบไร้สาย โดยใช้คลื่นความถี่วิทยุในการสื่อสารกัน การสื่อสารแบบแลนไร้สายมีทั้งแบบเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยกัน และเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ผ่านอุปกรณ์กระจายสัญญาณ (แอคเซสพอยต์)

ไวเลส (Wireless) คือ ไม่มีสาย ทำงานเช่นเดียวกับแลนปกติที่เชื่อมต่อกันระหว่างคอมพิวเตอร์ด้วยสายสัญญาณ เช่น สาย UTP และ ไวเลส ใช้การเชื่อมต่อที่ไม่มีมีสาย

แลน (LAN) คือระบบที่เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน IEEE 802.3 นิยมใช้ใน ระบบแลนภายในบ้าน บริษัทหรือองค์กร มหาวิทยาลัย เป็นต้น

เนื้อหา

ประวัติ [แก้]

ในปี ค.ศ. 1970 นอร์แมน แอบรามสัน ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยฮาวายได้พัฒนาเครือข่ายสื่อสารทางคอมพิวเตอร์แบบไร้สายขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก ในชื่อ ALOHAnet โดยใช้คลื่นวิทยุคล้ายค้อนแบบต้นทุนต่ำ โดยตัวระบบได้มีการใช้คอมพิวเตอร์ทั้งหมด 7 ตัวกระจายไปยัง 4 เกาะแล้วทำการสื่อสารมาที่ศูนย์คอมพิวเตอร์กลางที่เกาะโออาฮู โดยไม่ใช้สายโทรศัพท์เลย[2]

ในปี ค.ศ. 1979 เอฟ. อาร์. จีเฟลเลอร์ และ ยู. บาปสต์ ได้เผยแพร่งานวิจัยในวารสาร IEEE เพื่อรายงานผลของการทดลองระบบแลนไร้สายโดยใช้คลื่นรังสีอินฟราเรด จากนั้นไม่นาน ในปี ค.ศ. 1980 พี เฟอร์เริร์ต ได้รายงานผลของการทดลองใช้คลื่นวิทยุ spread spectrum รหัสเดี่ยวสำหรับการสื่อสารแบบไร้สายในที่ประชุมโทรคมนาคมระดับชาติของ IEEE จากนั้นในปี ค.ศ. 1984 มีการเปรียบเทียบระหว่างคลื่นรังสีอินฟราเรดและ spread spectrum แบบ CDMA สำหรับเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลในสำนักงานแบบไร้สาย และมีการตีพิมพ์ในวารสาร Computer Networking Symposium ของ IEEE และจากนั้นได้มีการตีพิมพ์ต่อในวารสาร Communication Sociery ของ IEEE

ในปี ค.ศ. 1985 มาร์คุสได้ทำการทดลองใช้ ISM band เพื่อนำเทคโนโลยี spread specturm ไปใช้ในเชิงพาณิย์ จากนั้น เอ็ม. เคฟฮราด ได้รายงานผลของการทดลองระบบ PBX โดยใช้การเข้ารหัสแบบผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลได้ทีละหลายคน ความพยายามครั้งนี้แสดงนัยถึงการนำแลนไร้สายไปใช้ในเชิงอุตสาหกรรม จนต่อมาได้มีการพัฒนาแลนไร้สายรุ่นใหม่ขึ้นมา และมีการปรับปรุงรุ่นเก่าเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

สถาปัตยกรรม [แก้]

สถานี [แก้]

อุปกรณ์ทุกตัวที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับตัวกลางไร้สายในเครือข่ายได้จะถูกเรียกว่า สถานี สถานีทุกสถานีจะใช้ตัวควบคุมระบบติดต่อประสานเครือข่ายไร้สาย (wireless network interface controller: WNIC) สถานีไร้สายแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Access Point และ เครื่องลูกข่าย Access Point (AP) ที่ส่วนใหญ่จะเป็น เราเตอร์ คือสถานีฐานสำหรับเครือข่ายไร้สาย โดยจะมีการรับและส่งคลื่นความถี่ไร้สายเพื่อให้อุปกรณ์สามารถสื่อสารกันได้ เครื่องลูกข่ายแบบไร้สายมีได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็น แล็ปท็อป, อุปกรณ์ช่วยเหลือแบบดิจิตอล, โทรศัพท์ หรือ สมาร์ตโฟน อื่นๆ หรืออาจจะติดตั้งอยู่กับที่อย่าง คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ และ เวิร์คสเตชัน ที่มีอุปกรณ์เชื่อมต่อกับระบบไร้สาย

เซ็ตบริการพื้นฐาน [แก้]

เซ็ตบริการพื้นฐาน (Basic Service Set) คือเซ็ตของสถานีทุกสถานีที่สามารถสื่อสารกันได้ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เซ็ตบริการพื้นฐานอิสระ (IBSS) และ เซ็ตบริการพื้นฐานสถาปัตยกรรมภายใน ทุกเซ็ตบริการพื้นฐานจะมีหมายเลข (ID) กำกับ ที่เรียกว่า BSSID ซึ่งก็คือ MAC Address ของ Access Point ที่ให้บริการในเซ็ตบริการพื้นฐานนั่นเอง เซ็ตบริการพื้นฐานอิสระก็คือ Ad-hoc Network ที่จะไม่มี Access Point โดยทุกเครื่องจะติดต่อกันเองและไม่มีการเชื่อมต่อกับเซ็ตบริการพื้นฐานอื่น เซ็ตบริการพื้นฐานสถาปัตยกรรมภายใน สามารถสื่อสารกับสถานอื่นที่ไม่ได้อยู่ในเซ็ตบริการพื้นฐานเดียวกันได้ โดยมีการสื่อสารผ่านทาง Access Point

มาตรฐานความเร็วของแลนไร้สาย [แก้]

ความเร็วที่ใช้ในการสื่อสารกันหรือเชื่อมต่อกัน มีมาตรฐานรองรับ เช่น IEEE 802.11a, b และ g ซึ่งแต่ละมาตรฐานใช้กำหนดความเร็วและคลื่นความถี่ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารกัน เช่น

  • สำหรับมาตรฐาน IEEE 802.11a มีความเร็วสูงสุดที่ 54 Mbps ที่ความถึ่ย่าน 5 GHz
  • สำหรับมาตรฐาน IEEE 802.11b มีความเร็วสูงสุดที่ 11 Mbps ที่ความถี่ย่าน 2.4 GHz
  • สำหรับมาตรฐาน IEEE 802.11g มีความเร็วสูงสุดที่ 54 Mbps ที่ความถี่ย่าน 2.4 GHz
  • สำหรับมาตรฐาน IEEE 802.11n มีความเร็วสูงสุดที่ 150 Mbps (ที่แบนวิธ 40 MHz) ที่ความถี่ย่าน 2.4/5 GHz

ในประเทศไทยอนุญาตให้ใช้ความถี่ 2 ย่านความถี่ ได้แก่ (2400-2500) MHz และ (5150-5350) MHz , (5470-5850) MHz เป็นคลื่นความถี่อนุญาตให้ใช้เสรีในระดับสากล (ISM band)

อ้างอิง [แก้]

  1. ^ "NY Muni Wireless Network Launch in Sight". Internet News. สืบค้นเมื่อ 2010-11-03. 
  2. ^ "History of Wireless". Johns Hopkins Bloomberg School of Public Health. Archived from the original on 2007-02-10. สืบค้นเมื่อ 2007-02-17.