Till Eulenspiegel's Merry Pranks, Op. 28
| บทความนี้ทั้งหมดหรือบางส่วน มีเนื้อหา รูปแบบ หรือลักษณะการนำเสนอที่ไม่เหมาะสมสำหรับสารานุกรม โปรดอภิปรายปัญหาดังกล่าวในหน้าอภิปราย หากบทความนี้เข้ากันได้กับโครงการพี่น้อง โปรดทำการแจ้งย้ายแทน |
|
|
บทความนี้อาจต้องการพิสูจน์อักษร ในด้านไวยากรณ์ รูปแบบการเขียน การเรียบเรียง คุณภาพ หรือการสะกด คุณสามารถช่วยพัฒนาบทความได้ |
Till Eulenspiegels lustige Streiche แต่งในปี ค.ศ. 1894-95, ได้แสดงรอบปฐมทัศน์ในครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนในปีถัดมา โดย the Gürzenich Orchestra of Cologne และมีFranz Wüllnerเป็นคอนดักเตอร์ นอกจากนี้ยังมีวง The National Symphony Orchestra นำมาแสดงในครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 1946 มี Hans Kindler เป็นคอนดักเตอร์, และล่าสุดได้แสดงคอนเสิร์ตของสถาบันแห่งชาติเมื่อวันที่30มิถุนายน 2001 ภายใต้การกำกับของKevin Allen Woods
เครื่องดนตรีที่ถูกกำหนดให้ใช้ในการบรรเลงเพลงนี้ได้แก่ 3 flutes and piccolo; 3 oboes and English horn; 2 clarinets, small clarinet in D and bass clarinet; 3 bassoons and contrabassoon; 4 horns (and 4 more ad lib.), 3 trumpets (e more ad lib.), 3 trombones, tuba, timpani, snare drum, bass drum, cymbals, triangle, rattle, and strings. ระยะเวลาบรรเลง 15 นาที
ในช่วงระยะเวลาสั้นๆหลังจากที่เขาได้ประพันธ์ Don Juan and Macbeth ตอนที่เข้าแต่งเพลงมาได้ 25 ปี Strauss ได้เขียนจดหมายไปหา Hans von Bülow ซึ่งเป็นอาจารย์ของเขาความว่า เขาไม่ได้ต้องการจะประพันธ์ Tone Poems อันต่อๆไปตามรูปแบบและแบบแผน (Formula)
เพื่อที่จะแสดงรูปแบบใหม่ให้กับตัวบท สร้างรูปทรงที่ประณีตสมบูรณ์เป็นงานที่ยากมากทีเดียวแต่เพราะเหตุนี้จึงสร้างความน่าสนใจเข้าไป เขาก็ได้รับคำที่จะทำรูปแบบที่แตกต่างกัน หนึ่งในบทที่นิยมมากที่สุด คือDon Quixote จะวางเป็นชุดของรูปแบบการขยายตัว Variation ซึ่งเชลโล่ที่บรรเลงเดี่ยวมีบทบาทของความโดดเด่น เป็นบทหนึ่งที่ยกมากเป็น repertoir เหมือนกับ concertos บทหนึ่งเลยทีเดียว สำหรับ Till Eulenspiegel ซึ่งเป็นทั้งชิ้นงานที่สั้นที่สุดในชุดและที่ทำให้คนชอบมากที่สุด แต่ผู้ชมในช่วงต้นไม่ค่อยคิดเช่นนั้น สเตราส์เลือกรูปแบบที่เหมาะสมจาก Rondo และเพิ่มบนหน้าชื่อเรื่อง “in the old-style roguish manner.”
"ขี้โกง"(Roguish ) แน่นอนเป็นคำสำหรับพระเอกของชิ้นงานที่เป็น Prankster มีชื่อฉาวโฉ่ในภาคเหนือของประเทศเยอรมนีและแฟลนเดอร์ส (Belgium,France และ Netherlands ในปัจจุบัน) ในศตวรรษที่สิบสี่ ได้มีรูปปั้นสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึง Till ในเมือง Molln ตามตำนานเขาเสียชีวิตในปี 1350 หรือบริเวณนั้นและได้รับหลุมฝังศพที่ไม่มีชื่อเขียนมีแต่เพียงภาพของสลักนกฮูกกับกระจก ชื่อ Eulenspiegel หมายถึง"กระจกของนกฮูก"และเท้าความสุภาษิตโบราณ
“One sees one's own faults no more clearly than an owl sees its own ugliness in a looking glass.” "ตนเห็นความผิดพลาดของตัวเองไม่ได้ชัดเจนมากขึ้นกว่านกฮูกเห็นความอัปลักษณ์ของตัวเองในกระจก" ผู้ที่ได้ชื่อนี้กลายเป็นพระเอกในเรื่องพื้นบ้านในหลายศตวรรษต่อมา : ต้นแบบของการโกง เล่าเรื่องตลกล้อเลียนโดยไม่ต้องมีคนฟัง คนที่ล้อเลียนความหลอกลวงเสแสร้งของสถาบัน ประกอบกับการที่ถือ"กระจกของนกฮูก"ของเขาขึ้นสู่สังคม เริ่มมีวรรณกรรมดีๆเขียนขึ้นและมีบทละครเวทีที่เขียนเกี่ยวกับ Tillมากขึ้นด้วย
ที่จริง Till หรือ Tyl อาจไม่ได้เป็นคนที่ร่าเริงอย่างที่ฟังมานัก เมื่อประมาณสามสิบปีที่ผ่านมีบันทึกการผจญภัยของเขาชิ้นแรกคือความคิดที่จะเป็นหนึ่งใน Volksbuch ของโทมัส Murner (1475-1530) บรรยายตัวละครให้เป็นคนร่อนเร่จรจัดจากบรันสวิก ในต้นปี 1970 แม้ว่า Bernd Ulrich Hucker นักวิชาการศึกษาประวัติศาสตร์ใน Münster ค้นพบสิ่งที่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นี่ Eulenspiegel บทแรกๆ ที่เขียนโดยเจ้าหน้าที่คัดลอก (scribe) ชื่อ Hermann Bote (ca. 1460-1520) และตีพิมพ์โดยเขาในปี 1,510 และ 1511
ในปี 1977 Hucker เผยแพร่การศึกษาฉบับของ Bote ซึ่งพรรณนาบทตัวละครที่มีอารมณ์ขันน้อยกว่าและแน่นอนชั่วช้ากว่า สัญลักษณ์ของปีศาจที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นคำเตือนต่อคริสตชนที่ดี มีบทแสดงตัวอย่างที่ไม่ดีเป็นซีรีส์ misdeeds และผลกรรมสนองเพื่อให้ได้บทเรียนแสดงบทสรุปของความบาป
ภาพลักษณ์เดิมๆนั้นก็ได้เปลี่ยนแปลงไปตามการเวลา เช่น Billy the Kid และตัวละครอื่นๆจาก Wild West ก็ล้วนแต่เปลี่ยนบุคลิคให้เย้ายวนใจ สิ่งที่เป็นจุดสนใจให้กับเราในบริบทของการพรรณนาดนตรีสเตราส์ก็คือผู้ประพันธ์ได้วางตัวบทเพลงอยู่บนพื้นฐานความยอมรับในความสนุกและก่อกวนไม่ใช่ตามแบบต้นฉบับที่ถมึงทึง เหมือนหนุ่มในยุคการจัดตั้งดนตรีในยุค 1890และค้นพบกับการโกงในหัวใจของเขาเอง บทเพลงเริ่มต้นบรรเลงจากเครื่องสาย ซึ่งเปรียบเสมือนถ้อยคำที่แสดงถึงความรักใคร่ ที่เหมาะกับวลีว่า Es war einmal” (“Once upon a time”) จากนั้น ฮอร์นก็จะโซโล่ ด้วยการแนะนำ Till รูปร่างแปลกๆ แต่ให้ความรู้สึกถึงความมีพลัง และเราก็ออกผจญภัย ช่วงนี้ Tillพุ่งผ่านตลาดและแกล้งแม่บ้านด้วยการปัดตะกร้าที่ถือจากนั้นTill ได้ปลอมตัวเป็นพระที่เทศนาในเรื่องที่ผิดๆหยาบคาย หรือ ธรรมเทศนาซึ่งดูหมิ่นศาสนาและต้องถูกโทษตะแลงแกงแต่เขายังหัวเราะได้อีกเป็นครั้งสุดท้ายนักโทษทเลวทรามที่กำลังจะถูกประหารแขวนคอ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยังมีท่อนที่ฟังดูตลกสร้างความหัวเราะได้ และช่วงสั้น ๆ ส่งท้ายด้วยบทการบรรเลงใน Theme ของ “Es war einmal” ชุดรูปแบบเป็นที่สังเกตสัมผัสได้ว่า Till นั้นท้ายที่สุดแล้วเป็นคนดี เหนือกว่าการตัดสินในความเป็นมนุษย์และเด่นคุ้มค่าต่อการเป็นส่วนที่หนึ่งของความมีสีสันในบทเพลงของ Strauss